“สโมสรอื่นๆ สามารถจ่ายเงินก้อนโตเพื่อคว้านักเตะชั้นยอด หากผมมีเงินมากจริงๆ ผมจะไม่ทำแบบนั้นแน่ๆ” เยอร์เก้น คล็อปป์ กล่าว

 

ลิเวอร์พูล

 

เชื่อว่า คล็อปป์ ไม่มีวันลืมวินาทีการพูดประโยคนี้แน่นอน และก็เชื่อว่า คล็อปป์ คงไม่รู้สึกละอายใจต่อตัวเองเท่าไหร่ เพราะถ้า “ไม่กลืนน้ำลายตัวเอง” ฤดูกาลหน้า อาจเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขากับ ลิเวอร์พูล

ย้อนกลับไปปี 2015 ลิเวอร์พูล ดึง เยอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามาสู่รั้ว “แอนฟิลด์” พร้อมแรงกดดันอันมหาศาลจากเหล่า “เดอะ ค็อป” ที่ยังไม่เคยสัมผัสแชมป์รายการใหญ่รายการใดเลยมามากกว่าหนึ่งทศวรรษ แต่หากมองมุมกลับ ตั้งแต่ คล็อปป์ เข้ามารับงานเผือกร้อนชิ้นนี้ ลิเวอร์พูล เริ่มมีวิธีการวาดลวดลายบนพื้นหญ้าที่มีมิติ ดุดัน และเป็นแบบแผนมากขึ้น

แต่มันจะดีกว่านี้ หาก ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ในฤดูกาลที่ผ่านมาได้สำเร็จ

 

ลิเวอร์พูล
ขอบคุณภาพ : Liverpool FC

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การพลาดแบบ “น่าอาย” 2 หน ในนัดชิงชนะเลิศถ้วย “ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก” ของ ลอริส คาริอุส เป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องตบหน้าตัวเองด้วยการยอมทุ่มเม็ดเงินกว่า 66.8 ล้านปอนด์ ดึง อลิสสัน นายทวารจาก โรม่า ด้วยค่าตัวสถิติโลกในตำแหน่งผู้รักษาประตู

อลิสสัน ที่กลายเป็นนายทวารค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ มีฝีไม้ลายมือเหนือกว่า คาริอุส ยังไง ตามความเห็นของผม เชิญเสพครับ…

หากชำเลืองมองสถิติของ อลิสสัน ที่มีต่อ โรม่า ในลีกซีซั่นที่ผ่านมา นับว่าแฟนๆ “หมาป่าแห่งกรุงโรม” ต้องคำรามสรรเสริญผู้รักษาประตูรายนี้ชนิดถวายหัวกันเลยทีเดียว เพราะเขานี่แหละที่เซฟสารพัดเซฟไปถึง 109 ครั้ง เก็บคลีนชีทไป 17 หน ปฏิเสธจุดโทษได้ 2 จาก 5 คราว จากการลงปกปักประตู 37 นัด หากเทียบกับ คาริอุส นับว่านายทวารหน้าหล่อชาวเยอรมันต้องแพ้ให้ อลิสสัน ทุกทางตั้งแต่สเต็ปแรก นั่นคือ “การยอมรับ” และ “ความไว้ใจ” จากโค้ชให้ลงสนามเป็นตัวจริง เพราะ คล็อปป์ มนุษย์ผู้สวมบทผู้ใหญ่ใจดีในถิ่นแอนฟิลด์ต่อนักเตะมาหลายราย

เช่นเดียวกับ คาริอุส ที่แม้ เจเค จะพยายามให้เจ้าตัวลงสนามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่โอกาสมันดันตันอยู่ที่เพียง 19 นัด… ตลอด 19 นัดที่ คาริอุส ยืนเป็นปราการด่านสุดท้าย ไม่ได้ทำให้ กองเชียร์ และคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ ของ “หงส์แดง” ตื้นตันใจเท่าไหร่ หลังเจ้าตัวปฏิเสธการทำประตูได้เพียง 31 หนที่ตรงกรอบตลอด 1,710 นาที และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเจ้าตัวสร้างจังหวะเสียวๆ ชวนให้แฟนหงส์ต้องสะดุ้งกันตลอดทุกคราวหากมีโอกาส

 

ลิเวอร์พูล
ขอบคุณภาพ : Liverpool FC

 

ถ้าย้อนอดีตไปส่องฟอร์มนายทวารผู้ปกปักประตูของโรม่าอย่าง วอยเชียค เชสนี่ ครั้นเมื่อ อลิสสัน ยังเป็นมือ 2 เมื่อฤดูกาล 2016/2017 อยู่นั้น เชสนี่ พา ทีมจบด้วยฐานะรองแชมป์ลีกได้ก็จริง แต่ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาต้องจอดที่ป้ายเพียงรอบเพลย์ออฟ หลังพ่าย ปอร์โต้ รวมสองนัดด้วยสกอร์ 4-1 กลับกัน เมื่อ อลิสสัน เติบใหญ่ขึ้น จนถึงเวลาที่เขาได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงแทน เชสนี่ ที่ย้ายไปซบ “ม้าลาย” เพื่อรอแสตนด์บายเป็นตัวจริงแทนตำนานของทีมอย่าง บุฟฟ่อน ในฤดูกาล 2017/2018 อลิสสัน ก็ระเบิดฟอร์มเปิดซิงด้วยหน้าที่นายทวารมือ 1 ของทีมได้อย่างมีชั้นมีเชิง หลังพา โรม่า จบ อันดับ 3 ในลีก

แต่ที่น่าตะลึงกว่านั้นคือผลงานในฟุตบอลยุโรป แม้ก่อนหน้านั้นจะจอดเพียงรอบเพลย์ออฟแบบกร่อยๆ แต่ปีถัดมา อลิสสัน สวมถุงมือลงป้องประตูตั้งแต่รอบแรกจนพาทีมเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ด้วยผลงานคลีนชีท 5 จาก 12 เกม พร้อมเซฟถึง 46 คราว แม้จะไร้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล แล้วก็ตาม

หากวกกลับมาส่องฟอร์มของ คาริอุส ในซีซั่นที่แล้ว ฟอร์มของเขาก็นับว่าเป็นประเภท 3 วันดี 4 วันไข้ ไม่ต่างกับ ซิมง มิโญเล่ต์ สักเท่าไหร่ เพราะในฤดูกาล 2016/2017 ที่อดีตนายทวาร ซันเดอร์แลนด์ ลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงให้ทีม เขาโดนทะลวงตะข่ายไปถึง 42 ประตู ประกอบกับแสดงจังหวะ เอ๋อๆ มึนๆ ให้แฟนๆ เซ็ง ไม่ต่างกับ คาริอุส เช่นกัน

น่าคิดว่าหาก ลิเวอร์พูล ไม่มีเกมรุกที่ดีป่านนี้พวกเขาอาจเสียมากกว่า 38 ประตู จนชวดที่โควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ใบสุดท้ายไปแล้วก็เป็นได้ และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า คาริอุส คงเป็นอีกชนวนสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล อดคว้าแชมป์ที่ “เดอะ ค็อป” ใฝ่ฝันอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลที่แล้ว

 

ขอบคุณภาพ : Liverpool FC

 

นอกจากผลงานในสโมสร การเฝ้าเสาในนามทีมชาติ คงเป็นอีกตัวแปรสำคัญที่คอยวัดผลการสอบภาคปฏิบัติในโลกฟุตบอลได้เลยว่า “ใครจะรับแรงกดดัน” ได้มากกว่า ย้อนกลับไปในวัยกระเตาะ คาริอุส ฉบับเยาวชน ติดทีมชาติเยอรมันมาตลอดตั้งแต่ ยู 16 ถึง ยู 21 ทุกอย่างในขณะนั้นของเขาดูสวยหรูโรยไปด้วยกลีบกุหลาบรอบตัว แต่จากผู้รักษาประตูที่ว่ากันว่าดีที่สุดคนหนึ่งในบุนเดสลีกากับ ไมนซ์ 05 เมื่อ 2 ซีซั่นที่แล้ว แต่พอย้ายมาสวมยูนิฟอร์ม “หงส์แดง” เท่านั้นแหละ “เทพอู๊ด” ดันฟอร์มเริ่มหลุด หลุด และหลุดสุดๆ จนว่ากันว่า อนาคตที่สดใสในโลกฟุตบอล คงไม่รอเขาอีกแล้ว…

กลับตาลปัตรกับฟอร์มของ อลิสสัน เบ็คเกอร์ ที่เจ้าตัวเริ่มสลักธงบราซิลบนอกด้านซ้ายหนแรกในวัย 16 ปี กับทีมชุด ยู 17 ตั้งแต่ปี 2009 ถัดมาแม้จะหลุดทีมชาติชุด ยู 19 แต่มันคงเป็นบทเรียนสอนชีวิตให้เขาต้องขยัน และทำงานให้หนักกว่าคนอื่นอีกหลายๆ เท่า

อีก 4 ปีถัดมา เขามอบรางวัลแด่คนช่างฝันให้กับตัวเองด้วยการติดทัพ “เซเลเซา” ได้สำเร็จอีกครั้งกับทีมชาติ บราซิล จูเนียร์ รุ่น 23 ปี และอาชีพนักฟุตบอลในนามทีมชาติของเขาก็เปรียบดั่งม้วนฟิล์มที่ยังคงกรออนาคตมาเรื่อยๆ แค่ดันกรอมาไกลจนถึงฟุตบอลโลก 2018 เท่านั้นเอง

หากเทียบความขลังของ คาริอุส หลังมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลที่แล้ว มันคงยังเป็นเครื่องหมายคำถามตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาสู่ทีมจนถึงปัจจุบันว่าว่า “หมอนี่มันเป็นใคร” เพราะนอกจากในฐานะนักฟุตบอลที่ถูกยกย่องว่าน่าจับตามองคนหนึ่งในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน เมื่อ 2 ฤดูกาลที่แล้ว เขายังไม่มีเครื่องหมายประกันมาตรฐานสินค้าในโลกฟุตบอลอย่างตราธงชาติดั่ง อลิสสัน ที่ทำได้มาตลอดตั้งแต่ปี 2015 ยันฟุตบอลโลก 2018 ในฐานะผู้รักษาประตูมือ 1 ทัพ “เซเลเซา”

รวมๆ กันแล้วหากเทียบเฉพาะผลงานที่ผ่านมา แน่นอนว่า อลิสสัน ดูดีกว่า คาริอุส แบบเห็นๆ อลิสสัน จะเข้ามาสานต่อความเป็นตำนานเหมือน เปเป้ เรน่า นายทวารที่ว่ากันว่าไว้ใจได้คนล่าสุดสำหรับทัพ “หงส์แดง” จนลุล่วงหรือไม่ ไม่นานเกินรอ คงได้เห็นดีกัน…

“PUP Tuntat”

ฟุตบอลโลก

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive