ออสเตรเลีย
(โซนเอเชีย : อันดับ 36 ของโลก)
(FIFA Ranking Update : 07 June 2018)

 

PROFILE

ลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย : 5 ครั้ง

แชมป์ : 0 สมัย

“ซอคเกอร์รูส์” ทำท่าว่าจะไปไม่รอดเหมือนกัน แต่ทว่าสุดท้ายด้วยประสบการณ์ และฝีเท้าที่ถือว่ายังเหนือว่าคู่แข่งในรอบเพลย์ออฟอย่าง ฮอนดูรัส ทำให้สุดท้าย ออสเตรเลีย ก็ได้สิทธิ์มาอวดฝีเท้าให้แฟนบอลทั้งโลกได้ยลช่วงกลางปีหน้าเหมือนกัน

แข้งแดนจิงโจ้ชุดนี้ล้วนแต่เป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ อีกทั้งส่วนใหญ่ยังค้าแข้งอยู่ในยุโรป ทั้ง ไมล์ เยดินัค (แอสตัน วิลล่า), แมทธิว เล็กกี้ (แฮร์ธ่า เบอร์ลิน), อารอน มอย (ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์), ร็อบบี้ ครูส (โบคุ่ม)

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าทีมชาติออสเตรเลียนี่แหละคือหนึ่งในทีมที่อกหักจากการเพลย์ออฟชิงตั๋วฟุตบอลโลกมากที่สุดทีมหนึ่งของโลก ไล่มาตั้งแต่ปี 1966 (เกาหลีเหนือ), 1970 (อิสราเอล), (สกอตแลนด์), 1994 (อาร์เจนติน่า), 1998 (อิหร่าน) และ 2002 (อุรุกวัย) ฉะนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่แข้งออสซี่ชุดนี้จะวิ่งแบบลืมตายเพื่อบันทึกประวัติศาสตร์การผ่านเข้าไปเล่นใน เวิลด์ คัพ เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน (เริ่มตั้งแต่ปี 2006) ซึ่งครั้งนั้นพวกเขาพลาดท่าเสียจุดโทษในวินาทีสุดท้ายของเกม ก่อนที่ ฟรานเชสโก้ ต็อตติ จะรับหน้าที่สังหารพร้อมกับนำทัพ “อัซซูรี่” ไปชูถ้วยจูลส์ ริเม่ต์ ในท้ายที่สุด

….

…..

รายชื่อ 23 นักเตะทีมชาติออสเตรเลีย
ชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย

ผู้รักษาประตู : แบรด โจนส์ (เฟเยนูร์ด), แมต ไรอัน (ไบรท์ตัน) , แดนนี วูโควิช (เกงค์)

กองหลัง : เทรนต์ เซนส์บิวรี (กราสฮ็อปเปอร์), แมตธิว เจอร์แมน (ซูวอน ซัมซุง บลูวิงส์), มิลอส เดเกเน็ค (โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส), โจชัว ริสดอน (เวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอเรอร์ส), อาซิซ เบฮิช (บูร์ซาสปอร์), เจมส์ เมเรดิธ (มิลล์วอลล์)

กองกลาง : ไมล์ เยดินัค (แอสตัน วิลล่า), อาร่อน มอย (ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์), ทอม โรกิช (เซลติก), มัสซิโม่ ลูอองโก้ (ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส), แจ็คสัน เออร์ไวน์ (ฮัลล์ ซิตี้), ดิมิ เปทรารอส (นิวคาสเซิล เจ็ตส์), มาร์ค มิลลิแกน (อัล-อาห์ลี)

กองหน้า : ทิม เคฮิลล์ (ไร้สังกัด), โทมี่ ยูริช (ลูเซิร์น), แมทธิว เล็คกี้ (แฮร์ธ่า เบอร์ลิน), แดเนี่ยล อาร์ซานี่ (เมลเบิร์น ซิตี้), แอนดรูว์ นับบูท์ (อุราวะ เร้ดส์), ร็อบบี้ ครูส (โบคุ่ม), เจมี่ แม็คลาเรน (ดาร์มสตัดต์)

….

…..

รู้จักเฮดโค้ช : เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจค์

AP Photo/Ronald Zak

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้โดนเด่นกับการเป็นนักฟุตบอล แต่เฮดโค้ชแดน “กังหันลม” ฉายแววเป็นยอดกุนซือตั้งแต่เข้ารับงานครั้งแรกในปี  2002 กับ เฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม หลังเจ้าตัวพายอดทีมจากแดน “ไก่งวง” เถลิงคว้าแชมป์ยูฟ่า ซุปเปอร์ คัพ  จากนั้นฟอร์มของกุนซือดาวรุ่งรายนี้ได้ไปเตะตาสมาคมฟุตบอลประเทศฮอลแลนด์ จึงคว้าตัวไปร่วมคุมทีม ซึ่ง ฟาน มาร์ไวจค์ ก้าวสู่การกุมบังเหียนทัพ ”อัศวินสีส้ม” ตั้งแต่ปี 2008 พร้อมพาทีมชาติฮอลแลนด์ ที่นำโดย โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, ราฟาเอล ฟาน เดอ ฟาร์ท และอาร์เยน ร็อบเบน คว้ารองแชมป์โลกปี 2010 หลังพ่ายทัพ “กระทิงดุ” ด้วยสกอร์ 0-1 จากประตูสุดแสบของ อันเดรส อินเนสต้า ในช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 116  แต่น่าเสียดาย 2 ปีให้หลัง ผลงานที่ดำดิ่งลงของทีมชาติฮอลแลนด์จากการพ่าย 3 นัดรวดต่อเยอรมัน,เดนมาร์ก และโปรตุเกส ในศึกยูโร 2012 เป็นเหตุให้กุนซือรายนี้ประกาศลาออกในที่สุด

หลังจากนั้นในปี 2015 การตั้งต้นชีวิตใหม่กับงานกุนซือที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย เริ่มขึ้น ผลงานชิ้นโบว์แดงของเขาที่ประจักษ์ที่สุดคือการพา ทัพ “เดอะกรีน” ลุยศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซียได้สำเร็จ แต่ความขัดแย้งระหว่างเขากับสมาคมเป็นเหตุให้ต้องเลิกราความสัมพันธ์ และไปเริ่มงานใหม่กับยอดทีมแห่งโซนเอเชียอย่างทีมชาติออสเตรเลียในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ด้วยประสบการณ์ในศึกฟุตบอลโลกของยอดกุนซือรายนี้อาจทำให้ทัพ “ออสซี่” ผ่านเข้าไปอย่างน้อยในรอบ 16 ทีมก็เป็นได้ ลองมาดูกันว่าเฮดโค้ชมากประสบการ์รายนี้จะพาทีมจากแดน “จิงโจ้” สร้างเซอรไพร์สในฟุตบอลโลกคราวนี้ได้หรือไม่

….

…..

สตาร์เด่น : อารอน มอย

AP Photo/Ronald Zak

มิดฟิลด์ “หัวใส” ที่สร้างสรรค์เกมให้กับทีมชาติออสเตรเลีย ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักแทนรุ่นพี่ที่เริ่มโรยลาทั้ง ไมล์ เยดินัค รวมไปถึง ทิม เคฮิลล์ ที่ติดทัพจิ้งโจมาในครั้งนี้ด้วย

อดีตนักเตะ “เรือใบสีฟ้า” พาต้นสังกัดของตนอย่าง ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ จบอันดับที่ 16 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมพาทีมได้ไปต่อในลีกอันดับ 1 ของแดนผู้ดีในปีหน้า

ด้านสถิติส่วนตัวของมอย ลงสนามคุมแดนกลางให้กับทัพ “เดอะเทร์เรียส์” ไปทั้งสิ้น 36 นัด ซัดไป 4 ประตู กับ 3 แอสซิตส์ พร้อมสถาปนาเป็นกำลังหลักให้กับฮัดเดอร์ฟิลด์อย่างเต็มตัว

อารอน มอย นักเตะหน้าใหม่ในศึกฟุตบอลโลก อาจประเดิมศึกคราวนี้ของตนได้ดีจนพาทีม “ออสซี่” ก้าวไปสู่รอบที่เหนือความคาดหมายก็เป็นไปได้

….

…..

“PUP Tuntat”

ฟุตบอลโลก

โปรแกรมการแข่งขัน พร้อมช่องถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2018

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports