จบลงไปแล้วสำหรับรอบแรก กลุ่ม เอ ฟุตบอล ยู-19 ชิงแชมป์อาเซียน 2018 โดยทีมชาติไทย ปิดท้ายด้วยการชนะ อินโดนีเซีย 2-1 ยึดแชมป์กลุ่มได้สำเร็จ โดยรอพบทีมอันดับ 2 ของกลุ่ม บี ที่อาจจะเป็นไปได้ทั้ง เมียนมา, ติมอร์-เลสเต และ มาเลเซีย ซึ่งจะแข่งขันกันในวันพรุ่งนี้ ส่วนเจ้าภาพ “อินโดนีเซีย” นั้น ต้องจบลงที่อันดับสองของกลุ่ม และรอพบ แชมป์กลุ่ม บี ต่อไป

ทีมชาติไทย U19

ขณะที่ เวียดนาม อีกหนึ่งทีมชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน ต้องตกรอบแรกไปแบบที่ฟอร์มย่ำแย่จริงๆ โดยไม่สามารถยิงทีมชาติไทย และ อินโดนีเซีย ได้เลย (เสมอ 0-0 และ แพ้ 0-1 ตามลำดับ) แถมเกมสุดท้าย พวกเขาทำได้แค่เสมอกับ สิงคโปร์ 2-2 อีกด้วย ซึ่ง “ลอดช่องจูเนียร์” ในรายการนี้ ถือว่าฟอร์มสุดบู่ มีเกมแพ้ ทีมชาติลาว ถึง 0-5 ด้วยซ้ำ และแพ้ ทีมชาติไทย ถึง 0-6 แต่สุดท้าย กลับมาได้แต้มจากเวียดนาม ซะอย่างนั้น

“เสน่ห์ของฟุตบอลเด็ก อะไรก็เกิดขึ้นได้”

กลับมาที่ทีมชาติไทย เรียกได้ว่า เกมนี้เป็นเกมแรกเลยที่ผมได้มีโอกาสดูเกมของน้องๆ แบบเต็มๆ ในรายการนี้ ภายใต้การคุมทัพของ “โค้ชหระ” อิสระ ศรีทะโร อดีตเฮ้ดโค้ชของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชุดคว้าแชมป์ โค้กคัพ 2017

อิสระ ศรีทะโร

และผมได้เห็นอะไรบ้างจากเกมนี้ (บวกกับการติดตามบ้างในเกมก่อนหน้านี้) ลองมาดูกัน….

กล้าโรเตชั่น
การชิงแชมป์อาเซียน ของทีมชาติไทย ไม่ว่าจะชุดไหนก็ตาม ถือเป็นรายการที่ ถ้าไม่ได้แชมป์ คงโดนด่าแน่ๆ แต่สิ่งที่ “โค้ชหระ” กล้าทำก็คือ การโรเตชั่นนักเตะทุกเกม ตลอดทั้ง 5 แมตช์ ตั้งแต่เกมแรกที่พบกับ เวียดนาม ยันแมตช์สุดท้ายที่ต้องเจอกับ อินโดนีเซีย ไม่มีเกมใดที่มี 11 ตัวจริงเหมือนกันทุกตำแหน่ง และไม่มีนักเตะเอาท์ฟิลด์ตำแหน่งไหนเลยที่ถูกการันตีตัวจริง แม้แต่กัปตันทีมอย่าง สิทธิโชค ภาโส ก็ตามที

เครื่องร้อนช้า แต่มาช้ายังดีกว่าไม่มา
บอกตามตรงว่า ผมแอบส่ายหัวเล็กน้อยกับฟอร์มการเล่นของน้องๆ ในเกมกับเวียดนาม และ ลาว ที่ได้โอกาสดูผ่านๆ ซึ่งจุดบอดของทีมชาติไทย ในสองเกมแรกนั้น เหมือนจะมีอาการเกร็ง มีอาการตื่นสนาม ทำให้การจับบอลเอย การคอนโทรลบอลเอย และการจ่ายบอลเอย ยังไม่ชัวร์ 100% วางบอลสั้นยังขาดๆ เกินๆ ฉะนั้น การวางบอลยาว ไม่ต้องพูดถึง

ทีมชาติไทย U19

แต่หลังจากนั้น พอเริ่มทำประตูได้ ในเกมกับสิงคโปร์ น้องๆ ก็เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น ความกดดัน ความเกร็งเริ่มคลายตัว เครื่องก็เริ่มร้อนมากขึ้น จนกระทั่ง ยิงสลุตไม่ไว้หน้า ด้วยการถล่ม สิงคโปร์ 6-0 และ อัด ฟิลิปปินส์ อีก 5-0

จนมาถึงในเกมนี้ ที่เจอกับ อินโดนีเซีย เจ้าภาพ เรียกได้ว่า สิ่งที่อยากเห็นก็ได้เห็น นั่นคือ การเข้าทำแบบโอเพ่นเพลย์สวยๆ การยิงไกลจากแถวสองงามๆ และการเซตบอลอย่างเป็นระบบ จากเท้าสู่เท้า โดยในช่วงที่ทีมชาติไทย ขึ้นนำ 1-0 นั้น ก่อนจะหมดเวลาครึ่งแรก มีช่วงหนึ่ง ทีมชาติไทย ครองบอลจากเท้าสู่เท้า กดดันให้อินโดนีเซียไล่บี้นานกว่า 3 นาทีเลยทีเดียว

เล่นตามเสียงเชียร์ ไม่กลัวเสียงกดดัน
ในเกมวันนี้ เป็นเกมที่ทีมชาติไทย ต้องลงเล่นเสมือนการไปเยือน ท่ามกลางแฟนบอลอินโดนีเซียที่เข้ามาชมแบบเต็มความจุของสนาม แต่นักเตะชุดนี้ กลับไม่แสดงออกถึงความกดดัน แถมยังเล่นแบบตามเสียงเชียร์เลยก็ว่าได้ บุกมาบุกกลับ ไม่มีตั้งรับ ซึ่งนับว่าเป็นข้อดี เพราะนักเตะเหล่านี้ ส่วนหนึ่งจะต้องกลับมาเล่นที่อินโดนีเซียอีกครั้งในศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ในอีกสามเดือนข้างหน้า และในอนาคต พวกเขาเหล่านี้ ก็ต้องแบกรับความกดดันในการไปเยือนอีกหลายแมตช์ และอีกหลายรุ่น จนถึงทีมชาติชุดใหญ่

ทีมชาติไทย U19

แถมช่วงหนึ่งที่นักเตะไทย โดนเข้าบอลหนัก มีดอกแถม ดอกบวกเล็กน้อยถึงปานกลางจากนักเตะอินโดนีเซีย แต่ก็ยังควบคุมอารมณ์กันได้ดี นับว่าแสดงออกให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ และทัศนคติที่ดีของการเล่นฟุตบอลจริงๆ

คลีนชีตที่เสียไป
หากมองภาพรวม การเก็บได้ 13 แต้มจาก 5 เกมในรอบแรก และ การยิงได้ถึง 16 ประตู และเสียเพียง 1 ลูก ก็นับเป็นเรื่องที่ดีงามอยู่แล้ว เพียงแต่มันน่าเสียดายตรงที่การเสียประตูแรกของทัวร์นาเมนต์ในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเกมล่าสุด ที่บุกชนะ อินโดนีเซีย 2-1 ซึ่งทำให้เราเสียคลีนชีตจนได้ และอาจจะเป็นจุดที่ทำให้คู่แข่งเห็นจุดด้อยของเรา

ความละเอียด และ การขาดสมาธิท้ายเกม มีส่วนสำคัญอย่างมากในการปิดเกมที่นำห่าง 2 ประตู เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องอย่างนี้อีกในการเจอกับเจ้าบ้าน เนื่องจากช่วงเวลาที่เหลือ โดยเฉพาะช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อะไรก็เกิดขึ้นได้

รอวันพวกเจ้าฟูลทีม เพื่อฝันอันยิ่งใหญ่

ทีมชาติไทย U19

นับเป็นผลงานที่ไปได้สวยเลยทีเดียว สำหรับ ทีมชาติไทย ชุด ยู-19 ชุดนี้ ที่เริ่มโชว์ฟอร์มได้เข้าตาแฟนบอลมากขึ้น โดยหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า พวกเขาไปอินโดนีเซียครั้งนี้ แบบไม่ฟูลทีมด้วยซ้ำ เพราะขาดกำลังหลักหลายรายทั้ง คีรอน อ้อนชัยภูมิ กองหลังตัวจริงระดับ T4 ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บี, กฤษฎา กาแมน เซ็นเตอร์ตัวหลักของ ชลบุรี เอฟซี ชุดใหญ่ ที่มีทีเด็ดในเรื่องของการยิงฟรีคิก การยิงไกล และการเปิดบอลยาว

รวมถึง “เด็กระเบิดประจำรุ่น” อย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา เพลย์เมกเกอร์มันสมอง ที่ติดภารกิจช่วย เชียงใหม่ เอฟซี ลุ้นเลื่อนชั้น ซึ่งทั้งหมด เตรียมรวมตัวกับเพื่อนๆ อีกครั้งแน่นอน ในศึกฟุตบอล ยู-19 ชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนตุลาคม ที่จะถึงนี้

ขอให้ระเบิดฟอร์มมากขึ้นกว่านี้ ขอให้ได้ฟูลทีมจริงๆ อีกครั้ง
และถ้าไม่ขอมากเกินไป ก็ขอให้น้องๆ ได้ไปถึงฝั่งฝัน ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในศึกชิงแชมป์เอเชีย เลยนะ

 

 

“จอน”

ฟุตบอลโลก

 

โปรแกรมการแข่งขัน พร้อมช่องถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2018

ดูฟุตบอลโลก 2018 ย้อนหลัง เต็มแมตช์  สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าทรู

ดูฟุตบอลโลก 2018 ย้อนหลัง

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports