ช่วงนี้แฟนบอลไทยคงเหงากันไปนิดเนื่องจาก ไทยลีก ปิดตัวลงเพื่อเปิดทางให้กับมหกรรมกีฬา อย่าง “เอเชียนเกมส์” เป็นอีกครั้งที่ลีกอาชีพเราต้องหยุดให้กับมหกรรมกีฬาลักษณะนี้ ทั้งๆ ที่กฏก็ระบุชัดเจนว่าใช้รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี นั่นแปลแบบไม่ต้องคิดว่ามันไม่ใช่ชุดใหญ่

 

เอเชียนเกมส์

 

แล้วจะให้ทำยังไงได้เพราะบ้านเรายังคาดหวังกับผลการแข่งขันในทุกระดับทั้ง เอเชีย อาเซียน ชนะก็เฮกันสุดใจปิดปากชาวท่าแซะได้นิดหน่อย

ถ้าแพ้ด่ากันราวกับว่าชีวิตที่แสนกดดันมีทางระบายออกได้อย่างเดียวคือกร่นด่า ทั้งนี้ไม่ใช่แค่แฟนบอลที่คาดหวัง ระดับคนทำทีม สมาคม หรือสูงกว่าสมาคมคิดไม่ต่างกัน ไม่อย่างนั้น ไม่ต้องเอาหน้าไปรองน้ำลายกลับคำกลางลำแบบนี้แน่

ความคาดหวังสูงมากชนิดคนทำทีมเองก็ไม่กล้าเสี่ยงเอาคอไปพาดหากไม่ได้ตัวผู้เล่นที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้มาอยู่ในมือเสียก่อน เพราะความล้มเหลวสำหรับโค้ชทีมชาติบ้านเรามันส่งผลให้เสียเครดิตจนยากจะรับงานใหญ่ในอนาคตเลยทีเดียว ภาพที่ออกมาทุกครั้งก็เลยเป็นแบบนี้

ดังนั้นภาพที่หลายคนอยากเห็นว่าเอาเด็กกว่าเกณฑ์ ไปเล่นเพื่อเตรียมทีมระยะยาวแบบ ญี่ปุ่น เอเชียนเกมส์ ครั้งนี้เป็นชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ซึ่งมีเด็กที่อยู่ในระดับมหาวิทยาลัยเพียบมาแข่ง จะเอาแบบนั้นกับบ้านเราลืมไปเลย เราไม่ได้ใจกว้างหรือมองไกลขนาดนั้น

ว่าแล้วก็เลิกตัดพ้อเพราะชีวิตต้องไปต่อข้างหน้ากับความหวังในฟุตบอลชายเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 ด้วยแรงต้าน อันดับที่ 4 ถึง 4 สมัย นั่นคือผลงานที่ดีที่สุดของทีมชาติไทยในรายการนี้จากอดีตจวบจนปัจจุบัน มาวันนี้เราได้เห็น 29 รายชื่อ ในการประกาศตัวออกมาของนายใหญ่ “โค้ชโย่ง” วรวุฒิ ศรีมะฆะ ก่อนจะตัดตัวสุดท้ายช่วงอุ่นเครื่องสุดสัปดาห์วันแม่ ก็อดคิดตามไม่ได้ว่าโฉมหน้าของทีมจะออกมาแบบไหน

หวั่นใจเอาเรื่องกับภาพสะท้อนที่ชัดเข้าไปทุกครั้งเวลาประกาศตัวทีมชาติ นับวันเซนเตอร์ฮาล์ฟ และกองหน้าบ้านเราหายากขึ้นไปทุกที เพราะที่มีชื่อติดมาก็หาโอกาสลงสนามให้ต้นสังกัดยากเหลือเกิน ทว่าในมุมกลับมันท้าทายไม่น้อยสำหรับคนทำงานด้วยองค์ประกอบแบบนี้ ความคาดหวังแบบนี้ เชฟโย่งจะปรุงอย่างไร แล้วถ้าเชฟคนนั้นคือคุณจะทำแบบไหน ส่วนตัวผมลองชั่งใจก็พอจะออกมาแบบนี้ครับ

 

ประตู : ถึงเวลาหน้าใหม่ ?

เอเชียนเกมส์

ในชุดนี้จากชื่อที่ประกาศออกมาไม่มีอะไรแปลกตามากนักเช่นกันกับ เดจาวู ที่หลายคนชินแล้วเมื่อเกมสุดท้ายก่อนพักลีก รัตนัย ส่องแสงจันทร์ ประตูมือดีจาก การท่าเรือ “เจ็บ” ไม่ได้เล่นทีมชาติอีกแล้ว ยังไงก็ขออวยพรให้หายไวรวดเร็วมาช่วยต้นสังกัดได้ในท้ายฤดูกาล

ดังนั้นชื่อที่เหลือก็ทั้งมือดี “ฮีโร่ซีเกมส์” นนท์ ม่วงงาม จาก โปลิศ เทโร เอฟซี ประวัติในทีมชาติดีคุ้นมืออุ่นใจกับโค้ชโย่งมาตั้งแต่ “มาดามเดียร์ Era” เป็นกำลังหลัก ทว่าบริบทในช่วงปีซีเกมส์ และตอนนี้ของเขาต่างไปอย่างสิ้นเชิงครั้งนั้นมาแบบเด็กดวงดี เพราะรุ่นพี่ในสโมสรอย่าง ฉัตรชัย บุตรพรม เจ็บ – ทีมชาติ รัตนัย ก็เจ็บเจ้าตัวมาแบบไม่กดดันอะไร

เขาเปิดตัวได้ดีในสโมสรตามมาด้วยทีมชาติจนติดลมบนในที่สุด ส่วนตอนนี้ทีมโดนยิงกระจายแทบทุกเกมลงสนามดีที่กลับมาเก็บแต้มได้เต็มที่ช่วงท้ายก่อนเบรกดังนั้นเร่องความมั่นใจคงไม่เต็มที่นักหากเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้านี้

ขณะที่ “ช้อป” ขวัญชัย สุขล้อม ผู้รักษาประตูดาวรุ่งฟอร์มแรงแห่งทัพ “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี ถือเป็นประตูที่น่าสนใจมาก แม้จะตัวเล็กไม่ใช่พิมพ์นิยมของผู้รักษาประตู แต่จังหวะจะโคนที่ดีในการสั่งตำแหน่งกองหลัง การตัดสินใจออกมาตัดเกมกลางอากาศ ใจที่เด็ดเดี่ยวประกอบกับปฏิกริยาที่ดี  การเซฟพัลวันในทุกเกมที่ลงสนามจึงกลายเป็นภาพชินตาของเขาตลอดฤดูกาล เอาเป็ว่าหากมีให้เลือกเท่านี้ผมชี้ “ขวัญชัย” นี่แหละ ลุย

 

ปราการหลัง : สารพันริมเส้น

เอเชียนเกมส์

กองหลังเอเชียนเกมส์ ชุดนี้ หากพิจารณาแล้วถือว่ามีให้เลือกใช้สอยมากพอตัวไม่ถึงกับขาดแคลนนัก แต่ก็ไม่สมดุลเท่าไหร่ ทีมของโค้ชโย่งโดดเด่นในตำแหน่งริมเส้น เจาะลงไปก็ฝั่งซ้าย ทั้ง สุริยา สิงห์มุ้ย, เควิน ดีรมรัมย์, วันชัย จารุนงคราญ อาจจะรวม ชัยวัฒน์ บุราณ ที่สามารถเล่นวิงซ้ายได้ดี

2 คนแรกสามารถลัดชั้นไปเล่นชุดใหญ่ได้สบายเพื่อเป็นทางเลือกหาก มิโลวาน ราเยวัช อยากใช้ ธีราทร บุญมาทัน ในตำแหน่งอื่น ทว่าความไม่สมดุลในแนวรับเท่าที่เห็นพวกเขามีตัวแบ็กขวาธรรมชาติเพียง “จักกิโตะ” จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ เด็กอิมพอร์ตจากสโมสร เอฟซี โตเกียว นอกนั้นยังไม่เห็นตัวเลือกอื่นที่ชัดเจนบางทีนึกอะไรไม่ออก รัตนากร ใหม่คามิ อาจต้องสวมบทวิงแบ็กอีกครั้ง

ส่วนตัวผมโอเคกับฟอร์มของ รัตนากร ตรงนี้ แต่จะคล้ายกับทีมชาติเอา ธนบูรณ์  เกษารัตน์ มาเล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟนั่นแหละ

เซนเตฮร์ฮาล์ฟ หากไม่เปื่อยป่วยถอนลงแน่นอนคือ ชินภัทร์ ลีเอาะ ซึ่งเหมาะสมเพราะลงอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแผนการเล่น หลัง 4 หรือ 3 แต่ตัวร่วมแนวรับนี่สิที่ใช้มาบ่อยๆ อย่าง วรวุฒิ นามเวช แทบไม่เคยเห็นลงเล่น

ผมเคยได้ยินคาหูทางรายการฟุตบอลไทยใน เอฟเอ็ม 99 สุดสัปดาห์ ดีเจท่านว่าไปคุยกับ เซอร์เด็จ แล้วได้คำตอบว่า สถานการณ์ตอนนี้ เจ้าตัวคือเบอร์ 4 ในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางของสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ขณะที่ ศฤงคาร พรมสุภะ ก็พอกันตั้งแต่ย้ายมาสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด งานหลักนอกจากซ้อมก็นั่งเชียร์

ทว่าชื่ออื่นๆ อย่าง พีฬาวัช อรรคธรรม (พีที ประจวบ เอฟซี), ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ (อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด), ชาติชาย แสงดาว (อุดรธานี เอฟซี) ยังใหม่มากกับเวทีระดับนี้

ดังนั้นผมคาดเดากองหลังของ เอเชียนเกมส์ ไว้ 2 แบบ

1. คือเล่นหลัง 5 ขวา จักรกฤษณ์ – ซ้าย เควิน – เซนเตอร์ 3 คน  ศฤงคาร (วรวุฒิ) ชินภัทร์ และ สุริยา

2. คือเล่นหลัง 4 จาก ขวาไปซ้าย จักรกฤษณ์ – ศฤงคาร (วรวุฒิ) – ชินภัทร์ และ สุริยา

 

มิดฟิลด์ : Strength in Number

เอเชียนเกมส์

ถือเป็นจุดแข่งในการเรียกตัวมาครั้งนี้มีให้เลือกเยอะทีเดียว โดยมากลงเป็นตัวหลักให้กับสโมสรต่อเนื่องสุดแท้ว่าฟอร์มดีงามขนาดไหน มิดฟิลด์ตัวกลางเป็นจุดที่เลือกได้เต็มที่ ส่วนตัวในตำแหน่งนี้ผมชอบ รัตนากร ที่เล่นได้ทุกอย่าง เชื่อมเกม ทำลายเกม หรือเติมใส่กรอบเขตโทษ เช่นกันกับตัวคุมจังหวะที่ออกบอลสลับสั้นยาวได้แม่นยำ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล คู่นี้หากลงด้วยกันน่าสนใจเพราะเล่นหนัก ทักษะดี และดุดันที่สำคัญต่างสไตล์ชัดเจน

ส่วนตัวเลือกอื่นที่ใช้สลับมีทั้งกลางรับแท้ๆ อย่าง นพพล พลคำ, สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ ที่ออกบอลเกมรุกได้เด่นเว้นแต่เล่นหลายจังหวะกว่าคนอื่น รวมทั้งเกมรับด้อยกว่าสามคนแรก ขณะที่ รัชนาท อรัญญไพโรจน์ ( อ่านว่า อะ รัน ยะ ไพ โรด ), มนตรี พรหมสวัสดิ์ ล้วนน่าสนใจทั้งสิ้น

กลางรุกแน่นอน ตัวเลขการทำประตูของ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ในสีเสื้อ ชลบุรี เด็กไทยคนที่ยิงมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจาก สุมัญญา ปุริสาย ในไทยลีก ต้องให้เครดิตลงเล่นหน้าต่ำ โดยมีคู่แข่งแย่งตำแหน่งอย่างเด็กมหัศจรรย์จาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สุภโชค สารชาติ  ถือแป็นตัวตายตัวแทนที่สูสีมากจริงๆ

ขณะที่ริมเส้น เป็นอีกจุดที่เลือกได้เยอะ ทั้ง ชัยวัฒน์ บุราณ ทางซ้าย ธนาสิทธิ์ ศิริผลา หรือ ศิริมงคล จิตบรรจง เชื่อได้เลยว่าลงมาแล้วหวือหวาแน่ๆ

เห็นแล้วรายชื่อกลางที่ส่งมาแล้ว มันเยอะอุ่นใจดีจริงๆ แบบนี้แหละที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Strength in Number

 

ดาวยิง : ใครหล่ะจะยิง ?

เอเชียนเกมส์

ปิดท้ายกันที่กองหน้าซึ่งบาดใจแท้ๆ กับ 3 รายชื่อที่ปรากฏในรอบสุดท้ายนี้ ว่าไปแล้วก็ไม่เกินคาดอะไรกับ

เจนรบ สำเภาดี สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ปรเมศย์ อาจวิไล สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ศุภชัย ใจเด็ด สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ที่ว่าปวดใจเพราะกองหน้าไทยของเรามีโอกาสน้อยกันจริงๆ แม้แต่ตัวผู้เล่นที่เรียกมาติดธง ซึ่งมีนัยยะว่าเป็นหัวแถวของชาติในแต่ละรุ่นอายุ ทว่า 3 ชื่อที่เรียกมานี้ 2 คนแรกแทบไม่เคยได้ลงสนามแบบจริงจังหรือในเกมเครียดๆ หวังผล เรื่องตัวจริงแทบจำไม่ได้ว่ามีโอกาสในทีมชุดใหญ่ เมืองทองเมื่อไหร่ ว่าไปจะได้ลงสนามก็ท้ายเกมมากแล้วจริงๆ

ขณะที่ ศุภชัย ผมสารภาพเลยว่าส่วนตัวผมนึกว่าเขาเป็นกองกลางตัวรับไปแล้ว จากบทบาทที่ได้รับใน บุรีรัมย์ ซึ่งเขาทำได้เข้าท่าในหลายครั้งด้วยซ้ำกับตำแหน่งดังกล่าวจนระยะหลังได้เล่นบ่อยครั้งขึ้น มั่นใจขึ้น ทว่าไปถามในตำแหน่งกองหน้าก็ข่ายเดียวกับ 2 คนแรก ดังนั้นต้องให้เวลา และโอกาสโค้ชโย่งปั้นเสกเต็มที่แล้วเราในฐานะแฟนบอลคอยให้กำลังใจดีกว่า

“ต็อกตั้ม พรรษิษฐ์”

เอเชียนเกมส์

 

อัพเดท ตลาดซื้อขายนักเตะ พรีเมียร์ลีก 2018/19

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports