มีคนกล่าวถึงความรักในแง่มุมต่างๆ มากมาย เปรียบเทียบความรักเป็นสิ่งต่างๆ ตามจินตนาการและอารมณ์ความรู้สึกได้หลากหลาย มีหลายคนเปรียบเปรยความรักหรือการใช้ชีวิตคู่เป็นดั่งรองเท้า เหมือนที่ผมตัดเอาบางส่วนของข้อเขียนที่เคยมีใครบางคนเขียนไว้บนโลกออนไลน์ว่า …

 

 

หากชีวิตคนเราเป็นเหมือนการเดินทางไกล
ความรักก็คงเป็นเหมือน “รองเท้า”
แท้ที่จริงแล้ว คนเราไม่ได้ต้องการ ‘รองเท้าสวย’ มากไปกว่า – – รองเท้าที่ใส่สบาย – –
แต่ก็นั่นแหละ ใครใครก็ย่อมชอบรองเท้าสวยๆด้วยกันทั้งนั้น

ถึงไม่น่าแปลกที่หลายคนมักตัดสินใจซื้อรองเท้าเพราะว่า “มันสวย” มากกว่า “มันพอดีกับเท้า”
และแม้มันจะใส่แล้วคับไปนิด… อึดอัดไปหน่อยก็ยังไม่ วางมือ
เหตุเพราะว่า มันสวยถูกใจ
หรือแม้มันจะราคาแพงลิบลิ่วก็ยังอยากเป็นเจ้าของให้ได้

– – – หากว่าเราต้องเดินทางอีกไกล – – –

แม้จะมีรองเท้าสวยหรู ราคาแพง ยี่ห้อแบรนด์เนมมันก็คงไม่มีประโยชน์
แม้จะสวยแค่ไหนแต่ถ้ามันทำเท้าเราเจ็บ…สุดท้ายก็คง ต้องถอดมันออก
เพราะถ้าขืนเราเดินทั้งเท้าเจ็บ เราคงไปไม่ถึงปลายหนทาง

ความรักก็เช่นกัน…

เราอาจใฝ่ฝันที่จะมีคนรักที่ดูดี รวย เก่ง ฉลาด เลิศ หรู
….. แต่ความจริงแล้ว …..
เราเพียงต้องการคนๆนั้นเพื่อให้ “ตัวเราดูดีขึ้นมา” เท่านั้นเอง

ฉันว่านะ… รองเท้าที่ใส่แล้วสบายไม่จำเป็นต้องสวยเด่นอะไร
เพราะฉะนั้น คนที่จะมาจับจูงมือเราไปตลอดทางของชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ดีเลิศที่สุดจนใครนึกอิจฉา
แต่คงเป็น…คนที่เค้ารักเรา ดูแลเรา ดีต่อเราเข้าใจเราไม่ทำให้เราเจ็บ ไม่ทำให้เสียใจ มากกว่า…

บางที… การใส่รองเท้าที่เดินแล้วสบายมันอาจทำให้เรา มีความสุขมากกว่า
เพราะฉันเชื่อว่ามันจะพาเราไปจนถึงจุดหมาย โดยที่เราไม่ต้องเจ็บเท้า และนึกอยากจะโยนมันทิ้งไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด ตลอดการเดินทาง…

ไม่แตกต่างจากการวิ่งออกกำลังกายที่เราจำเป็นต้องมีรองเท้าวิ่งที่ใส่สบายไม่ทำให้เราเจ็บ และเนื่องจากเดี๋ยวนี้มีคนสนใจหันมาออกกำลังกายด้วยการวิ่งกันมากขึ้น ผมจึงมักได้รับคำถามจากทั้งนักวิ่งหน้าเก่า และหน้าใหม่เกี่ยวกับการเลือกซื้อรองเท้าวิ่งอยู่บ่อยๆ

เมื่อความต้องการรองเท้าวิ่งมีมากขึ้น เราจึงเห็นรองเท้าวิ่งมากมายหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายรุ่นออกมาให้เลือก มีสรรพคุณที่ต่างนำมาอวดอ้างสารพัด มีรีวิวให้ได้อ่าน ได้ดู ได้ฟังมากมาย จนเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว แถมราคาแต่ละคู่ก็ไม่ใช่ถูกๆ เฉลี่ยคู่นึงก็เกือบครึ่งหมื่น

หมอจึงกลายเป็นที่พึ่งทางใจของหลายๆ คนในการขอคำปรึกษาเพื่อเลือกรองเท้าคู่ที่ใช่สำหรับเขา

ทุกครั้งเวลามีคนมาขอคำปรึกษาเรื่องรองเท้าวิ่ง ผมจะเน้นย้ำถึงหัวใจในการเลือกรองเท้าวิ่ง ก็คือรองเท้าที่ดีที่สุดต้อง “ใส่สบาย”

นี่คือหลักสำคัญที่สุดเพียงข้อเดียวสำหรับการเลือกรองเท้าวิ่งที่ผมจะแนะนำ เพราะฉะนั้นก่อนจะตัดสินใจซื้อรองเท้าวิ่งคู่ใหม่ผมจึงแนะนำให้ลองใส่ดูก่อนว่าคู่ที่เราหมายตานั้นไว้ใส่สบายจริงมั๊ย อย่าตัดสินใจจากรูปลักษณ์ สีสัน ยี่ห้อยอดนิยม หรือรีวิวจากใครก็ตาม ให้เชื่อสัมผัสของตัวเองดีที่สุด

เทคนิคหนึ่งที่จะทำให้ได้รองเท้าที่ใส่วิ่งได้กระชับพอเหมาะ ไม่บีบเกินไป ไม่หลวมเกินไป ผมอยากให้ไปเลือกซื้อเลือกลองรองเท้าใหม่ในช่วงบ่ายหรือค่ำเนื่องจากเป็นเวลาที่เท้าเราขยายตัว และบวมมากกว่าช่วงเช้าเล็กน้อย จะทำให้ได้ความรู้สึกว่ารองเท้านั้นกระชับ บีบหลังเท้า หรือหลวมจนเกินไป

ทีนี้ลองนึกถึงเวลาที่ต้องเดินเข้าไปเลือกรองเท้าวิ่ง เราจะได้เจอกับรองเท้าวางโชว์อยู่มากมายมายจนตาลายเลือกไม่ถูก ขนาดหลายคนทำการบ้านมาจากบ้านก่อนแล้วว่ามีรองเท้ายี่ห้อไหน รุ่นไหนที่สนใจอยู่บ้าง แต่พอมาถึงเวลาซื้อจริงอาจได้เจอคำแนะนำจากพนักงานจนเริ่มลังเล

หรืออีกรูปแบบที่เจอบ่อยคือไม่มีรุ่นที่เราต้องการ ไม่มีไซส์ที่เราใส่ได้ก็เลยจำเป็นต้องเริ่มมองหายี่ห้อหรือรุ่นที่มีขายอยู่ตรงนั้น เพราะหลายคนที่พอตั้งใจมาซื้อแล้วมักจะรู้สึกว่าต้องได้รองเท้าติดมือกลับบ้าน จะไม่กลับบ้านมือเปล่าให้เสียเที่ยวแน่นอน

คำแนะนำอีกข้อของผมคือ ใจเย็นๆ อย่ารีบร้อน ให้หาให้ลองจนได้คู่ที่ ใส่สบาย ถึงจะซื้อมาใช้ครับ เพราะรองเท้าคู่นึงราคาหลายพันบาท คงไม่มีใครอยากจะเสียเงินซื้อบ่อยๆ เป็นแน่ รวมถึงการเลือกซื้อตามงานเซลล์ ลดราคาต่างๆ ที่เราต้องฝ่าฝูงคนที่เบียดเสียดยัดเยียดกันเข้าไปซื้อซึ่งก็คงไม่สามารถใจเย็นค่อยๆ เลือกได้ หลายคนจึงมักได้รองเท้าที่เอามาใส่จริงแล้วไม่พอดี ไม่สบายเท้าเพียงเพราะเห็นว่าลดราคา

ดีที่สุดสำหรับในงานลดราคาผมขอแนะนำให้ไปซื้อรุ่นเดิม ไซส์เดิมที่เคยใส่สบายอยู่แล้วครับ ยกเว้นใครที่มีความสามารถพิเศษในการช้อปปิ้งแบบที่ผมไม่มีก็ถือเป็นข้อยกเว้นนะครับ

ถ้าหากเคยทำการบ้านศึกษาข้อมูลการเลือกรองเท้าวิ่งที่เผยแพร่กันมากมายบนอินเตอร์เน็ต หรือบนโซเชียลมาบ้างจะพบหลากหลายวิธีการที่แนะนำ

วิธีแรกที่เห็นก็เป็นการดูลักษณะอุ้งเท้าว่าแบ่งเป็น เท้าแบน เท้าปกติ เท้าที่มีอุ้งเท้าสูง โดยแนะนำให้สังเกตจากรอยเท้าที่เหยียบลงบนพื้น แล้วแนะนำให้เลือกชนิดของรองเท้าตามลักษณะอุ้งเท้าที่เป็น แต่เมื่อทบทวนข้อมูลทางวิชาการจริงๆ แล้วจะพบว่าการเลือกรองเท้าตามวิธีนี้ยังส่งผลต่ออัตราการบาดเจ็บไม่ต่างจากการเลือกใส่รองเท้าแบบสุ่มเลย

อีกวิธีนึงที่มีคำแนะนำสำหรับการเลือกรองเท้าวิ่งก็คือการเลือกรองเท้าที่มีการเสริมจุดรับแรงกระแทก และหนุนอุ้งเท้าเพื่อลดการบิดของข้อเท้าโดยเฉพาะในคนที่มีลักษณะอุ้งเท้าแบน ซึ่งมีข้อมูลว่าคนไทยถึง 60-70% มีลักษณะที่เรียกว่าเท้าแบนนี้ เวลาวิ่งจะมีโอกาสที่เกิดอาการข้อเท้าบิดเข้าในตามศัพท์ที่เรียกว่า Over pronation ที่เชื่อกันว่าลักษณะแบบนี้ก่อให้เกิดการบาดเจ็บต่อข้อเท้าได้มากกว่า แต่เมื่อศึกษาข้อมูลทางวิชาการแล้วจะพบว่าลักษณะการบิดข้อเท้าแบบนี้ถือเป็นการปรับตัวตามปกติของร่างกายเพื่อรับแรงกระแทกได้ดีขึ้น และถึงแม้จะให้วิ่งโดยใส่รองเท้าตามที่แนะนำแล้วก็ตาม พบข้อมูลจากการศึกษาวิจัยว่าไม่ว่าอย่างไรกระดูก และข้อต่อข้อเท้าก็ยังคงมีการบิดในรองเท้าอยู่ดี รวมทั้งเมื่อติดตามวัดมุมของข้อเท้าที่บิดตัวนั้นก็ยังไม่มีข้อมูลที่จะบอกว่าการบิดขนาดไหนหรือมุมการบิดกี่องศาถึงจะส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บตามมา

ดังนั้นจากข้อวิชาการในปัจจุบันสามารถสรุปได้ว่า หากไม่เคยมีการบาดเจ็บมาก่อน การวิเคราะห์การบิดข้อเท้าจากการวิ่งเพื่อดูว่ามี Over pronation หรือไม่ เพื่อตัดสินใจเลือกชนิดรองเท้าอาจไม่มีประโยชน์ในการป้องกันการบาดเจ็บ และยังแนะนำว่าสำหรับนักวิ่งหน้าใหม่หรือนักวิ่งที่ยังไม่เคยบาดเจ็บ ไม่ควรที่จะทำการเสริมพื้นรองเท้าเพื่อปรับมุมการบิดของข้อเท้าเนื่องจากวิธีนี้อาจเป็นสาเหตุการบาดเจ็บได้

จากข้อมูลทางวิชาการพอจะสรุปได้ว่า การเลือกรองเท้าวิ่งที่ดีที่สุดคือรองเท้าที่ใส่สบายที่สุด ไม่ใช่เลือกตามแฟชั่น ตามกระแส ตามรีวิว หรือตามการบอกต่อ

แต่… สำหรับคนที่วิ่งอยู่เป็นประจำ และมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังหรือเป็นๆหาย จำเป็นที่จะต้องตรวจอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นลักษณะเท้า การลงน้ำหนัก ท่าทางการวิ่ง เพื่อนำมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุการบาดเจ็บ ซึ่งมีบางส่วนสามารถแก้ไขได้ด้วยการเลือกใช้รองเท้าที่เหมาะสม

สำหรับประเด็นการเลือกรองเท้าวิ่งที่ใส่สบายนั้นมีเทคนิคที่จะแนะนำ คือ ให้เลือกรองเท้าที่มีความยาวและความกว้างของหัวรองเท้าที่เหมาะสม โดยไม่ควรใส่รองเท้าที่นิ้วหัวแม่เท้าชนปลายรองเท้าพอดี ให้ลองวัดจากปลายนิ้วหัวแม่เท้าถึงปลายรองเท้าเพื่อเว้นช่องว่างนั้นไว้ประมาณหนึ่งความกว้างนิ้วมือ หรือใช้วิธีเพิ่มไปอีกครึ่งเบอร์จากรองเท้าที่ใส่แล้วพอดี
และสำหรับความกว้างบริเวณหน้ารองเท้าก็เป็นอีกประเด็นที่ใช้ในการเลือกรองเท้าที่ใส่สบายเช่นกัน เนื่องจากขณะวิ่ง นิ้วเท้าจะกางแผ่ออกโดยธรรมชาติ จึงไม่ควรใส่รองเท้าที่บีบนิ้วเท้าเกิน

สามารถดูความกว้างของปลายรองเท้าได้ที่บริเวณป้ายบอกเบอร์รองเท้า ตามตาราง

ส่วนประเด็นเรื่องของ Heel drop , Support และ Cushion ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับพื้นรองเท้านั้นผมให้ความสำคัญเรื่องเหล่านี้ค่อนข้างน้อยในการแนะนำคนทั่วไป แต่สำหรับนักวิ่งที่เคยมีอาการบาดเจ็บมาก่อน การเลือกชนิดของพื้นรองเท้าที่ถูกต้องจะลดการเกิดบาดเจ็บซ้ำได้บางส่วนครับ

ดังนั้นสรุปได้ว่า วิธีเลือกรองเท้าวิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนทั่วไปคือควรเลือกคู่ที่ ใส่สบายที่สุด จะดีที่สุด

และคำแนะนำเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ คือ ในการวิ่งแต่ละสัปดาห์นั้นควรมีการจัดโปรแกรมการวิ่งที่ไม่ซ้ำเดิมทุกวัน นอกจากจะทำเพื่อให้มีการเพิ่มสมรรถภาพร่างกายแล้วยังทำเพื่อไม่ให้กระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อส่วนเดิมถูกใช้งานซ้ำๆ ในทุกๆวัน จะสามารถลดการเกิดการบาดเจ็บจากการใช้งานซ้ำๆ ได้

รวมทั้งควรมีการเปลี่ยนรองเท้า ที่ใช้วิ่งในแต่ละวันในสัปดาห์ที่ทำการฝึกซ้อมบ้าง เพื่อลดการใช้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ข้อต่อซ้ำเดิมทุกวันนั่นเอง

สิ่งสำคัญสำหรับสมรรถนะในการวิ่ง คือ Vo2max (ความฟิต) , Anaerobic threshold (ความทนทาน) และ running economy หรือท่าทางการวิ่ง และอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิ่ง ซึ่งหากทั้งสามส่วนนี้ดีแล้วจะส่งผลให้สามารถวิ่งได้ดีขึ้น และเกิดการบาดเจ็บน้อยลงได้

สำหรับการวิ่งอุปกรณ์ที่ดีเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ การฝึกฝนที่ถูกต้อง และสม่ำเสมอเพื่อพัฒนาร่างกายคือสิ่งที่สำคัญมากกว่า

อย่าเพียงแต่ซื้ออุปกรณ์อย่างดี ราคาแพงมากองไว้เฉยๆ เท่านั้น
เมื่อมีของดีก็ควรนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ คุ้มค่าที่สุด
วันที่คนออกมาวิ่งมากที่สุดคือ “วันพรุ่งนี้”
อยากให้ทุกคนเริ่มออกมาวิ่งตั้งแต่วันนี้เลย เพราะถ้ารอพรุ่งนี้อาจสายเกินไป

หยิบรองเท้าคู่ไหนก็ได้ที่ใส่แล้วสบายเท้าออกมาวิ่งกันครับ…

“พี่หมอเอก”

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports