นับว่าเป็นฤดูกาลอันแสนหฤโหดจริงๆ สำหรับฟุตบอล ไทยลีก 2018 หลังจากประกาศอย่างเป็นทางการว่า ในปีนี้จะต้องมีทีมตกชั้นรวมทั้งหมด 5 ทีม และ ณ ตอนนี้ การเดินทางที่แสนจะยาวนานก็กำลังคืบคลานเข้าใกล้บทสรุปเข้าไปทุกขณะ บางทีมก็กำลังจะสมหวังกับเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ บางทีมก็กำลังสู้อย่างเต็มที่เพื่อมีชีวิตรอดต่อไป ส่วนบางทีมก็จำเป็นต้องยอมจำนนต่อความจริงที่กำลังเป็นไป

ผมกำลังจะพูดถึงสโมสรฟุตบอลประจำจังหวัดใหญ่ทางภาคอีสานตอนล่าง สโมสรในจังหวัดที่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเป็นที่แรก ใช่แล้วครับ “อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด” ทีมฟุตบอลที่กำลังจะต้องตกชั้นไปอยู่ในลีกพระรองในปีหน้านั่นเอง

อุบล ยูเอ็มที หรือเป็นที่รู้จักกันในฉายา “เทพอินทรี” เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2558 แต่กลับประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เมื่อสามารถคว้าแชมป์ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ได้ตั้งแต่ปีแรก ทำให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่ ไทยลีกดิวิชั่น 1 ในปีต่อมา ก่อนจะได้ตำแหน่งรองแชมป์ และเลื่อนชั้นขึ้นสูง ไทยลีก ได้สำเร็จในปี 2560 ซึ่งนับเป็นการก้าวขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดประเทศโดยใช้เวลาเพียงแค่ 2 ฤดูกาลเท่านั้น

วันนี้ผมมีเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังหลังจากที่ได้ไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอล ไทยลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คู่ระหว่าง อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด กับ ชลบุรี เอฟซี สองสโมสรที่ต้องการชนะเพื่อสิ่งที่แตกต่างกัน หนึ่งทีมสู้เพื่อแฟนบอล อีกหนึ่งทีมต้องสู้เพื่อความอยู่รอด มันจึงยิ่งทำให้เกมนี้ดุเดือดเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

ก่อนที่ผมจะเริ่มบรรเลงบทความฟุตบอลในวันนี้ ผมอยากจะขอบอกกับว่าแฟนๆ ทุกท่านว่า นี่คือความรู้สึกจริงๆ จากใจของผมในฐานะแฟนบอลคนหนึ่ง ที่อยากจะถ่ายทอดความรู้สึกหลังจากที่ได้ชมการแข่งขันที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายในเกมนี้ และผมขอบรรยายเป็นฉากๆ เริ่มตั้งแต่การเดินไปถึงจังหวัดอุบลราชธานีเลยแล้วกัน ไปเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

“ผมเดินทางมาที่นี่สนาม ยูเอ็มที สเตเดี้ยม พร้อมกับคำถามในใจ”

ผมมาถึงสนามแข่งขัน ตั้งแต่ช่วง 5 โมงเย็น ครับ และกว่าบอลจะเตะก็ตั้ง 1 ทุ่มตรงโน้น ซึ่งมันก็เป็นความตั้งใจของผมที่จะมาเก็บภาพบรรยากาศก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น และผมก็ไม่รอช้า เริ่มมองไปรอบๆ ทันที สิ่งที่ผมเห็นในช่วงเวลานั้นคือ บรรยากาศบริเวณภายนอกสนามที่เต็มไปด้วยเหล่าแฟนบอลของทั้งสองทีม โดยเฉพาะแฟนบอลของทีมเจ้าบ้าน ที่ต่างหลั่งไหลมารอเชียร์ทีมรักของตนเองกันอย่างคับคั่ง

ในระหว่างนั้นเอง ผมสังเกตเห็นแฟนบอล “เทพอินทรี” 3 ราย เดาว่าน่าจะเป็นครอบครัวที่ยกขบวนกันมาเชียร์ทีมรักของพวกเขาวันนี้ เมื่อเห็นดั่งนั้น คำถามในใจของผมมันก็เริ่มดังขึ้น ผมตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปเพื่อพูดคุยกับและถามพวกเขาว่า รู้สึกอย่างไรบ้างที่ทีมที่เราเชียร์ต้องตกชั้นไปในปีนี้?

“เสียดายค่ะ แต่ก็จะยังตามเชียร์เหมือนเดิม เพื่อรอให้เขาขึ้นมา ไทยลีก อีกครั้ง ขนาด พีทีที ระยอง ยังหายไปตั้งห้าปีก็ยังกลับมาได้ เราก็เหมือนกันเราจะกลับมาได้เหมือนกัน เชื่ออย่างนั้นค่ะ” นี่คือคำพูดจากคุณแม่ของครอบครัวชาวอุบลฯ คำพูดและท่าทางที่แสดงออกมา มันทำให้ผมรู้เลยว่าครอบครัวนี้คือแฟนบอลทีม อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ขนานแท้อย่างแน่นอน

เวลาทุ่มตรง เสียงนกหวีดดังขึ้น เกมการแข่งขันฟุตบอลเริ่มต้นขึ้น และดำเนินไปได้อย่างสนุก เหล่าแฟนบอลทีม “เทพอินทรี” ต่างช่วยกันร้องเพลงเชียร์ และร้องตะโกนส่งเสียงกดดันนักเตะทีมคู่แข่ง “ฉลามชล” พร้อมทั้งตีกลองดังสนั่นลั่นเหมือนดั่งกลองรบ เพื่อกระตุ้นให้นักเตะของตัวเองสู้อย่างเต็มที่ ประดุจราวกับว่าพวกเขาได้ปลดปล่อยความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายในออกมากันเลยทีเดียว

ผ่านไป 20 นาทีแรก เจ้าบ้านมีรูปเกมที่เป็นต่อชัดเจน เรียกได้ว่าเป็นฝ่ายครองบอลบุกอยู่ฝั่งเดียวเลยก็ว่าได้ แต่จนแล้วจนเล่า เจ้าถิ่นก็ยังไม่สามารถส่งบอลเข้าสู่ก้นตะข่ายได้สักที และกลายเป็นฝั่งทีมเยือนที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน จากลูกฟรีคิกของ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ที่ยิงทะลุผ่านกำแพงนักเตะเจ้าถิ่น เบียดเสาแรกเข้าไป อย่างงดงาม

ต่อมา ในนาทีที่ 37 กรวิชย์ ทะสา ศูนย์หน้าดาวรุ่งของทีม “เทพอินทรี” สามารถยิงประตูตีเสมอได้ ทำให้ทีมได้ลุกเฮกันยกใหญ่ เหล่าแฟนๆ ต่างร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงด้วยความดีใจ พร้อมกับผืนธงที่ถูกยกขึ้นสะบัดไปมาตามจังหวะเสียงลั่นกลอง นี่มันช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจของผมเสียจริงๆ

ในระหว่างช่วงพักครึ่ง คำถามในใจของผมมันก็เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ผมอยากลองถามแฟนๆสาย เฮฟวี่ เมทัล กันสักหน่อย ว่าพวกเขาคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับทีม ผมคุยกับแฟนบอลเหล่านี้ประมาณ 2 ถึง 3 คน ซึ่งแต่ละคนก็มีมุมมองเป็นของตัวเอง แต่ที่สะดุดใจผมที่สุดเห็นจะเป็นมุมมองของคุณครูพี่เลี้ยงเด็กท่านหนึ่งครับ ผมถามว่า รู้สึกอย่างไรบ้างที่ทีมของตนต้องตกชั้นไปในปีนี้? ปัญหาของทีมในฤดูกาลนี้คืออะไรครับและอยากจะให้แก้ไขอย่างไร? และจะยังตามเชียร์ต่อไปไหม?

“ก็เสียใจ แต่ไม่ว่ายังไงก็จะยังตามเชียร์เหมือนเดิม เพราะเชื่อว่าปีหน้าทีมของเราจะกลับมาอยู่ในไทยลีกได้แน่นอน มั่นใจมากครับ”

“เมื่อช่วงต้นของฤดูกาลนี้เราเสียนักเตะตัวหลักๆมากเกินไป และต้องไปดึงผู้เล่นคนอื่นๆ เข้ามาแทน และก็เล่นกันไม่เข้าขา ทำให้ทีมขาดความสมดุลไปในปีนี้ เราอยากจะเห็นสโมสรซื้อนักเตะมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม โดยเฉพาะในตำแหน่งกองหน้าที่ดูจะเป็นตำแหน่งที่ทีมต้องการมากที่สุดในตอนนี้”

“แน่นอนอยู่แล้ว เราเป็นแฟนบอลสายฮอร์ดคอร์อยู่แล้ว มาเชียร์ทีมทุกนัดที่ลงเตะ เจอกันทุกนัด รู้จักกันหมด (พี่เขาหมายเหล่าแฟนสายฮาร์ดคอร์ที่อยู่บริเวณทั้งหมด)” ภาคภูมิ นวลคำมา

และนั่นคือคำพูดของแฟนบอลเจ้าบ้านที่มาเชียร์ทีมรักของพวกเขาทุกแมตช์การแข่งขัน และพวกเขาบอกกับผมต่อว่า จะตามเชียร์ไปจนกระทั่งถึงเกมสุดท้าย แม้จะรู้ว่าทีมจะไม่ได้ไปต่อใน ไทยลีก แล้ว แต่พวกเขาจะไม่ยอมทิ้งทีมรักไปกลางคันเป็นแน่

“นี่แหละหนาที่เขาเรียกว่า มิตรภาพที่เกิดจากฟุตบอล”

มาต่อกันในเกมครึ่งหลัง เวลาผ่านไปเพียง 11 นาที ชลบุรี เอฟซี ก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จาก เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ คนเดิม เพิ่มเติมคือยิงโคตรสวย (บอลพุ่งเข้าสามเหลี่ยมอย่างจัง) ทำให้สกอร์ในตอนนี้กลายเป็นทีมเจ้าถิ่นตามหลัง 1-2 และหลังจากนี้ก็ไม่ได้อะไรเกิดขึ้น จนกระทั้งจบเกมกลายเป็นทีม “ฉลามชล” ที่ได้ผลการแข่งขันตามที่ตัวเองต้องการไปในท้ายที่สุด สวนทางกับ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ที่ยังไม่สามารถเก็บชัยชนะนัดที่ 6 ในฤดูกาลนี้ได้ แต่ก็ถือพวกเขาสู้อย่างสุดความสามารถแล้ว และแฟนๆ ก็เห็นถึงความตั้งใจที่พวกเขาแสดงออกมา จากผลแข่งที่ควรจะได้รับเสียงตะโกนโห่ไล่ กลับกลายเป็นเสียงที่ตะโกนโห่ร้องให้กำลังใจ มันทำให้เหล่าบรรดาขุนพลนักเตะของทีม “เทพอินทรี” มีรอยยิ้มขึ้นอีกครั้ง และมันคงจะกลายเป็นแรงผลักดัน ที่จะทำให้พวกเขาฮึดสู้ต่อในนัดที่เหลือเพื่อแฟนบอลอย่างแน่นอน

(ชมคลิปไฮไลท์ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด 1-2 ชลบุรี เอฟซี)

หลังจบเกม ผมก็ได้เข้าไปฟังบทสัมภาษณ์ของ ซูกาโอะ คัมเบะ โค้ชชาวญี่ปุ่นของทีม อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ที่พูดถึงทีมทั้งในฤดูกาลนี้และในฤดูกาลนี้

“จนกว่าจะถึงเกมสุดท้าย เราจะไม่ยอมแพ้แน่นอน เราจะพยายามเก็บชัยชนะให้ได้ และจะสู้จนถึงหยดสุดท้าย เพื่อแฟนบอลของเรา”

“เราภูมิใจในทีมชุดนี้ และเราจะซื้อผู้เล่นมาเสริมแกร่งให้กับทีม เพื่อที่จะพาทีมกลับขึ้นมา ไทยลีก อีกครั้งในฤดูกาลหน้าได้ เราจะทำได้แน่นอน”

นี่คือคำพูดที่เป็นดั่งคำมั่นสัญญาของสโมสรที่ต้องการจะทำเพื่อแฟนบอลอย่างแท้จริง และผมก็เชื่อว่าแฟนๆ ก็น่าจะเห็นกันว่าบรรดานักเตะของทีมในวันนี้เล่นกันอย่างเต็มที่จริงๆ แม้จะไม่สามารถพาชัยชนะมาสู่ทีมได้ก็ตาม

ก่อนจะจากกันไป ผมอยากจะพูดถึงความรู้สึกของผมที่มีต่อเกมการแข่งขันนี้สักเล็กน้อย แม้ผมจะไม่ใช่แฟนบอลของทีมใดเลย แต่ว่าผมก็ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างในในเกมวันนี้ ไปเริ่มกันเลยครับ

 

– “เจ้าบ้านมีโอกาสเยอะมาก แต่กลับไม่สามารถทำได้”

นี่คงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แฟนๆ “เทพอินทรี” ต่างคิดเหมือนกันหลายๆ คนอย่างแน่นอน กับความคิดที่ว่า ทีมต้องการกองหน้าที่สามารถจบสกอร์ได้เฉียบคมกว่านี้ ซึ่งจากที่ได้ดูเกม ผมก็เลยพูดออกไปว่าทีมก็ไม่ได้เล่นแย่อะไรเลยนะ มีโอกาสทำประตูได้หลายครั้ง แฟนเลยหันพูดกับผมแบบติดตลกนิดหนึ่งว่า “ทีมของเราก็เล่นดีอย่างนี้ทุกนัดแหละ แต่ว่ายิงประตูไม่ได้ ฮา…” ซึ่งพอผมได้ยินดังนั้น ก็ได้แต่ยิ้มครับ

 

– “หนึ่งทีมสู้เพื่อแฟนบอล อีกหนึ่งทีมต้องสู้เพื่อความอยู่รอด”

คุณเห็นอะไรบ้างในภาพนี้ สำหรับผมแล้ว ผมเห็นความตั้งใจของผู้เล่นทั้งสองทีมที่ต่างทุ่มสุดตัวเพื่อช่วงชิงมาซึ่งชัยชนะ แม้เหตุผลที่ต้องการชนะมันจะต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ทีมเยือน ชลบุรี เอฟซี มาเล่นเกมนี้ด้วยเป้าหมายคือชัยชนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลังสถานการณ์ยังมิอาจนิ่งนอนใจได้ โดยพวกเขาอาจจะต้องลุ้นไปจนกว่าจะถึงนัดสุดท้ายของการแข่งขันโน้นเลย เนื่องจากมีหลายทีมกำลังหายใจลดต้นคอพวกเขาอยู่ ดังนั้นทีม “ฉลามชล” ต้องห้ามพลาดเลยแม้แต่เกมเดียว มิฉะนั้นชะตาของพวกเขาก็อาจจะขาดได้ในทันทีเหมือนกัน

ข้ามมาที่ทีมเจ้าบ้านกันบ้าง เกมนี้ผมขอยกย่องหัวจิตหัวใจของนักเตะแข้ง “เทพอินทรี” เลยว่าพวกเขากระตือรือร้นและตั้งใจเล่นเกมในวันนี้เป็นอย่างมาก แม้จะรู้ตัวว่าจะตกต้องชั้นไปอยู่ลีกพระรองแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังสู้ไม่ถอย ผมเห็นพวกเขาวิ่งไล่กดดันผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามแบบไม่หยุดหย่อน พยายามสร้างเกมบุกและบุก เพื่อยิงประตูให้ได้ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่ชนะ แต่ผมก็เชื่อเหลือเกินครับว่าพวกเขาได้เอาชนะใจแฟนบอลของตัวเองไปเต็มๆแล้วในวันนี้ แถมชนะใจผมไปด้วยครับ ขอคารวะเลย

 

– อารมณ์ร่วม

ผมได้เห็นแฟนบอลที่ตะโกนกระตุ้นนักเตะให้สู่ต่อ และมันเป็นเรื่องธรรมดามาที่เรามักจะได้ยินคำพูดประมาณว่า “จ่ายไปโน้นดิ อย่าทำแบบนั้นดิว่ะ เออๆแบบนั้นแหละ” ซึ่งมันคือเสน่ห์อันน่าประทับใจ ที่เกิดจากการแข่งขันฟุตบอลครับ แต่วันนี้ผมรู้สึกประทับใจเพลงเชียร์ของแฟนบอลเจ้าถิ่นเป็นอย่างบอกไม่ถูกครับ

“ลุยเข้าไป…พวกเรามาเชียร์อุบล ลุยเข้าไป๊…พวกเรามาเชียร์อุบล ลาล่าลาๆๆๆๆๆๆ ลาล่าลาๆๆๆๆๆๆ”

คนบางคนอาจจะมองว่า บทเพลงเชียร์เพียงสั้นๆ แค่นี้ มันจะช่วยอะไรทีมได้ ถ้าหากคุณกำลังคิดแบบนี้อยู่ล่ะ ผมอยากจะขอร้องให้คุณเปลี่ยนความคิดซะ และโปรดลองฟังมันใหม่ ลองใช้หัวใจที่เปิดกว้างรับฟังมันอีกสักครั้ง แล้วคุณจะรู้มันมีอะไรมากกว่าแค่เพลงเชียร์แน่นอน ขนาดผมยังไม่ได้เป็นแฟนบอลของทีมนี้ ผมยังรู้สึกคล้อยตาม และมีอารมณ์ร่วมไปด้วยเลยครับ (ขอบอก)

 

– แฟนบอลที่พร้อมจะสู้ไปกับทีม

แม้วันนี้ทีม อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด จะต้องตกชั้นไป แต่ผมเชื่อเหลือเกินครับว่า บรรดาแฟนบอลของทีมจะไม่มีทางหายไปอย่างแน่นอน พวกเขาพร้อมจะสนับสนุนสโมสรต่อไปไม่ว่าจะต้องเจอกันอะไร พวกเขาพร้อมที่จะส่งเสียง ส่งกำลังใจ ส่งความรู้สึกลงไปในสนามอยู่เสมอ ขอเพียงแค่ให้นักเตะของพวกเขาสู่ให้เต็มที่ที่สุดก็พอแล้ว

 

“ฟุตบอลมันเป็นแบบนี้แหละ”

ความจริงในโลกของฟุตบอลมันแสนจะโหดร้าย เมื่อมีหนึ่งทีมที่ได้ชัยชนะ มันก็ย่อมที่จะต้องมีหนึ่งทีมที่พ่ายแพ้ ฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้แหละ มันไม่มีทางที่เราจะสามารถการันตีชัยชนะไปได้ตลอด ดังนั้นคุณจะต้องไม่หยุดที่จะพัฒนา เพราะเมื่อไหร่ที่คุณหยุด คุณไม่มีทางก้าวไปข้างหน้าได้เลย จนวันหนึ่งคุณจะต้องถูกมองข้ามไปในที่สุด

อย่างไรก็ดีทางทีมงาน TrueID Sports ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกทีมที่กำลังผิดหวัง และขอแสดงความยินดีกับทุกทีมที่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย และก็ให้ฟุตบอล ไทยลีก ไม่หยุดที่เดินหน้าแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ครับ

ประสบการณ์ดีๆแบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดผู้สนับสนุนใจดีอย่าง สายการบินไทยแอร์ เอเชีย ที่เอื้อเฟื้อการเดินทาง พาทีมงาน TrueID Sports มาชมเกม ไทยลีก ถึงจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมทั้งหมอบความประทับใจตลอดการเดินทางให้แก่เรา ทำให้เราได้ไปชมเกมการแข่งขันแบบติดขอบสนามในวันนี้ ขอขอบคุณมากๆ ครับ

 

“De Fend”

 

ดูบอลสดฟรี ไม่มีสะดุด ลูกค้าทรูมูฟ เอช รับเน็ต 2GB ดูทรูไอดีฟรี เปิดทรูไอดีทุกวันรับฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย.61  คลิกเลย

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports