115 ทีมร่วมประกวดไหว้ครูมวยไทย, ทักษะมวยไทย และ คีตะมวยไทย ปี 61 ช่วงวันที่ 10-14 ส.ค.นี้ ที่แฟชั่นไอส์แลนด์ ชิงเงินรางวัลรวม 2.4 ล้านบาท ในการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามและมรดกประจำชาติที่ไม่มีใครเหมือน คาดว่าจะได้รับความสนใจจากกองเชียร์จากสถาบันต่างๆ อย่างล้นหลาม

นายพัชระ ตั้งพานิช ผู้อำนวยการสำนักนันทนาการ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพลศึกษา เป็นประธานแถลงข่าวมหกรรมการประกวดศิลปะมวยไทย ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 21 ประจำปี 2561 พร้อมด้วย ดร.วินิตย์ จันทร์มนตรี ผู้อำนวยการสำนักการกีฬา และ ดร.อมรทัตต์ อัคคะพู เลขานุการกรมปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่โรงแรมแมนดาริน โดยการแข่งขันครั้งนี้จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 10-14 ส.ค.นี้ ณ ห้องไอส์แลนด์ฮอลล์ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอร์แลนด์ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทไหว้ครูมวยไทยและทักษะมวยไทย และประเภทคีตะมวยไทย เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป

นายพัชระ เปิดเผยว่า “กลุ่มอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย สำนักการกีฬา กรมพลศึกษา พร้อมด้วย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เห็นความสำคัญเกี่ยวกับศิลปะประจำชาติโดยเฉพาะแม่ไม้มวยไทย จึงจัดการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 แล้ว ซึ่งแต่ละปีได้รับความสนใจจากนิสิต และนักศึกษาโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ

วัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมศิลปะมวยไทยที่ถือว่า เป็นศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ ที่มีทักษาะการต่อสู้โดยใช้อวัยวะต่างๆของร่างกาย ได้แก่ หมัด เท้า เข้า และ ศอก ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว เป็นการต่อสู้ที่ปราศจากอาวุธ ดังนั้นการฝึกมวยไทยจึงช่วยให้เยาวชนและประชาชาชนทุกเพศทุกวัยได้พัฒนาร่างกาย, อารมณ์, จิตใจ และ สติปัญญา ให้เป็นผู้มีความสมบูรณ์”

สำหรับการประกวดครั้งนี้แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

ไหว้ครูมวยไทยและทักษะมวยไทย มี 5 รุ่น คือ
1.รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี (ชายคู่-หญิงคู่) จำนวน 10 ทีม
2.รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี (ชายคู่) จำนวน 10 ทีม
3.รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี (หญิงคู่) จำนวน 10 ทีม
4.รุ่นอายุทั่วไป (ชายคู่) จำนวน 20 ทีม
5. รุ่นอายุทั่วไป (หญิงคู่) จำนวน 20 ทีม

คีตะมวยไทย มีทั้งหมด 3 รุ่น คือ
1.รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี จำนวน 15 ทีม
2. รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี จำนวน 20 ทีม
3.รุ่นอายุทั่วไป จำนวน 20 ทีม

รวมทุกประเภทมีทีมเข้าร่วม 115 ทีม นักกีฬาและเจ้าหน้าที่มีมากกว่า 1,000 คน

ทั้งนี้ แชมป์ประเภทไหว้ครูมวยไทยและทักษะมวยไทย รับเงินรางวัล 25,000 บาท อันดับ 2 20,000 บาท และ อันดับ 3 15,000 บาท รางวัลชมเชยทีมละ 7,000 บาท ส่วนทีมแชมป์คีตะมวยไทย รับเงินรางวัล 40,000 บาท อันดับ 2 30,000 บาท และ อันดับ 3 20,000 บาท รางวัลชมเชยทีมละ 10,000 บาท รวมเงินรางวัลทั้งสิ้น 2,400,000 บาท

รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพลศึกษา ยังกล่าวอีกว่า กิจกรรมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของศิลปะมวยไทยที่บรรพบุรุษของเราได้หวงแหนเอาไว้ให้อนุชนรุ่นหลัง ดังนั้นในฐานะกรมพลศึกษากำกับดูแลกีฬาของชาติ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกาย ต้องการส่งเสริมและเผยแพร่มรดกประจำชาติให้ทุกคนได้อนุรักษ์กันต่อไป เพราะมีประวัติศาสตร์อันยาวนานอยู่คู่กับประเทศชาติ อีกทั้งยังต้องการปลูกจิตสำนึกให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชนและประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของศิลปะมวไทยและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพื่อพัฒนาตัวเองไปสู่ทรัพยากรที่ดีของประเทศชาติในอนาคตได้

ส่วนตัวมีความเชื่อมั่นว่า การประกวดครั้งนี้จะมีกองเชียร์จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ตลอดจนผู้สนใจเข้าชมและให้กำลังใจนักกีฬาในแต่ละวันจำนวนหลายพันคน เห็นได้จากความสำเร็จหลายปีที่ผ่านมามีผู้ชมเข้ามาดูอย่างล้นหลาม

นอกจากนี้หลายทีมที่ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์รายการนี้ได้ ก็สามารถพัฒนาตัวเองไปสู่ตัวแทนประเทศไทยต่อไป อยากให้ทั้งหมด 115 ทีมที่จะลงทำการแข่งขันเตรียมตัวฟิตซ้อมและดูแลตัวเองมาให้ดี เพราะคณะกรรมการฝ่ายตัดสินค่อนข้างเข้มงวดและต้องการเฟ้นหาทีมที่ดีและพร้อมที่สุดเท่านั้นในการคว้าแชมป์ของปีนี้

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports