ก่อนทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลโลก 2018 จะเริ่มต้นขึ้น มักจะมีคนมาถามผมถึงความเห็นว่า ทีมชาติใดจะคว้าแชมป์ ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ ครั้งนี้ ไปครองได้ ซึ่งผมก็จะตอบเหมือนเดิมทุกครั้งทั้งหมดสามทีม

 

ฟุตบอลโลก

 

สองทีมแรก บอกจากใจเลยว่า ไม่ตอบไม่ได้จริงๆ นั่นก็คือ เยอรมัน แชมป์เก่า และบราซิล เต็งหนึ่งของทัวร์นาเมนต์นี้ ความเห็นของผมในสองทีมแรก ก็คงไม่ต่างจากหลายคนมากนัก ทว่าสองทีมเต็ง กลับต้องกลับบ้านก่อนกำหนด โดยไม่เหลือสักทีมในรอบรองชนะเลิศด้วยซ้ำ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกในรอบ 88 ปี นับตั้งแต่ปี 1930 ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ไม่มี บราซิล หรือ เยอรมัน อยู่ใน 4 ทีมสุดท้ายเลยแม้แต่ทีมเดียว

ส่วนอีกทีมที่ผมทายหน่ะเหรอ… ก็คือ ทีมชาติอังกฤษ ยังไงเล่า !

ตอนนั้น หลายๆ คน ค่อนข้างมองต่าง เพราะตัวเลือกที่สามของพวกเขา ยังมีทั้ง อาร์เจนติน่า, สเปน, โปรตุเกส ฯลฯ ให้เลือกอยู่ โดยบางคนถึงกับบอกว่า “จะบ้าเหรอ อังกฤษเนี่ยนะ จะเป็นแชมป์โลก”

ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ ผมมองสองปัจจัย อย่างแรก สายที่ทีมชาติอังกฤษอยู่นั้นไม่แข็งนัก ซึ่งไม่ว่าจะเข้าเป็นที่ 1 หรือที่ 2 ก็จะไขว้สายมาเจอทีมที่พวกเขามีศักยภาพพอที่จะผ่านได้ อย่าง โคลอมเบีย, ญี่ปุ่น, เซเนกัล และโปแลนด์ ซึ่งหากผ่านเข้ารอบ 16 ทีมไม่ได้ แล้วผ่าน 1 ใน 4 ทีมนี้ ไม่ได้อีก ก็ไม่ควรค่ากับการเป็นแชมป์โลก และสุดท้าย “เดอะ ทรี ไลออนส์” ก็จบที่อันดับสองของกลุ่ม และโคจรมาพบกับ โคลอมเบีย ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนจะผ่านได้จากการดวลลูกโทษ

และท้ายที่สุด อังกฤษ กับ เบลเยียม ที่แทบจะการันตีรอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นอย่างน้อย หลังจากการจับสลาก ก็มาถึงรอบรองชนะเลิศทั้งคู่ตามนัดหมาย โดย เบลเยียม จะพบกับ ฝรั่งเศส และ โครเอเชีย เจอกับ อังกฤษ ในวันอังคาร และวันพุธ ที่จะถึงนี้ตามลำดับ

เหตุผลที่สอง นั่นคือ พวกเขามาแบบไร้ความกดดัน พวกเขาไม่ได้ถูกคาดหวัง พวกเขาไม่มีซูเปอร์สตาร์ล้นทีม พวกเขาไม่มี เดวิด เบ็คแฮม ไม่มีสตีเว่น เจอร์ราร์ด ไม่มีแฟรงค์ แลมพาร์ด ไม่มีพอล สโคลส์ ไม่มี อลัน เชียเรอร์ รวมถึงไม่มีกองหลังระดับโลกอย่าง จอห์น เทอร์รี่ และริโอ เฟอร์ดินานด์

“ความกดดัน คือ ปัญหาใหญ่ของนักฟุตบอล อย่าลืมว่า แม้แต่สองนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก ในปัจจุบัน อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ต่างก็ยิงจุดโทษไม่เข้ากันคนละ 1 ครั้ง ในทัวร์นาเม้นต์นี้ ทั้งที่เก่งที่สุด ทั้งที่ได้ตั้งบอลตรงจุดเอง ทั้งที่มีเวลาเล็ง ทั้งที่มีเวลาเลือกมุม แต่พวกเขาก็ยังยิงไม่เข้า ฉะนั้น อย่าดูถูกความกดดัน”

 

AP Photo/Sergei Grits

 

ทีมชาติอังกฤษชุดนี้ ก้าวข้ามความกดดันด้วยการไร้ความกดดัน พวกเขาชนะ ตูนิเซีย แบบหืดจับ ก็ไม่โดนด่ามากมายนัก ตามด้วยถล่ม ปานามา 6-1 และแพ้ เบลเยียม 0-1 ก็ถือว่าเอาตัวรอดได้ ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งความกดดันสุดๆ ของพวกเขาน่าจะเกิดขึ้นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ชนะ โคลอมเบีย แบบที่ต้องดวลยันฎีกา และก็สร้างประวัติศาสตร์ผ่านมันมาได้

“ทรีไลออนส์” ประคองตัวมาจนถึงหลัก “เสมอตัว” ไม่ได้รับคำชม ไม่โดนเสียงก่นด่า ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และดันดวงดีต่อเนื่อง เพราะคู่แข่งดันเป็น สวีเดน ไม่ใช่แชมป์เก่าอย่าง เยอรมัน อย่างที่ใครคาดไว้ตอนแรก ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาสามารถผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในศึกเวิลด์ คัพ ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี จากชัยชนะเหนือขุนพล “ไวกิ้ง” ด้วยสกอร์ 2-0 จากทีเด็ดลูกกลางอากาศ

ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ทั้งสี่ทีมในรอบรองชนะเลิศมีเหมือนกันนั่นคือ ความฟิต และสภาพร่างกาย โดยจะเห็นได้ว่า ทั้งสี่ทีมที่ผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายนั้น คือ พวกเขาชนะในสองเกมแรกทั้งหมด และการันตีการผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มเกมสุดท้าย ทำให้เกมสุดท้ายของรอบแรก ทั้งสี่ทีมสามารถโรเตชั่นตัวหลักได้

 

AP Photo/Frank Augstein

 

ซึ่งหากเทียบความฟิตจากรอบล่าสุดแล้ว ทีมชาติอังกฤษ ที่เชือด สวีเดน 2-0 ดูมีเรี่ยวมีแรง กำลังวังชาเหลือมากกว่า โครเอเชีย ที่บดกับเจ้าภาพ “รัสเซีย” ท่ามกลางเสียงเชียร์จากชาวหมีขาวแบบกระหึ่ม ภายใต้ความกดดันสุดขีด ก่อนที่สุดท้าย “ทีมตราหมากรุก” จะคว้าชัยไปได้ด้วยการลูกจุดโทษ

ดูจากรอบที่ผ่านมา เทคนิคเอย, เกมแดนกลางเอย, บอลเท้าสู่เท้าเอย, ความเร็วของการพาสซิ่งเอย ทุกอย่างของอังกฤษดูด้อยกว่า โครเอเชีย ทุกกระบวนท่า เหลืออยู่สองอย่างที่พวกเขาเหนือกว่า และนั่นคือสองสิ่งที่พาพวกเขามายังจุดนี้ได้ ก็คือ ความฟิต และลูกกลางอากาศ

“และหากจะไปต่อ ก็ต้องใช้สองสิ่งนี้แหละ”

ใครจะไปคิดว่า นักเตะของทีมชาติอังกฤษ ที่มี จอร์แดน พิคฟอร์ด, จอห์น สโตน, ไคล์ วอล์คเกอร์, แฮร์รี แม็คไกวร์, คีแรน ทริปเปียร์, แอชลี่ย์ ยัง, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจสซี่ ลินการ์ด, เดเล่ อัลลี่, ราฮีม สเตอริ่ง และแฮร์รี่ เคน เป็นตัวจริง จะมาได้ไกลกว่าในชุดที่เต็มไปด้วยสตาร์ล้นฟ้า พวกเขากำลังจะได้ลงสนามเกมรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก ที่รุ่นพี่ดาวดังมากมาย ไม่เคยได้สัมผัส

 

AP Photo/Frank Augstein

 

อะไรที่มันเคยเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน
ตอนนี้ พวกเขากลับกลายเป็นความใฝ่ฝันของคนทั้งประเทศไปแล้ว
และอะไรที่มันเคยเป็นแค่เรื่องบ้าบ้า
ก็อาจกำลังจะกลายเป็นเรื่องจริง บนพงศาวดารลูกหนังโลก ในไม่ช้านี้…

“จอน”

ฟุตบอลโลก

 

โปรแกรมการแข่งขัน พร้อมช่องถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2018

ดูฟุตบอลโลก 2018 ย้อนหลัง เต็มแมตช์  สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าทรู

ดูฟุตบอลโลก 2018 ย้อนหลัง

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports