“ซ๊วบ!!!” พลันที่ลูกยิงฟรีคิกของ คีแรน ทริปเปียร์ พุ่งเข้าประตูตั้งแต่นาทีที่ 5 ในเกมรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018 ระหว่าง โครเอเชีย กับ อังกฤษ ในเวลานั้นเชื่อเหลือเกินว่า แฟนบอลของทั้งสองทีม มีห้วงความคิดที่แตกต่างอย่างมาก


สำหรับแฟนบอลโครเอเชีย พวกเขาคงคิดว่า การรอคอยเข้ารอบตัดเชือกมา 20 ปี นับตั้งแต่ เวิลด์คัพ 1998 โครเอเชียจะต้องผิดหวังอีกแล้วเหรอ แถมคนที่ยิงก็เป็นแบ็คขวาที่ไม่เคยยิงประตูในทีมชาติมาก่อนอย่าง คีแรน ทริปเปียร์ เหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ที่ ลิลิยง ตูราม ซัดเบิ้ลพาฝรั่งเศส แซงเฉือน โครแอต 2-1 ดับฝันทีมตราหมากรุกในการเข้ารอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก ครั้งแรก

ส่วนแฟนบอลอังกฤษ ประตูของ ทริปเปียร์ ลูกนี้คือการเปิดบานเกร็ดรับลมแห่งรอบชิงชนะเลิศครั้งแรก หลังจากการคว้าแชมป์เมื่อ 52 ปีที่พวกเขารอคอยที่จะพาฟุตบอลกลับบ้านอีกครั้ง ตามเพลงที่ดังที่สุดในช่วงฟุตบอลโลก 2018 บนเกาะอังกฤษที่ชื่อว่า “Football is coming home” แต่ฟุตบอลมันเล่น 90 นาที และทันทีที่ อิวาน เปริซิซ เสือกขากระทุ้งลูกบอลเข้าประตูไปได้ในนาทีที่ 68 ทุกอย่างในเกมก็เหมือนนับหนึ่งใหม่ จนกระทั่งหมดเวลาการแข่งขัน 90 นาทีด้วยสกอร์ 1-1

และด้วยสมาธิที่หลุดลอยเพียงเสี้ยววินาที ของแนวรับทีมชาติอังกฤษ ก็ได้ทำให้ มาริโอ มานด์ซูคิซ ได้เข้าทำประตูที่สำคัญที่สุดของเขาในชีวิต ในนาทีที่ 109

AP Photo/Frank Augstein

10 นาทีที่เหลือ หลังจากสกอร์ตามหลัง มันมีเวลาน้อยเกินไปที่จะให้โอกาส “ทัพ ทรี ไลออนส์” ได้พา “ฟุตบอล” และถ้วยรางวัลลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกลับบ้าน

“ฟุตบอลไม่ได้คัมมิ่งโฮมอย่างที่แฟนบอลอังกฤษต้องการ”

วินาทีที่กรรมการเป่าหมดเวลาการแข่งขัน นั่นคือวินาทีที่ โครเอเชีย ทีมม้ามืดที่ใครหลายคนมอง ได้สร้างประวัติศาสตร์ และสถิติยิ่งใหญ่มากมาย

พวกเขาเข้ารอบชิงชนะเลิศครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติ และต้องเจอกับทีมที่ดับฝันพวกเขาเมื่อ 20 ปีที่แล้วอย่าง ฝรั่งเศส ที่กำลังถูกคุมด้วยนักเตะจากทีมชุดนั้น อย่าง ดิดิเย่ร์ เดชองส์

AP Photo/Frank Augstein


“ไม่มีโมเมนต์ไหนที่จะได้แก้แค้นสะใจที่สุดเท่าโมเมนต์นี้อีกแล้ว”

โครเอเชีย คือ “ม้ามืด” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทีมหนึ่ง ซึ่งการถูกมองว่า “เป็นม้ามืด” นั่นอาจจะเป็นเพราะพวกเขา ไม่เคยคว้าแชมป์โลก ไม่ได้มีเฮ้ดโค้ชที่ยิ่งใหญ่ ไม่เคยมีนักเตะคว้าบัลลงดอร์ เคยเข้าใกล้สุดคือ ดาวอร์ ซูเคอร์ ดาวซัลโวฟุตบอลโลก ในปี 1998 แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับ ซีเนอดีน ซีดาน ที่ร่ายมนต์ให้ฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกสมัยแรกได้

และเพราะพวกเขาไม่ได้มาจากชาติที่มีประชากรมากมาย เพียงแค่ 4.2 ล้านคน น้อยกว่า อังกฤษ คู่แข่งในรอบตัดเชือก จำนวนประมาณ 13 เท่า และน้อยกว่า ฝรั่งเศส คู่ชิงของพวกเขา ประมาณ 16 เท่าตัว

AP Photo/Frank Augstein

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สิ่งหนึ่งที่พา โครเอเชีย มาได้ไกลขนาดนี้ นั่นเป็นเพราะ พวกเขามีแดนกลางที่ดีที่สุดทีมหนึ่งของเวิลด์คัพ ครั้งนี้ ลูก้า โมดริช, อิวาน ราคิติซ, อิวาน เปริซิซ และ มาร์เซโล โบรโซวิช สี่กองกลางสุดคลาสของพวกเขาที่ต้องได้รับการขนานนาม และชื่นชมมากมาย ไม่ว่าเกมสุดท้ายนี้จะจบลงอย่างไร

นอกจากคลาสบอลสูงส่งในแดนกลาง ผู้รักษาประตูสุดเหนียว ความฟิตที่ไม่มีหมด บดขยี้ 120 นาทีกับสามทีมชั้นนำของโลกสามนัดติดแบบไม่ลดละ บวกหัวใจที่แข็งแกร่ง อีกสิ่งหนึ่งที่พวกเขามีนั่นคือ “ความเก๋า” เพราะนักเตะที่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นซูเปอร์สตาร์ค้างฟ้าของพวกเขานั้น กลับกลายเป็นทีมที่มีนักเตะเคยผ่านการคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก มาแล้วถึง 4 คน (ลูก้า โมดริช, อีวาน ราคิติช, มาริโอ มานด์ซูคิช, มัตเตโอ โควาซิช) ซึ่งมากที่สุดในรอบรองชนะเลิศเลยด้วยซ้ำ

AP Photo/Francisco Seco


พอได้ลงรายละเอียดแล้ว พวกเขาก็ไม่ใช่ม้ามืดธรรมดาๆ เลยนะ
และพร้อมเหลือเกินกับการพาถ้วย ฟีฟ่า เวิลด์คัพ ไปตั้งโชว์อยู่บนดินแดนยุโรปตะวันออกครั้งแรก
แถมมันยังเป็นครั้งที่ฟุตบอลโลก จัดบนประเทศที่มีส่วนหนึ่งอยู่ในยุโรปตะวันออกอีกซะด้วย…

“จอน”

ฟุตบอลโลก

 

โปรแกรมการแข่งขัน พร้อมช่องถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2018

ดูฟุตบอลโลก 2018 ย้อนหลัง เต็มแมตช์  สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าทรู

ดูฟุตบอลโลก 2018 ย้อนหลัง

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports