มาริโอ มานด์ซูคิช สวมบทฮีโร่ในช่วงต่อเวลาพิเศษพร้อมกับพา โครเอเชีย ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังพลิกกลับมาเอาชนะ อังกฤษ ไปแบบสุดมันส์ 2-1 เข้าไปชนกับ ฝรั่งเศส ในวันอาทิตย์นี้ ชมคลิปไฮไลท์ จาก TrueID Sports WorldCup

 

AP Photo/Frank Augstein

 

เริ่มเกมมาได้เพียงแค่ 5 นาที อังกฤษ ได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะลูกฟรีคิกกลางประตู คีแรน ทริปเปียร์ ตัดสินใจปั่นบอลไปทางขวามือของตัวเอง บอลผ่านมือ ซูบาซิช ตุงตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม “สิงโตคำราม” เริ่มต้นเกมได้อย่างยอดเยี่ยม

 

AP Photo/Frank Augstein
AP Photo/Matthias Schrader
AP Photo/Darko Bandic
AP Photo/Frank Augstein

หลังจากนั้นเกมดูจืดชืดเล็กน้อย เมื่อ โครเอเชีย ยังไม่สามารถต่อบอลเซ็ตเกมรุกได้ถนัดอย่างที่เคยเป็น ส่วน อังกฤษ พยายามจะใช้ลูกกลางอากาศเล่นงานสองเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่แข่งทั้ง ลอฟเรน และวิด้า แต่ แฮร์รี่ เคน ยังไม่สามารถผ่านสองปราการหลังคู่นี้ได้

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 23 อังกฤษ หวิดได้เม็ดที่สอง หลัง ซูบาซิช ออกบอลพลาดโดน ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ฉกบอลก่อนถวายพานให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเข้าไปซัด แต่เป็นจังหวะล้ำหน้าซะก่อน

นาทีที่ 30 อังกฤษ พลาดโอกาสทอง หลัง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แทงบอลหน้ากรอบทะลุมาถึง แฮร์รี่ เคน เกี่ยวบอลติดในกรอบเขตโทษก่อนเอี้ยวตัวบรรจงซัดด้วยขวา บอลติด ซูบาซิช ล้นมาถึง เคน อีกครั้ง แต่หัวหอกจาก สเปอร์ส  รายนี้กลับหวดไปติดเสา ก่อนที่จะมีสัญญาณว่า เคน ล้ำหน้าอีกหน

 

AP Photo/Darko Bandic
AP Photo/Matthias Schrader
AP Photo/Frank Augstein

 

หกนาทีต่อมา “สิงโตคำราม” โยนโอกาสทองทิ้งไปอีกหน บอลเริ่มที่ แฮร์รี่ เคน ตัดเป็นได้จากตรงกลางสนามก่อนปาดออกซ้ายให้ อัลลี่ ดึงจังหวะก่อนตบเข้ากลางให้ เจสซี่ ลินการ์ด ที่ยืนอยู่คนเดียวโล่งๆ หน้ากรอบ แต่ดาวเตะจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายนี้ กับซัดหลุดกรอบออกหลังไปอย่างน่าผิดหวัง

ช่วงท้ายเกม โครเอเชีย ได้ลุ้นจากจังหวะที่ พิคฟอร์ด โดนบีบให้ออกบอลไม่ดี สุดท้ายเป็น อิวาน ราคิติช โชว์ความเหนือชั้นกระดกบอลหลบแนวรับอังกฤษในกรอบเขตโทษ แต่ไปเล่นหลายจังหวะมากเกินไปสุดท้ายเสียบอล

หลังจากนั้นทั้งสองทีมไม่สามารถเจาะตาข่ายกันได้ จบครึ่งแรก อังกฤษ นำอยู่ 0-1

 

AP Photo/Matthias Schrader

 

กลับมาสู้กันต่อในครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 56 เจสซี่ ลินการ์ด ได้ลองซัดหน้ากรอบ แต่ยังกดไม่ลงเช่นเคย

นาทีที่ 68 โครเอเชีย มาได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ ซิเม่ เวอร์ซัลโก้ ตั้งป้อมก่อนครอสด้วยขวาบอลโค้งมาในกรอบ อิวาน เปริซิช ตัดสินใจแหย่เท้าตัดหน้า ไคล์ วอร์คเกอร์ ที่พยายามย่อตัวโหม่งบอลพุ่งตุงตาข่ายท่ามกลางความงุนงงของนักเตะอังกฤษ ทุกอย่างกลับมาเท่ากัน !!!

 

AP Photo/Darko Bandic
AP Photo/Alastair Grant
AP Photo/Alastair Grant
AP Photo/Thanassis Stavrakis
AP Photo/Frank Augstein

 

นาทีที่ 72 โครเอเชีย พลาดโอกาสในการได้ประตูไปอย่างไม่น่าเชื่อ หลัง อิวาน เปริซิช ที่โดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ ลากบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิงหักข้อไปที่เสาไกล บอลผ่าน พิคฟอร์ด ไปแล้ว แต่ดันพุ่งไปชนเสาอย่างจัง

ห้านาทีถัดมา เจสซี่ ลินการ์ด เกือบมีชื่ออยู่นสกอร์บอร์ด หลังสอดเข้ามาถึงพื้นที่อันตรายก่อนกึ่งยิงกึ่งผ่านมาที่เสาไกล บอลผ่านหน้าปากประตูไปอย่างน่าเสียดาย

ห้านาทีสุดท้าย โครแอต เกือบได้ส้มหล่น พิคฟอร์ด เจอ มานด์ซูคิช เบียด บอลล้นมาถึง เปริซิช รีบเบิ้ลบอลสวนทัวควัน บอลลอยไปตกบนหลังคาแบบสุดหวาดเสียว

ช่วงท้ายเกม แม้ว่าทั้งสองฝั่งจะเปิดเกมแลกกันอย่างสนุก แต่สุดท้ายไม่สามารถเจาะตาข่ายเพิ่มเติมได้ ครบ 90 นาที ยังเสมอกันอยู่ 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

 

AP Photo/Matthias Schrader
AP Photo/Frank Augstein

 

เข้าสู่ช่วงการต่อเวลาพิเศษ แกเร็ธ เซาต์เกต ตัดสินใจแก้เกมด้วยการส่ง แดนนี่ โรส ลงมาป่วนทางกราบซ้ายแทน แอชลีย์ ยัง ส่วน โครเอเชีย ถอด อิวาน สตรินิช ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บออก พร้อมส่ง โจซิป พิวาริช ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 96 อังกฤษ แก้เกมอีกหนด้วยการส่ง เอริค ดายเออร์ ลงมายืนแทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

สามนาทีต่อมา “ทรีไลออนส์” เกือบได้เฮกันทั้งโลก จากจังหวะลูกเตะมุมบอลลอยมาถึง จอห์น สโตน ได้เทคตัวขึ้นโขกเต็มศีรษะบอลทำท่าว่าจะเสียบเสาไกลอยู่แล้ว แต่ ซิเม่ เวอร์ซัลโก้ โหม่งสกัดจากเส้นได้อย่างเหลือเชื่อ

นาทีที่ 108 มาร์เซโล่ โบรโซวิช ชิงจังหวะเอาชนะ เจสซี่ ลินการ์ด ได้ ก่อนสอดขึ้นมาเติมเกมในกรอบเขตโทษพร้อมซัดเต็มข้อ แต่เจ้าตัวกลับซํดบอลหลุดกรอบออกหลังไปไกล

แต่หลังจากนั้นเพียงแค่นาทีเดียว โครเอเชีย มาได้ประตูพลิกขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ อิวาน เปริซิช โหม่งเช็ดย้อนหลังเข้าในในกรอบหกหลา มาริโอ มานด์ซูคิช สลัดการประกบจาก จอห์น สโตน ก่อนตะบันเน้นๆ บอลผ่านมือ พิคฟอร์ด เข้าไป “โครแอต” กลับมาแล้ว !!!

 

AP Photo/Frank Augstein
AP Photo/Alastair Grant
AP Photo/Frank Augstein

 

ในช่วงเวลาที่เหลือ อังกฤษ ที่ตกเป็นรองไม่สามารถพังทำนบเกมรับของทัพ “โครแอต” ได้ จบเกม โครเอเชีย พลิกกลับมาเอาชนะ อังกฤษ ไปได้แบบสุดมันส์ 2-1 สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกได้เป็นหนแรก โดยจะเข้าไปพบกับ ฝรั่งเศส ในวันอาทิตย์นี้ต่อไป

ทีมชาติโครเอเชีย : ดานิเยล ซูบาซิช (GK), ซิเม่ เวอร์ซัลโก้, อิวาน สตรินิช, อิวาน เปริซิช, เดยัน ลอฟเรน, อิวาน ราคิติช, ลูก้า โมดริช, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, มาริโอ มานด์ซูคิช, อันเต้ เรบิช, โดมากอย วิด้า

ทีมชาติอังกฤษ :  จอร์แดน พิคฟอร์ด (GK), ไคล์ วอล์กเกอร์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, คีแรน ทริปเปียร์, จอห์น สโตนส์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจสซี่ ลินการ์ด, แฮร์รี่ เคน, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เดเล อัลลี่, แอชลี่ย์ ยัง

 

โปรแกรมการแข่งขัน พร้อมช่องถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2018

ดูฟุตบอลโลก 2018 ย้อนหลัง เต็มแมตช์  สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าทรู

ดูฟุตบอลโลก 2018 ย้อนหลัง

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports