ทีมชาติอังกฤษ ของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผ่านเข้าไปเล่นในรอบที่ 2 แน่นอนแล้วนะครับ หลังจากที่ ถล่ม ปานามา ไปซะเละเทะ 6-1 โดยเก็บไป 6 แต้มเต็มเท่ากับ เบลเยี่ยม แถมประตูได้เสียยังเท่ากันเป๊ะ (ได้ 8 เสีย 2) ซึ่งดูไปแล้วก็น่าเสียดายนะครับหลังจากที่ อังกฤษ นำ ปานามา ไป 6-0 แล้วดันไปมีจังหวะเสียประตูตีไข่แตกให้ ปานามา ซะได้ ไม่อย่างนั้น ทีมสิงโตคำรามก็จะขึ้นนำเดี่ยวๆ แล้ว

 

ฟุตบอลโลก

 

อังกฤษ ก็ยังคงเป็น อังกฤษ ที่ไม่ละเอียดเหมือนเดิมครับ ไม่เนียนในทุกจุดท้ายๆ เกมจะเห็นได้ว่า “ทีมสิงโตคำราม” ดูผ่อนเครื่อง ดูไม่เน้น ยิงทิ้งยิงขว้าง ดูไม่มีความอำมหิตที่จะขยี้ ปานามา ให้แหลกคามือ

จากรูปเกมแบบนี้ ในสภาพที่จิตใจนักเตะปานามาห่อเหี่ยวเสียสมาธิ ขนาดนั้นถ้าเป็นทีมเขี้ยวๆ อย่าง เยอรมัน รับรองว่าเกมนี้อาจได้เห็นเลข 2 หลัก

ก่อนเกมนัดสุดท้ายกับ เบลเยี่ยม แทนที่ อังกฤษ จะ มีประตูได้เสีย ดีกว่าแล้วจะได้เล่นแบบ เสมอไม่เสียหาย ยังจบเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม กลายเป็นต้องมาลุ้นกันอีกเฮือก

กฎของฟีฟ่า บอกไว้อย่างนี้ครับ หากสองทีมมีแต้มเท่ากัน ฟีฟ่า จะดูประตูได้เสียครับ หากประตูได้เสียหักลบแล้วเท่ากัน ก็จะไปดูที่ประตูที่ยิงได้ หากเท่ากันอีกคราวนี้ ก็จะดูที่คะแนนแฟร์เพลย์ นั่นคือเรื่องของ ใบเหลืองใบแดงล่ะครับ ใครได้ใบเหลืองใบแดง แบบไหนอย่างไร ก็จะมีการหักคะแนนแฟร์เพลย์ลดหลั่นกันลงไป

แล้วหาก คะแนนแฟร์เพลย์ ยังเท่ากันอีก คราวนี้ก็จะถึงวิธีตัดสินแบบโบราณดั้งเดิมนั่นคือการจับสลากนั่นเอง

คราวนี้ ผมลองไปเช็ค ใบเหลืองใบแดง ของทั้งสองทีมที่ได้รับ ในสองนัดที่ผ่านมาครับว่า เป็นอย่างไรบ้าง ปรากฏว่า โชคยังเข้าข้าง อังกฤษ เล็กๆ เพราะได้รับใบเหลืองไป แค่ 2 ใบ เป็น ไคล์ วอล์คเกอร์ ได้ในเกมกับ ตูนิเซีย 1 ใบ และรูเบน ลอฟตัส ชีค ได้ในเกมกับ ปานามา อีก 1 ใบ
ส่วน เบลเยี่ยม มีนักเตะไปโดนใบเหลืองจากในเกม กับ ปานามา 3 ใบ คือ แยน แฟร์ตองเก้น, เควิน เดอ บรอยน์ และ โธมัส มูนิเย่ร์ ส่วนในเกมกับ ตูนิเซีย ไม่มีใครโดนใบเหลือง

เท่ากับว่าผ่านมา 2 เกม อังกฤษ ถูกหักคะแนนแฟร์เพลย์น้อยกว่า เบลเยี่ยม นะครับดังนั้น หากนัดสุดท้าย สองทีมนี้ เสมอกัน แบบที่ไม่มีใครโดนใบเหลืองใบแดงเพิ่ม อังกฤษ จะจบด้วยตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่ม G เพราะโดนหักคะแนนแฟร์เพลย์ น้อยกว่า

ใครที่ลุ้นเกมนี้นอกจากจะลุ้นกันทำประตูแล้วเรื่องของใบเหลืองใบแดง การลงโทษในเกม อังกฤษ กับ เบลเยี่ยม ก็ต้องมานั่งลุ้นกันอีกด้วย

 

ฟุตบอลโลก
AP Photo/Alastair Grant

 

หลังเกม อังกฤษ กับ ปานามา ผมว่าแฟนบอลหลายคน ก็ พอใจครับ กับชัยชนะที่ถล่มทลาย เรียกว่า มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ของทีมชาติอังกฤษ ในบอลโลกเลยทีเดียว

นัดสุดท้ายที่ อังกฤษ ยิงคู่ต่อสู้เยอะ ๆ หน่อย ก็ต้องย้อนไปนัดชิงชนะเลิศ ปี 1966 ที่เวมบลีย์ นู่นล่ะครับ ในเกมที่ชิงกับ เยอรมัน ตะวันตก แล้วเอาชนะไปได้ 4-2 หลังเสมอในเวลาปกติ 2-2 แต่นั่นก็เป็นนัดชิงชนะเลิศ ที่ต้องลุ้นกันถึงช่วงต่อเวลา 120 นาที และ ยังมีประตูปัญหา มารวมอีกประตูด้วย

ซึ่งในนัดชิงชนะเลิศ ที่เวมบลีย์ ครั้งนั้น เจฟฟ์ เฮิร์สท์ ทำแฮตทริก ในนัดชิงชนะเลิศ และเป็นแฮตทริกเดียวในนัดชิงชนะเลิศจนถึงทุกวันนี้ ส่วนถ้านับเฉพาะ คนทำแฮตทริกให้ทีมชาติอังกฤษได้ในบอลโลก ก็ต้องรวมเอา แกรี่ ลินิเกอร์ ในบอลโลก ปี 1986 ที่ “มิสเตอร์ ไนซ์กาย”  ทำไว้ในเกมกับ โปแลนด์ ซึ่งหลังจากนั้น ก็เพิ่งจะมี แฮร์รี่ เคน นี่ล่ะครับ ที่ทำได้ในบอลโลกรอบสุดท้าย

นอกจากนั้นแล้ว แฮตทริก ของ เคน ยังทำให้เค้าขึ้นนำดาวซัลโว บอลโลกครั้งนี้ แบบเดี่ยว ๆ แซงหน้า โรเมลู ลูกากู และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ทำไปคนละ 4 ประตูเท่ากัน

 

ฟุตบอลโลก
AP Photo/Antonio Calanni

 

ผลงานส่วนตัว แฮร์รี่ เคน ยังมีลุ้น ดาวซัลโวบอลโลกอีกยาวๆ ครับ ส่วนผลงานส่วนรวมของทีม แกเร็ธ เซาธ์เกต ยังต้องปรับอีกเยอะครับ เกมหน้าเจอ เบลเยี่ยม เกมจบลงแล้ว เราจะสรุปได้ครับว่า อังกฤษ พร้อมที่จะสอดแทรกแย่งตำแหน่งแชมป์โลกกับเค้าหรือยัง

“เอก ฮิมสกุล”

ฟุตบอลโลก

โปรแกรมการแข่งขัน พร้อมช่องถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2018

ดูฟุตบอลโลก 2018 ย้อนหลัง เต็มแมตช์  สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าทรู

ดูฟุตบอลโลก 2018 ย้อนหลัง

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports