หนึ่งเดือนเต็มของฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซียถือเป็นฟุตบอลโลกที่มีเรื่องราวหลากหลายมากมายเกิดขึ้นทั้งในและนอกสนามให้ได้ติดตามกันตลอด ถึงแม้ว่าทีมขาประจำ ทีมขาใหญ่ฟุตบอลโลกทั้งหลายจะตกรอบเร็วตามๆ กันไป แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์หรืออรรถรสการติดตามดูฟุตบอลโลกครั้งนี้ลดลงเลย เนื่องจากการแข่งขันมีความสนุกตื่นเต้นแทบทุกนัด

 

 

ในฟุตบอลโลกหนนี้ แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้านของเกมฟุตบอลทั้งในสนาม และนอกสนาม

เรื่องของรูปแบบ และวิธีการเล่นที่แต่ละทีมมีการเล่นที่เร็วขึ้น เน้นการบีบพื้นที่เร็วเพื่อแย่งบอลแล้วเปลี่ยนจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ฟุตบอลโลกครั้งนี้ดูสนุกเพราะเกมในสนามดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็วชนิดที่คนดูแทบไม่มีเวลาหยุดพักหายใจกันเลย

การที่แต่ละทีมจะเล่นแบบนี้ได้ต้องมีการฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดีมาก เพราะความฟิต รวมถึงความแข็งแรงต้องเข้าขั้นพร้อมสุดๆ และต้องมีความเข้าใจเกมที่ต้องมีการเคลื่อนที่ทั้งคนที่มีบอล และไม่มีบอลอย่างสอดคล้องกัน

ประเด็นเกี่ยวกับความฟิตและการเล่นในลักษณะบีบพื้นที่นี้ได้มีการศึกษาวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผลออกมาสนับสนุนให้มีการฝึกซ้อมฟุตบอลในแบบที่เรียกว่า small size เกม คือให้แบ่งทีมเล่น 3 ต่อ 3 , 4 ต่อ 4 , 5 ต่อ 5 หรือ 6 ต่อ 6 ในพื้นที่ที่กำหนดไว้แคบๆ บังคับให้มีการบีบพื้นที่ และเคลื่อนตัวจ่ายบอลอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง มากยิ่งขึ้นเพราะส่งผลให้เพิ่มระดับความฟิตไปพร้อมๆ กับความเข้าใจในการเคลื่อนที่เพื่อบีบพื้นที่หรือเพื่อจ่ายบอลในสถานการณ์ที่ถูกบีบพื้นที่ได้

ผลจากการฝึกซ้อมตามหลักการทางวิชาการที่ถูกต้อง ส่งผลให้นักฟุตบอลอาชีพระดับสูงในปัจจุบันจึงมีสมรรถภาพร่างกายที่สามารถวิ่งต่อเกมได้ประมาณ 10 กิโลเมตร และมีความเร็วในการสปีดแต่ละครั้งเฉลี่ยได้ถึง 5-7 เมตรต่อวินาที มีการผ่านบอลรวมทั้งสองทีมประมาณ 1000 ครั้ง

รูปแบบของฟุตบอลในปัจจุบันจึงมีความรวดเร็ว ต่อเนื่อง ดูสนุกมากยิ่งขึ้น อย่างที่เราเห็นได้จากการรับชมฟุตบอลโลกครั้งนี้

AP Photo/Petr David Josek

ฟุตบอลมีการพัฒนารูปแบบวิธีการเล่นไปในยุคหลังๆ เป็นผลสืบเนื่องจากข้อมูลทางวิชาการเวชศาสตร์การกีฬาที่ได้มาจากการทุ่มเททรัพยากรมากมายในการวิจัย โดยเฉพาะข้อมูลส่วนหนึ่งที่ได้มาจากระบบติดตามการเคลื่อนไหวของนักกีฬาทั้งจากการใช้ภาพถ่ายวิดีโอ การใช้อุปกรณ์บอกตำแหน่ง และใช้อุปกรณ์ GPS ที่มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายทั้งในการฝึกซ้อมและการแข่งขันตลอดช่วงเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา

ฟุตบอลโลกที่รัสเซียหนนี้ นอกจากเทคโนโลยี VAR และ Goal line ที่มีการพูดถึงกันอย่างมากแล้ว ยังมีเทคโนโลยีอีกส่วนหนึ่งที่แต่ละทีมได้ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ด้วยแต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง นั่นคือ ระบบติดตามข้อมูลนักเตะในสนาม ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Electronic performance and tracking system (EPTS)

เป็นระบบที่แต่ละทีมสามารถใช้ติดตามการเคลื่อนที่ และผลงานในสนามของนักฟุตบอลในทีมได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงยังมีระบบภาพเคลื่อนไหวที่ใช้ดูการเคลื่อนไหวของนักเตะ และภาพเคลื่อนไหวที่ใช้ดูลักษณะ สาเหตุการบาดเจ็บโดยละเอียดได้อีกด้วย

การใช้งานระบบที่ว่านี้ แต่ละทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันได้รับ Tablet สามเครื่องให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลของทีมที่นั่งบนอัฒจันทร์ เจ้าหน้าที่ทีมในซุ้มม้านั่งสำรอง และแพทย์ประจำทีม

ถ้าหากสังเกตในการติดตามชมการแข่งขันจะเห็นแต่ละทีมมีเจ้าหน้าที่ ที่มีหูฟังกับไมโครโฟนใช้สื่อสารกับเจ้าหน้าที่บนอัฒจันทร์ได้เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับข้อมูลนักเตะ และแผนการเล่นในสนาม จากที่ก่อนหน้านี้มีข้อห้ามสำหรับการใช้อุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดในซุ้มม้านั่งตัวสำรองข้างสนาม

ฟุตบอลสมัยใหม่จึงไม่ได้สู้กันเพียงแค่ความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะ หรือการวางแผนของโค้ชเท่านั้น แต่ยังต้องสู้กันด้วยเวชศาสตร์การกีฬา และเทคโนโลยีอีกด้วยด้วย

AP Photo/Martin Meissner

เมื่อมองย้อนกลับมาที่ความหวังในการได้ไปฟุตบอลโลกของทีมชาติไทย เราควรจะต้องพัฒนาหลายๆ ด้านไปพร้อมๆ กันอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่จะเอาแต่พัฒนาเพียงเฉพาะผู้เล่น และโค้ชในสนามฟุตบอลเท่านั้น

แต่ควรจะต้องพัฒนาองค์ประกอบอื่นของทีมให้พร้อมเต็มที่ และถูกต้องตามหลักการทางวิชาการในการสนับสนุนทีมเพื่อไปสู่ฝันฟุตบอลโลกให้ได้

“พี่หมอเอก”

อัพเดท ตลาดซื้อขายนักเตะ พรีเมียร์ลีก 2018/19

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports