ยังคงได้รับความนิยม และถูกขนานนามจากแฟนบอลทั้งโลกว่าเป็นลีกฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกไม่เปลี่ยน สำหรับศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ใกล้จะถือฤกษ์เปิดฉากขึ้นในสัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคมนี้แล้ว

 

 

วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับทัพ “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ ที่ซีซั่นนี้เสริมทัพได้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นอดีตวันเดอร์คิดส์เมืองเบียร์อย่าง มักซ์ เมเยอร์ เช่นเดียวกัน ชีคคู กูยาเต้ ฮาร์ดแมนจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ตัดสินใจมาสวมเสื้อหมายเลข 8 แห่งถิ่นเซลเฮิร์ส พาร์ค จึงเชื่อได้เลยว่า รอย ฮ็อดจ์สัน คงไม่ยอมคว้าสองแข้งรายนี้เพื่อมาหนีตกชั้นเป็นแน่

 

คริสตัล พาเลซ

ฉายา : ปราสาทเรือนแก้ว
ตัวย่อ : CPFC
ก่อตั้ง : 10 กันยายน 1905 (112 ปี)
สนาม : เซลเฮิร์ส พาร์ค
ความจุ : 26,309
ประธานสโมสร : สตีฟ แพริช
ผู้จัดการทีม : รอย ฮ็อดจ์สัน
ผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมา : พรีเมียร์ลีก อันดับ 11
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : www.cpfc.co.uk

 

บทวิคราะห์

การได้สองแข้งชื่อชั้นระดับ มักซ์ เมเยอร์ และชีคคู กูยาเต้ ทำให้ คริสตัล พาเลซ ชุดนี้ดูดีขึ้นทันตาเห็น ยิ่ง รอย ฮ็อดจ์สัน สามารถรั้งตัวแข้งตัวหลักของทีมไว้ได้เกือบครบ ไล่มาตั้งแต่แผงแนวรับทั้ง เวย์น เฮนเนสซี่ (ผู้รักษาประตู), แพทริก ฟาน อันโฮลท์ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลที่ผ่านมา, เจมส์ ทอมกิ้นส์, สก็อตต์ ดันน์ รวมถึง มามาดู ซาโก้ ทำให้ขรัวเฒ่ารายนี้น่าจะค่อนข้างวางใจกับแนวรับของทีมที่ไม่ต้องมีการผ่าตัดใหม่แต่อย่างใด

ส่วนแผงมิดฟิลด์ แม้ว่า ฮ็อดจ์สัน อาจจะไม่ได้เสริมทัพแบบเน้นปริมาณ แต่การที่ มักซ์ เมเยอร์ กับ ชีคคู กูยาเต้ มาปรากฎกายในสีเสื้อปราสาทเรือนแก้ว แน่นอนการขับเคี่ยวแย่งชิงตำแหน่งในแดนกลางของ คริสตัล พาเลซ นั้นน่าจะสนุกขึ้น และนั่นอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้นักเตะอย่าง แอนดรอส ทาวน์เซนด์, เจฟฟรีย์ ชลุปป์ หรือตัวเก่งอย่าง ลูก้า มิลิโวเยวิช อาจจะต้องงัดเอาศักยภาพที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาให้คงเส้นคงวา เพื่อโอกาสในการยึด 11 ตัวจริง และลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ

ส่วนในแดนหน้า สิ่งที่น่าท้าทายของ พาเลซ ในซีซั่นนี้คือ การทำยังไงให้ปลุกไฟในตัวของ เบนเทเก้ กลับมาเป็นเครื่องจักรสังหารให้ได้อีกครั้ง หลังเจ้าตัวสูญเสียความมั่นใจไปพอสมควร เช่นเดียวกับการยกหน้าที่การขับเคลื่อนแนวรุกทุกมิติไว้ที่ วิลฟรีด ซาฮา ที่ผงาดขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์แห่งถิ่น เซลเฮิร์ส พาร์ค ได้เป็นที่เรียบร้อย หาก ฮ็อดจ์สัน วางแทคติกละเมียดๆ ได้หล่ะก็ โอกาสที่เราจะเห็น พาเลซ บินสูงกว่าอันดับที่ 11 หลังจบซีซั่นก็มีโอกาสเป็นไปได้เช่นกัน

 

รายชื่อนักเตะ คริสตัล พาเลซ ประจำฤดูกาล 2018/2019

ผู้รักษาประตู : จูเลี่ยน สเปโรนี่, เวย์น เฮนเนสซี่,บิเซนเต้ กูเอต้า

กองหลัง : โจเอล วอร์ด, แพทริก ฟาน อันโฮลท์, เจมส์ ทอมกิ้นส์, สก็อตต์ ดันน์, มามาดู ซาโก้, ป๊าป ซูอาเร่, อาร่อน วาน-บิสซาก้า, มาร์ติน เคลลี่, ไจโร่ รีเดอร์วัลด์

กองกลาง : ลูก้า มิลิโวเยวิช, มักซ์ เมเยอร์, ชีคคู กูยาเต้, แอนดรอส ทาวน์เซนด์, เจฟฟรีย์ ชลุปป์, เจสม์ แม็คอาเธอร์, จอห์นนี่ วิลเลี่ยนส์, ซุลลาย ไกไก, เจสัน พันเชี่ยน

กองหน้า : อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ, วิลฟรีด ซาฮา, คริสติย็อง เบนเทเก้, คอนเนอร์ วิคแฮ่ม

 

สถิติสโมสร (นักเตะ)

ลงเล่นมากที่สุด (ทุกรายการ) : จิม แคนน่อน, 663 นัด
ยิงประตูมากที่สุด (ทุกรายการ) : ปีเตอร์ ซิมสัน, 165 ประตู
ทำประตูรวมสูงสุดในหนึ่งฤดูกาล (ทุกรายการ) : ปีเตอร์ ซิมสัน, 54 ประตู
อายุน้อยที่ลงสนาม (ทุกรายการ) : จอห์น โบสต็อค, 15 ปี 287 วัน
ค่าตัวแพงสุด (ซื้อ) : คริสติย็อง เบนเทเก้ จาก ลิเวอร์พูล 27 ล้านปอนด์ (20 สิงหาคม 2016)
ค่าตัวแพงสุด (ขาย) : ยานนิก โบลาซี่ ไป เอฟเวอร์ตัน 25 ล้านปอนด์ (15 สิงหาคม 2016)

 

ทำเนียบแชมป์

ดิวิชั่น 2 (เดิม) / ฟุตบอลลีก แชมเปี้ยนชิพ : 2 สมัย
ดิวิชั่น 3 (เดิม) / อีเอฟแอล ลีก วัน : 1 สมัย

 

รู้จักเฮดโค้ช : รอย ฮ็อดจ์สัน

พรีเมียร์ลีก

เกือบครึ่งศตวรรษกับการคุมทีมทั้งระดับสโมสร และระดับชาติมาอย่างโชกโชน มาวันนี้บุรุษผู้เคยสวมเสื้อ คริสตัล พาเลซ ในนามนักเตะได้กลับมารับใช้สโมสรเก่าของเขาอีกครั้งด้วยฐานะที่เปลี่ยนไป

4 นัดของ แฟร้งค์ เดอ บัวร์ กับตำแหน่ง “กุนซือ” ทัพ “ปราสาทเรือนแก้ว” ที่เก็บแต้มไม่ได้เลย ทำให้ทุกอย่างประจักษ์แล้วว่า เคมีของเจ้าตัวคงไม่เหมาะที่จะเบลนด์กับนักเตะ คริสตัล พาเลซ ฉะนั้นผู้บริหารของทีมจึงต้องใช้บริการ รอย ฮ็อดจ์สัน หนึ่งในโค้ชที่ว่ากันว่าเป็น “ขงเบ้ง” ในวงการฟุตบอล อังกฤษ มาแก้ขัด แต่ทำไปทำมา ผลงานดันพิสูจน์ให้เห็นว่า บางทีไม้อ่อนดัดง่าย แต่ไม้แก่ดัดยาก มันเป็นยังไง

“ขรัวเฒ่า” รายนี้เป็นส่วนผสมสำคัญที่ทำให้ พาเลซ จบอันดับ 11 ในลีก พร้อมทำสถิติชนะ 11 เสมอ 11 และแพ้ 16 แมตช์ จนมีแต้มเหนือโซนตกชั้นถึง 11 คะแนน หากพูดถึงสไตล์การคุมทีมของกุนซือวัย 70 ปี ผู้นี้คงหนีไม่พ้นความเป็นเฮดโค้ชมาดละเมียด แม้อายุอานามจะเลยวัยเกษียณมาแล้วแต่ทุกวันนี้ “ปู่รอย” ยังคงถือนกหวีดนำซ้อมเองทุกวันด้วยความเข้มงวด เมื่อถึงวันโชว์ของทั้งในรังเหย้า และเกมเยือนกับศึกพรีเมียร์ลีก หรือฟุตบอลถ้วย ไม้เด็ดของเขาคือการเน้นผล หากไม่ชนะก็ห้ามแพ้ เน้นใช้บอลยาวตามลายเซ็นฟุตบอลอังกฤษขนานแท้

“ความเก๋า” ของ  น่าจะพา “ปราสาทเรือนแก้ว” รอดตกชั้นได้ไม่ยาก ทว่าพวกเขาจะไปได้ไกลกว่าอันดับ 11 ได้หรือไม่ในฤดูกาลนี้ คงต้องวัดกันยาวๆ 38 แมตช์

 

สตาร์เด่น : วิลฟรีด ซาฮา

พรีเมียร์ลีก
AP Photo/Alastair Grant

อดีตมรดกของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ เดวิด มอยส์ อาจไม่เห็นค่า แต่มาวินาทีนี้ ซาฮา ดันเป็น “คีย์แมน” คนสำคัญที่ พาเลซ จะขาดไม่ได้อีกแล้ว เชื่อเหลือเกินว่าการย้ายทีมจาก แมนฯ ยูไนเต็ด มาเป็นครอบครัว คริสตัล พาเลซ อย่างสมบูรณ์ คงเปลี่ยนชีวิตนักฟุตบอลของเขาไปตลอดกาล

หากถามว่าทำไม ซาฮา จึงเป็นที่รักของแฟนๆ และหัวเรือใหญ่ของทีมอย่าง รอย ฮ็อดจ์สัน ชนิดหัวปักปำ ก็เนื่องจาก การวาดสถิติ ยิง 9 พร้อมแอสซิสต์ 3 หน, เลื้อยหนีคู่แข่ง 119 ครั้ง รวมถึงเข้าปะทะสำเร็จถึง 77 % หากนับเป็นครั้งรวมแล้วถึง 23 จังหวะ จาก 29 นัดที่ลงสนามในศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา น่าจะเพียงพอต่อข้อสงสัยดังกล่าวได้

หากอดีตศิษย์คนสุดท้ายของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน รายนี้ยังรักษามาตรฐานการวาดลวดลายบนพื้นหญ้าเอาไว้ได้ดังเดิมในฤดูกาล 2018/2019 ที่เตรียมจะรูดม่านเปิดฉากขึ้นในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ เชื่อเหลือเกินว่า “ปราสาทเรือนแก้ว” คงต้องเตรียมเสนอสัญญาก้อนโตเพื่อหวังใช้ใจแลกใจให้ ซาฮา อยู่เป็นตำนานของทีมต่อไป

“บก.เก้น”

พรีเมียร์ลีก

 

อัพเดท ตลาดซื้อขายนักเตะ พรีเมียร์ลีก 2018/19

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports