เงื่อนไขเดียวเท่านั้น ที่ ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ต้องการ และจำเป็นต้องสร้างให้ได้ กับเกมนัดสุดท้าย รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี ของศึกฟุตบอล ยู-19 ชิงแชมป์เอเชีย 2018 นั่นคือ “ชัยชนะ” เหนือทีมชาติเกาหลีเหนือ

 

 

และสุดท้าย น้องๆ “ช้างศึกจูเนียร์” ก็ทำได้ ซึ่งสามแต้มจากเกมนี้ เพียงพอที่จะต่อลมหายใจ และความหวังในการได้สิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลโลก ยู-20 รอบสุดท้าย ปีหน้า ที่ประเทศโปแลนด์ หลังผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ของทัวร์นาเม้นต์นี้ โดยจะพบกับ กาตาร์ ทีมอันดับ 1 ของกลุ่ม เอ

แต่ก่อนจะถึง 90 นาทีสุดท้าย ผมขอวิจารณ์ผลงานของทีมชาติไทย ในเกมนี้สักหน่อย ว่าผมเห็นอะไรบ้าง และมันยอดเยี่ยมแค่ไหนกับผลการแข่งขันที่ได้รับมา…

 

โรเตชั่น, เปลี่ยนระบบ, เปลี่ยนกัปตันทีม และ ศุภณัฏฐ์ ลงตัวจริง

ขอบคุณภาพ : เพจช้างศึก

สร้างความสงสัยหลายอย่างตั้งแต่เริ่มเกมเลยทีเดียวสำหรับ “โค้ชหระ” อิสระ ศรีทะโร เฮดโค้ชทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ในเกมนี้ หลังเปลี่ยนระบบมาเป็น 4-2-3-1 ทั้งที่ใช้งาน 3-5-2 มาตลอด แถมยังโรเตชั่นหลายตำแหน่ง พร้อมทั้งใช้กัปตันทีมคนใหม่อย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา ซึ่งทำให้สามนัดในรอบแบ่งกลุ่มของทีมชาติไทย ไม่ใช้กัปตันทีมซ้ำหน้ากันเลย

นพพล ละครพล ได้โอกาสลงสนามเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงอีกครั้ง หลังนัดที่แล้ว กฤศน์วัต คงคต ทำพลาดจนเสียประตูแรกในเกมกับทีมชาติญี่ปุ่น

แผงหลัง 4 คน ไล่ตั้งแต่ กิตติพงษ์ แสนสนิท ยืนแบ็กซ้าย และพีรพัฒน์ ขมิ้นทอง ยืนแบ็กขวา ส่วนเซนเตอร์ฮาล์ฟเป็นหน้าที่ของ กฤษดา กาแมน กับ อนุสรณ์ ใจเพชร กองกลางตัวรับ และคอยโฮลด์บอลสองคน คือ กิตติธัช ประนิธิ กับ อิรฟาน ดอเลาะ โดยมี เอกนิษฐ์ ปัญญา เป็นเพลย์เมคเกอร์หลังกองหน้า ที่มี กรวิชญ์ ทะสา, สิทธิโชค ภาโส และศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่ได้ลงตัวจริงเป็นเกมแรก เป็นตัวความหวังในการทำประตู

ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยเล็กน้อย กับการเปลี่ยนระบบ เปลี่ยนผู้เล่น และ เปลี่ยนกัปตันทีม
แต่ยังไงเราก็ต้องเชื่อมั่น และศรัทธาในทีมชาติของเรา

 

ครึ่งหนึ่งของครึ่งแรกผ่านไป

ทีมชาติไทย ได้โอกาสเหน่งๆ ก่อน จากการแทงทะลุช่องให้กับ เอกนิษฐ์ ปัญญา หลุดเข้าไปยิง แต่ก็ไม่ดีพอ จากนั้น ทั้งสองทีม เล่นกันแบบรัดกุม เพราะประตูแรกของเกมคือจุดเปลี่ยน ไม่มีใครอยากเพลี่ยงพล้ำในเกมชี้เป็น และชี้ตายแบบนี้

กรวิชญ์ ทะสา และสิทธิโชค ภาโส ได้กดจากนอกกรอบคนละครั้ง แต่ก็แทบไม่ได้ลุ้น ส่วน “เจ้าหนูโสมแดง” ได้หลุดเข้าไปปั่นในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แต่บอลเจ้ากรรม ไปชนเสา นับว่าเป็นโชคดีของทีมชาติไทย

จนกระทั่ง ครึ่งนึงของครึ่งแรก ผ่านไปพอดี สิ่งที่ “โค้ชหระ” ทำก็คือ การเปลี่ยนเอา สัมพันธ์ เกษี ลงแทน พีรพัฒน์ ขมิ้นทอง และเปลี่ยนระบบมาเป็น 3-5-2 เหมือนเช่นที่เคยเป็นมา

และต่อไปนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น…

 

เรื่องราวมากมาย ใน 15 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก

ขอบคุณภาพ : เพจช้างศึก

ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา เริ่มแผลงฤทธิ์ด้วยการได้จังหวะหาช่องเข้าไปส่องด้วยซ้าย ในนาทีที่ 30 แต่บอลปลิ้นออกหลังไป และช่วงเวลาเดียวกัน อีกคู่ของกลุ่มเดียวกัน ทีมชาติญี่ปุ่น ออกนำ อิรัก ห่าง 3-0 นั่นคือสัญญาณที่บอกได้ชัดเจนว่า ทีมที่จะผ่านเข้ารอบตามญี่ปุ่น ก็คือ ไทย หรือ เกาหลีเหนือ เท่านั้นแล้ว

ทีมชาติไทย โยกเปลี่ยนระบบมาเป็น 3-5-2 อย่างที่เคยเป็น แต่มันเป็น 3-5-2 ที่เท่ไปอีกแบบ เมื่อเป็นเกมรับ ทีมชาติไทย จะเล่น 5-3-2 โดย กฤษดา กาแมน, อนุสรณ์ ใจเพชร และกิตติธัช ประนิธิ ยืนเป็นสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ แต่พอเล่นเกมรุก จะใช้ กฤษดา หรือ กิตติธัช ขึ้นมาเหนือคู่เซนเตอร์ แล้วเปิดบอลจากพื้นที่แนวรับ สูตรก็จะเป็น 4-2-3-1 ตามแรกที่เริ่มเกม

สูตรดังกล่าว เริ่มผลิดอกออกผล เพราะ สัมพันธ์ เกษี ยิงประตูได้ในนาทีที่ 38 แต่เครดิตเกินกว่าครึ่ง ต้องยกให้กับ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา เด็กอายุ 16 ปี ที่เฉิดฉายเหลือกินเหลือร้ายมากๆ เมื่อบอลอยู่กับเท้าของเขานี่โคตรน่ากลัวบอกเลย ไม่ว่าจะสเต็ปการคอนโทรลบอล หรือการพักบอล การพาบอล การจ่ายบอล เซ้นส์บอลมันไม่ใช่แค่ 16 หรือ 19 มันนำหน้าไปมากเลย

จากนั้น ทีมชาติไทย เกือบได้โอกาสขึ้นนำ 2-0 จาก เอกนิษฐ์ ปัญญา แต่ก็ยิงเหินข้ามคานไป ในนาทีที่ 40 แล้วเมื่อไม่ได้ก็ต้องโดนลงโทษ ด้วยการมาเสียจุดโทษหลังจากนั้น ไม่กี่วินาที เมื่อทีมชาติไทย โดนบอลไดเร็กต์ของเกาหลีเหนือเล่นงาน แต่เคราะห์ดีที่ นพพล ละครพล แก้ตัวสำเร็จด้วยการเซฟจุดโทษได้

ทุกคนคงคิดว่า เราจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ที่ขึ้นนำ แต่มันไม่ใช่ ฟุตบอลเด็ก ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และบอลไดเร็กต์ของเกาหลีเหนือคราวนี้ พวกเขาไม่ใช่แค่ได้จุดโทษ แต่มันคือการได้สกอร์

1-1 คือสกอร์ก่อนรวบรวมพลัง ลงมาเล่นต่อที่ครึ่งหลัง
ไลฟ์ไทม์ตอนนั้น เกาหลีเหนือ คือทีมที่ได้สิทธิ์เข้ารอบตามทีมชาติญี่ปุ่น

 

กดไลค์ให้กับครึ่งหลัง

ทีมชาติไทย U19

เป็นครึ่งที่ดีจริงๆ ของทีมชาติไทย ก็อาจจะเป็นเพราะ เกาหลีเหนือ มีผลที่ต้องการแล้ว พวกเขาเลยใช้วิธีตั้งรับ และสวนกลับ นั่นทำให้ ทีมชาติไทย ได้ตั้งหน้าตั้งตาบุก

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ทีมชาติไทย เปลี่ยนตัวอีกคน โดย หัสวรรษ นพเนตร ลงมาแทน สิทธิโชค ภาโส โดยเกมนี้ ต้องบอกว่า สิทธิโชค ค่อนข้างใช้โอกาสเปลือง อาจจะเป็นเพราะเขาต้องลงต่ำลงมา แล้วใช้วิธียิงไกลหวังผล ซึ่งมันยากมาก เพราะกว่า เกาหลีเหนือ จะเปิดช่องให้ซัดไกล ก็เรียกว่า นานๆ ทีเลย

การมี หัสวรรษ ซึ่งถนัดการสร้างสรรค์เกม ก็ทำให้ เกมแดนกลางของไทย ไหลลื่นมาขึ้น แต่ก็ยังไม่ประสบผล จนกระทั่งไพ่ตายของ “โค้ชหระ” ก็มาถึง เมื่อเขาตัดสินใจส่ง เมธี สาระคำ ตัวรุกเชิงสูงแต่จุดเดือดต่ำจากโรงเรียนสวนกุหลาบ ลงมาแทน เอกนิษฐ์ ปัญญา ลงมาบดขยี้กองหลังของเกาหลีเหนือ

วิสัยของ เมธี นั้น เขาเล่นฟุตบอลด้วยอารมณ์ร่วมกับเกมค่อนข้างสูง เขาไล่บอลจนสุด ไขว่คว้าเข้าหาบอลแบบติดดาบเล็กน้อยถึงปานกลาง โอเคหล่ะ มันอาจจะเสี่ยงเรื่องสมดุลของเกม ที่อาจจะเสียจังหวะ แต่เกมเมื่อวาน การเสียใบเหลืองโดนเร็วของเขา นับว่าโชคดี เพราะมันทำให้เขายั้งอารมณ์ลงเล็กน้อย

อารมณ์อาจจะลดลงตามใบเหลือง แต่แพสชั่น และการวิ่งเข้าใส่บอลของเขาเท่าเดิม โดยเขาได้จบก่อนหนึ่งครั้ง จากการเปิดของ ศุภณัฏฐ์ แล้วสุดท้ายเขาก็มีส่วนร่วมกับประตูจนได้ เมื่อจังหวะในกรอบเขตโทษ ที่กำลังจะเสียการครอบครองบอลอยู่แล้ว แต่ก็พยายามจิ้มบอลพร้อมๆ กับการสกัดของกองหลังเกาหลีเหนือ จนบอลทะลักเป็นใจให้กับ กรวิชญ์ ทะสา เข้าไปแปบอลย้อนตัวผู้รักษาประตูเข้าไปได้

2-1 คือสกอร์ที่ทำให้ไลฟ์ไทม์ตอนนั้นของเกม ทีมชาติไทย กำลังจะเข้ารอบตามญี่ปุ่นไป

เมื่อขึ้นนำอีกครั้ง และเหลือเวลา ประมาณ 10 นาที ทีมชาติก็สลับมาเล่นตั้งรับ แล้วสวนกลับ โดนทิ้งเมธี, ศุภณัฏฐ์ และ กรวิชญ์ เป็นสามประสานในแดนหน้า ส่วนรายอื่นๆ แทบจะรับลึกกันเลยทีเดียว

การมีสามกองหน้าคอยค้ำ ทำให้ เกาหลีเหนือ ต้องเลือกที่จะบอมบ์อย่างเดียว เพราะหากต่อบอลแล้วพลาด เจอสวนกลับ ทีมชาติไทย ก็มีถึงสามคนในการไล่ล่าประตู แน่นอน การบอมบ์ของเด็กที่กำลังกดดัน และต้องการประตู โดยมีเงื่อนไขเหลือเวลาไม่มากนัก นั่นทำให้พวกเขาได้แค่ลุ้นเสียว โดยเฉพาะ 5 นาทีสุดท้าย แต่ก็ไม่ดีพอถึงกับทำประตูตีเสมอได้

จบเกม (เสียงน้าหัง) เมื่อทุกอย่างเป็นใจ ทีมชาติไทย ก็สามารถคว้าตั๋วการเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เข้าไปลุ้นตั๋วลุยศึกฟุตบอลโลก ยู-20 ปีหน้าที่ประเทศโปแลนด์ โดยจะพบกับ กาตาร์ และนี่คือสิ่งที่เรียกว่าเกินคาด สำหรับใครหลายๆ คน

เพราะสามทีมที่อยู่กลุ่มเดียวกับเรา คือ สามทีมที่เพิ่งได้ไปเข้ารอบรองชนะเลิศ ยู-16 ชิงแชมป์เอเชีย เมื่อ 2 ปีที่แล้ว และได้สิทธิ์เล่นฟุตบอล ยู-17 ชิงแชมป์โลกมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมานี่เอง

อีกสองวัน เราก็จะได้รู้กันแล้วว่า ทีมชาติไทย จะสามารถผ่านเข้ารอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี เป็นครั้งแรกได้หรือไม่…

“จอน”

ดูบอลสดฟรี ไม่มีสะดุด ลูกค้าทรูมูฟ เอช รับเน็ต 2GB ดูทรูไอดีฟรี เปิดทรูไอดีทุกวันรับฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย.61  คลิกเลย

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports