บทสรุปของศึกไทยลีก 2018 ที่สิ้นสุดฤดูกาลกันไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ทุกท่านน่าจะทราบดีว่า 5 สโมสรที่ต้องตกชั้นสู่ลีกรอง ไล่มาตั้งแต่ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ที่ไปก่อนใครเพื่อน ตามด้วย อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด และ ราชนาวี ที่ตามมาติดๆ อีกสองทีม

ส่วนสองทีมสุดท้ายนั้น เรียกได้ว่าดราม่าสุดๆ เพราะนับเป็นสโมสรระดับตำนาน ที่ผ่านการเป็นแชมป์ลีกสูงสุดมาแล้ว หากนับตั้งแต่ฐานทีมดั้งเดิมก่อนมีการเปลี่ยนชื่อ และ ถูกเทคโอเวอร์ นั่นคือ โปลิศ เทโร เอฟซี ที่ยืนยงคงกระพันมายาวนาน 22 ปี และต้องตกชั้นเป็นครั้งแรกของสโมสร โดยเป็นสโมสรสุดท้ายที่อยู่ตั้งแต่ไทยลีกครั้งแรก

และอีกหนึ่งทีมที่ต้องลุ้นกันถึงวินาทีท้ายของซีซั่น นั่นคือ บางกอกกล๊าส เอฟซี สโมสรชื่อดังจากย่านสายคลอง รังสิต ที่กลายเป็นทีมที่ลงทุนเยอะที่สุดที่ต้องตกชั้น หากเทียบเม็ดเงินลงทุนกับทีมอื่นๆ ที่ตกชั้นเหมือนกัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้งสี่ทีมนี้ ต่างก็มีนักเตะที่น่าสนใจ ที่มีชื่อติดทีมชาติไทย ทั้งในอดีต จนถึงชุดปัจจุบัน ซึ่งน่าจะดีพอกว่าการต้องลงไปเล่นลีก เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ หรือ T2 ในปีหน้า และสามารถจัดทีมได้ด้วยซ้ำ

จะเป็นใครบ้างนั้น ลองไปดูกันเลย….

 

ผู้รักษาประตู

Image : Police Tero FC

นนท์ ม่วงงาม : โปลิศ เทโร เอฟซี

อันที่จริงก็ยังมีผู้รักษาประตูมือดีอีกหลายคนจากทีมตกชั้น นอกจาก นนท์ ม่วงงาม แล้ว ยังมี กรพัฒน์ นารีจันทร์ นายด่านดาวรุ่ง และ นริศ ทวีกุล จาก บางกอกกล๊าส เอฟซี รวมถึง พิศาล ดอกไม้แก้ว ของ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี แต่ผมขออนุญาตเลือก นนท์ ม่วงงาม เนื่องจากอดีตนายทวารดาวรุ่งดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส ชุดเล็กรายนี้ ได้ลงเล่นถึง 30 เกม ซึ่งมากที่สุดแล้วหากเทียบกับผู้รักษาประตูในกลุ่มทีมตกชั้นทั้งหมด

ปีนี้ นนท์ ม่วงงาม ดูเหมือนไม่มีความมั่นใจเท่ากับปีที่แล้ว ที่ฟอร์มโดยรวมดีเหลือเกิน กับทั้ง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และ ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 22 ปี ที่ไปคว้าแชมป์ซีเกมส์ 2017 มา ซึ่งปีนี้ นอกจากจะออกทะเลกับ โปลิศ เทโร เอฟซี แล้ว เขายังฟอร์มไม่ดีเอาซะเลย ในการแข่งขัน เอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่ผ่านมาด้วย

 

แบ็คซ้าย

Image : Air Force United FC

เอร์เนสโต้ ภูมิภา : แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี

หลังจากที่ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้ตัว วันชัย จารุนงคราญ มาร่วมทัพในช่วงกลางฤดูกาล ก็ทำให้ เอร์เนสโต้ ภูมิภา แบ็คซ้ายลูกครึ่ง ไทย-สเปน ต้องถูกปล่อยตัวออกมาอยู่ในถิ่น ธูปะเตมีย์ ในฐานะการยืมตัว

แม้จะไม่ช่วยให้ “อินทรีทัพฟ้า” สามารถหลุดพ้นจากการตกชั้นได้ แต่จากผลงานโดยภาพรวมแล้ว โดยเฉพาะในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง ที่เขามีส่วนร่วมไปถึง 13 เกม ก็กลายเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดของทีมตกชั้นไปอย่างไม่ยากเย็น สำหรับผม

 

แบ็คขวา

Image : Police Tero FC

สันติภาพ จันทร์หง่อม : โปลิศ เทโร เอฟซี

แบ็คขวาธรรมชาติ ดาวรุ่งวัยเพียงแค่ 22 ปี ที่ถูกคาดหมายในช่วงก่อนเปิดซีซั่นว่า จะเป็นหนึ่งในตัวผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้สุดยอดกับต้นสังกัด แต่จนแล้วจนรอด “มังกรโล่เงิน” ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากการตกชั้นได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้เหมือนกันว่า “เจ้าเก้ง” สันติภาพ ก็เป็นหนึ่งในแบ็คขวาที่เล่นได้เสมอต้นเสมอปลายที่สุดคนหนึ่งของซีซั่นนี้เลย ด้วยสถิติการลงสนามไปทั้งหมด 29 เกมด้วยกัน

 

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

Image : Air Force United FC

นิรันดร์ มีมาก : โปลิศ เทโร เอฟซี
ศรายุทธ สมพิมพ์ : แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี

จริงๆ ก็มีนักเตะในตำแหน่งนี้ให้เลือกสรรอีกหลายคน ทั้ง เฉลิมศักดิ์ อักขี และ ปิยะชนก ดาฤทธิ์ จากบางกอกกล๊าส เอฟซี หรือแม้แต่ ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ (ราชนาวี) และ เจษฎากร เหมแดง (อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด) สองนักเตะจอมเก๋า

แต่ท้ายที่สุด ต้องยกให้สองคนที่เลือกมาจริงๆ ทั้ง นิรันดร์ มีมาก เด็กกำพร้าที่เติบโตยังประเทศสวีเดน ก่อนกลับมาเล่นฟุตบอลในประเทศบ้านเกิดของตนเอง ซึ่งแม้ทีมจะตกชั้น แต่ผลงานตลอด 28 นัด ทำได้ 1 ประตูของเขาในซีซั่นนี้ ก็ทำให้ เขากลายเป็นหนึ่งในตัวเลือก 50 รายชื่อของทีมชาติไทย ที่ส่งให้กับ “เอเอฟเอฟ” ในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ครั้งนี้ไปแล้ว

ส่วนอีกหนึ่งราย ก็คือ ศรายุทธ สมพิมพ์ หรือ “ตาหวาน” แนวรับดาวรุ่งวัยเพียงแค่ 21 ปี ที่สร้างปรากฏการณ์ย้ายจากการเป็นตัวสำรองที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยการยืมตัวมาอยู่กับ “อินทรีทัพฟ้า” ในเลกสอง แล้วได้เป็นกัปตันทีมเลย ทั้งที่เพิ่งเข้ามาอยู่กับทีมได้ไม่นานเท่านั้น อายุก็น้อย แถมยังเป็นนักเตะที่ยืมตัวมาอีกต่างหาก ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

 

กองกลาง

Image : Bangkok Glass FC – สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส

ธนบูรณ์ เกษารัตน์ : บางกอกกล๊าส เอฟซี
ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ : บางกอกกล๊าส เอฟซี
นพพล พลคำ : โปลิศ เทโร เอฟซี

แทบไม่ต้องสาธยายอะไรให้มากมาย สำหรับรายชื่อกองกลางจากทีมตกชั้น ทั้งสามรายนี้ โดยในซีซั่นนี้ “บีจี” เริ่มต้นทุ่มเงินซื้อตัว ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ในราคากว่า 35 ล้านมาอยู่กับทีม และพอผลงานยังไม่เข้าตา ในช่วงเลกสองก็จัดการเบิกเงินจากคลังอีกก้อนในการคว้าตัว ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มาจากสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เช่นเดียวกัน

การทุ่มคว้าตัวสองนักเตะกองกลางทีมชาติไทยชุดใหญ่ ที่ผ่านสังเวียนมาโชกโชน ด้วยเม็ดเงินเกินกว่า 60 ล้านบาทในซีซั่นเดียว นับว่าเหลือเชื่อแล้ว แต่ที่น่าเหลือเชื่อกว่า คือการที่ “กระต่ายแก้ว” ไม่อาจรอดพ้นจากการตกชั้นได้ แม้อันดับในตารางจะอยู่รอดปลอดภัยมาอย่างยาวนานหลายนัด ก่อนจะมาพลาดในนัดสุดท้ายแบบสุดดราม่า

กองกลางอีกหนึ่งคนในลิสต์รายชื่อนี้ ก็คือ นพพล พลคำ ที่มีปีที่ไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวังของเขาเท่าไรนัก โดยเมื่อปีที่แล้ว “เจ้าเป้” นับเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่างมาก จากฟอร์มการเล่นในศึกซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งการันตีด้วยแชมป์ ก่อนจะพา แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี เลื่อนชั้นได้สำเร็จ จนการกลับมาสู่ต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง “มังกรโล่เงิน” เขาได้รับเบอร์ 7 ของทีมไปครองครอง แต่ทว่า ฟอร์มโดยรวมของเขานั้น กลับไม่เป็นไปตามที่หวังสักเท่าไร แถมยังมีรอยแผลบางอย่างติดตัวมาตอนแข่งเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ด้วย

 

กองหน้า

Image : Police Tero FC

ฝั่งซ้าย : อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ : บางกอกกล๊าส เอฟซี
ฝั่งขวา : มงคล ทศไกร : โปลิศ เทโร เอฟซี
ตัวเป้า : สุรชาติ สารีพิมพ์ : บางกอกกล๊าส เอฟซี

สามกองหน้า ที่มีดีกรีทีมชาติไทยชุดใหญ่กันหมดทุกคน โดยเริ่มจาก “เจ้านนท์” อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ อีกหนึ่งดาวรุ่งจากกุชชี่แกงค์ ที่เพิ่งสัมผัสการลงเล่นในทีมชาติชุดใหญ่มาหมาดๆ จากการถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ในเกมที่ “ช้างศึก” บุกชนะ “ตี๋น้อย” ฮ่องกง 1-0

“เจ้านนท์” ออกจากรั้ว “ปราสาทสายฟ้า” ด้วยการถูกยืมตัวมาอยู่กับ “บีจี” ในช่วงเลกสอง ซึ่งเขาได้กลับมาร่วมงานกับ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด อีกครั้ง โดยหากไม่นับผลงานที่ “บีจี” ต้องตกชั้นแล้วหละก็ ต้องยอมรับว่า นี่คือปีที่เขาฉายแววสุดๆ อย่างจริงจัง แม้จะได้ลงเล่นสม่ำเสมอแค่ครึ่งซีซั่นก็ตาม

กองหน้าริมเส้นทางฝั่งขวา จริงๆ ก็มีสองตัวเลือก ซึ่งเป็นพี่น้องที่สนิทกันอย่างมากในยามเมื่อได้เล่นทีมชาติร่วมกัน เพราะพื้นเพมาจากภาคอีสานเหมือนกัน นั่นคือ ศราวุฒิ มาสุข และ มงคล ทศไกร แต่ในบทความนี้ ผมขอเลือก “จ่าเย็น” เข้ามาเติมเต็มพื้นที่ทางฝั่งขวา เนื่องจากเขาได้ลงสนามอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยกับ “มังกรโล่เงิน” เป็นจำนวนถึง 32 นัด แต่กลับยิงไปได้แค่ 3 ประตูเท่านั้น

ส่วนกองหน้าตัวเป้า เรียกได้ว่า “นอนมา” เลยก็ว่าได้ สำหรับกองหน้าจอมดุดันอย่าง “เก่ง” สุรชาติ สารีพิมพ์ ที่ยิงไปถึง 8 ประตู และแสดงให้เห็นถึงทีเด็ดมากมายในกรอบเขตโทษ ทั้งลูกโหม่ง ลูกเข้าทำ รวมถึงลูกดุดันต่างๆ แต่ท้ายที่สุด จำนวนประตูของเขาก็ไม่อยากแปรเปลี่ยนเป็นคะแนนให้ทีมต้องรอดตกชั้นได้

 

“จอน”

 

ดูบอลสดฟรี ไม่มีสะดุด ลูกค้าทรูมูฟ เอช รับเน็ต 2GB ดูทรูไอดีฟรี เปิดทรูไอดีทุกวันรับฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย.61  คลิกเลย

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports