สวีเดน
(โซนยุโรป : อันดับ 24 ของโลก)
(FIFA Ranking Update :07 June 2018)

PROFILE

ลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย : 11 ครั้ง

แชมป์ : 0 สมัย

สวีเดนห่างหายจากสารบบฟุตบอลโลกไปใน 2 ครั้งล่าสุด และไม่สามารถผ่านเข้ารอบ ยูโร 2016 ได้ ทำให้ “ไวกิ้ง” ถึงเวลาเปลี่ยนแปลง

เปลี่ยนแปลงแรก พวกเขาเลือก ยานเน่ แอนเดอร์สสัน เข้ามาใช่งาน และพาทีมผงาดโชว์ผลงานอย่างยอดเยี่ยม ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก พวกเขาอยู่ร่วมกลุ่มเอ กับสองทีมแกร่งอย่าง ฝรั่งเศส และฮอลแลนด์ แต่ สวีเดน สร้างเซอร์ไพรส์ แซง “อัศวินสีส้ม” เข้ารอบสุดท้าย ในตำแหน่งที่ 2 ของกลุ่ม ด้วยการยิงมากถึง 26 ประตู มากกว่าแชมป์กลุ่มอย่าง ฝรั่งเศส 8 ประตู และเสียเพียง 9 ลูกเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงอย่างที่ 2 พวกเขาเรียกที่จะไม่เรียกนักเตะอย่าง สลาตัน อิบราฮิโมวิช เป็นเครื่องยืนยันอย่างชัดเจนว่า “ไวกิ้ง” หาตัวตายตัวแทนขึ้นมาตำนานอย่าง สลาตัน ได้เรียบแล้ว ซึ่งในตำแหน่งกองหน้า มาร์คุส เบิร์ก โชว์ผลงานได้อย่างสุดยอดในรอบคัดเลิือกด้วยการยิงไปถึง 8 ประตู

ฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ ชั้นดีว่า สวีเดน ยุคนี้ ที่เต็มไปด้วยผู้เล่นช่วงวัยกำลังพอเมาะ จะขึ้นมาดีกว่ายุคก่อนๆ ได้หรือไม่หลัง พวกเขาเคยเข้าไปรอบลึกสุดคือรอบ ชิงชนะเลิศ ในปี 1958 และคว้าอันดับ 3 สองครั้งในปี 1950 และ1994

….

…..

รายชื่อ 23 นักเตะทีมชาติสวีเดน
ชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย

ผู้รักษาประตู : โรบิน โอลเซ่น (โคเปนเฮเกน), คาร์ล-โยฮัน ยอร์นส์สัน (แก็งก็อง), คริสตอฟเฟอร์ นอร์ดเฟลดท์ (สวอนซี ซิตี้)

กองหลัง : มิคาเอล ลุสติก (กลาสโกว์ เซลติก), วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), อันเดรียส แกรนควิสต์ (กราสโนดาร์), มาร์ติน โอลส์สัน (สวอนซี ซิตี้), ลุดวิค ออกุสดินส์สัน (แวร์เดอร์ เบรเมน), ฟิลิป เฮลันเดอร์ (โบโลญญา), เอมิล คราฟธ์ (โบโลญญา), พอนตัส แยนส์สัน (ลีดส์ ยูไนเต็ด)

กองกลาง : เซบาสเตียน ลาร์สสัน (ฮัลล์ ซิตี้), อัลบิน เอคดัล (ฮัมบูร์ก), เอมิล ฟอร์สเบิร์ก (ไลป์ซิก), กุสตาฟ สเวนส์สัน (ซีแอตเติล ซาวน์เดอร์ส), ออสการ์ ฮิลเยมาร์ก (เจนัว), วิคเตอร์ เครสสัน (กราสโนดาร์), มาร์คุส โรห์เดน (โครโตเน), จิมมี ดูร์มาซ (ตูลูส)

กองหน้า : มาร์คุส เบิร์ก (อัล ไอน์), จอห์น กุยเดตติ (อลาเบส), โอลา ตอยโวเนน (ตูลูส), อิซัค คีเซ เธลิน (วาสแลนด์-เบเวเรน)

….

…..

รู้จักเฮดโค้ช : ยานเน่ แอนเดอร์สสัน

Janne Andersson
AP Photo/Antonio Calanni

ในปี 2016 เฮดโค้ชทัพ “ไวกิ้ง” รายนี้ เข้ามากุมบังเหียนแทนที่ เอริค แฮมเรน หลังจากเจ้าตัวคุมทีมชาติสวีเดน มาตั้งแต่ปี 2009 แต่ก็ไม่สามารถพาทีมเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เลยตลอดระยะเวลาคุมทีม สมาคมฟุตบอลสวีเดน จึงตัดสินใจเปลี่ยนหัวเรือใหญ่มาใช้บริการ ยานเน่ แอนเดอร์สสัน กุมซือวัย 55 ปี รายนี้

และทันทีที่ แอนเดอร์สสัน เข้ามารับตำแหน่งดังกล่าว เขาก็สามารถทำผลงานชิ้นโบว์แดงตอบแทนความไว้วางใจสมาคมฟุตบอลสวีเดนด้วยการพาทัพ “ไวกิ้ง” เข้าไปลุยศึกบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซียได้สำเร็จ หลังเอาชนะ ทัพ“อัซซูรี่” ในรอบเพลย์ ออฟ การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2018 โซนยุโรป รวม 2 นัด ด้วยสกอร์ 1-0

ต้องมาลุ้นกันว่า ทัพ “ไวกิ้ง” จะโชว์ฟอร์มได้ดีเพียงใด หลังเฮดโค้ชรายนี้ ไม่เรียก อดีตหัวหอก “ปีศาจแดง” อย่าง สลาตัน อิบราฮิโมวิช มาร่วมทีม แม้ว่านักเตะรายนี้อยากหวนกลับมาติดทีมชาติลุยศึกฟุตบอลโลกอีกครั้ง

….

…..

สตาร์เด่น : เอมิล ฟอร์สเบิร์ก

Emil Forsberg
katatonia82 / Shutterstock.com

เมื่อไม่มี “พระเจ้า” อย่าง สลาตัน อิบราฮิโมวิช ร่วมทีมในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ ดาวเตะตัวความหวังคงต้องยกให้ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก กองกลางจาก อาร์เบ ไลป์ซิก อย่างไม่น่าสงสัย เนื่องจากในฤดูกาลนี้เจ้าตัวลงสนามไปทั้งหมด 27 นัด ซัดไป 5 ประตู กับ 4 แอสซิตส์ พร้อมพาต้นสังกัดจบอันดับที่ 6 ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน ได้สิทธิไปลุยศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบคัดเลือก ในฤดูกาลหน้า

ฟุตบอลโลกคราวนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตการค้าแข้งของเอมิล ฟอร์สเบิร์ก ดาวเตะจากแอร์เบ ไลฟ์ซิก และยังเป็นหนแรกของทีมชาติสวีเดนในรอบ 8 ปี นับตั้งแต่ศึกฟุตบอลโลกที่ประเทศแอฟริกาใต้
ฟอร์สเบิร์ก จะรับบทบาท “เดอะแบก” แทน “พระเจ้าแห่งวงการลูกหนัง” อย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ได้ดีแค่ไหน เราจะได้เห็นกันในศึกฟุตบอลโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจนี้

….

…..

“PUP Tuntat”

ฟุตบอลโลก

โปรแกรมการแข่งขัน พร้อมช่องถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2018

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID