วงการฟุตบอลยุโรปซีซั่นนี้ต้องบอกว่ามีอดีตนักฟุตบอลดังๆ ก้าวขึ้นมาเป็นกุนซือกันหลายราย อาทิ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่ไปรับงานกับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ที่ สกอตแลนด์, แฟร้งค์ แลมพาร์ด ไปเริ่มต้นกับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในแชมเปี้ยนชิพ, ปาทริค วิเอร่า เองก็มารับงานในลีก เอิง กับ นีซ หลังจากไปชิมลางคุมทีมที่ นิวยอร์ค ซิตี้ ในเมเจอร์ลีก สหรัฐอเมริกามาแล้ว หรือจะเป็น จอห์น เทอร์รี่ หรือ ไมเคิ่ล คาร์ริค ก็ต่างเริ่มต้นในบทบาทผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ซึ่งอีกหนึ่งคนที่พึ่งมาเริ่มงานผู้จัดการเต็มตัวแบบสดๆ ร้อนๆ นั่นก็คือ เธียร์รี่ อองรี ตำนานศูนย์หน้าทีมชาติฝรั่งเศสนั่นเอง

 

 

ตั้งแต่ที่ โมนาโก เลื่อนชั้นกลับมาสู่ ลีกเอิง ในปี 2012-13 โมนาโก ไม่เคยทำผลงานจบต่ำกว่าอันดับ 3 แถมหักด่าน เปแอสเช คว้าแชมป์ลีกสูงสุดในปี 2016-17 อีกด้วย คงไม่มีใครเชื่อว่า โมนาโก ทีมหัวแถวของลีกเอิงจะลงมากองอยู่ในโซนสีแดงแบบนี้

พวกเค้าเริ่มต้นได้สวยหรูด้วยการบุกไปชนะ น็องต์ ในนัดแรก 3-1 แต่ 9 นัดหลังจากนั้นเก็บเพิ่มได้อีกเพียง 3 คะแนนเท่านั้น ผลงานอันย่ำแย่ทำให้สโมสรไม่มีทางเลือกตัดสินใจอัปเปหิ เลโอนาร์โด้ ชาร์ดิม กุนซือชาวโปรตุกีสออกจากเก้าอี้ไป แล้วจัดการแต่งตั้ง เธียร์รี่ อองรี เข้ามาคุมทัพแทนด้วยสัญญายาว 3 ปี โดยมีกลุ่มสต๊าฟอย่าง เจา คาร์ลอส วาลาโด ตราลเญา อดีตโค้ชเบนฟิก้า ชุดยู-23 และควาเม่ แอมพาดู (พ่อของ อีธาน แอมพาดู ที่อยู่ เชลซี) อดีตโค้ชอาร์เซน่อลชุด ยู-18 มาเป็นผู้ช่วย พึ่งได้โปรไลเซ่นส์เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่เอง

นี่คือการคุมทัพแบบเต็มตัวครั้งแรกของ อองรี หลังจากก่อนหน้านี้ไปชิมลางรับงานโค้ชกองหน้า และผู้ช่วยของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ให้กับทีมชาติเบลเยี่ยม ซึ่งเจ้าตัวได้เครดิตอย่างมากในการมีส่วนช่วยปลุกปั้นให้ โรเมลู ลูกากู โชว์ฟอร์มระเบิดกับทีมชาติในช่วง 3 ปีหลังสุดที่สามารถซัดได้ถึง 34 ตุง จาก 37 นัด (แต่กับสโมสรนี่แฟนผีแดงบอกนึกว่าสากกะเบือ ฮา)

นอกจากนี้ยังรับจ็อบเป็นนักวิเคราะห์เกมที่ สกาย สปอร์ตส์ ซึ่งก็ได้รับคำชมเป็นอย่างมากในเรื่องของการวิเคราะห์เกมได้อย่างละเอียดยิบ การมาของ อองรี ได้รับการหนุนจากกุนซือดังๆมากมายไม่ว่าจะเป็น โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ, ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ หรือ อาแซน เวนเกอร์ ที่ต่างชี้ว่า อองรี เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้ามากุมบังเหียน โมนาโก ซึ่งก็ถือว่า ติตี้ กล้ามากที่มารับงานโหดหินแบบนี้ ต่างจากแข้งชื่อดังหลายรายที่เลือกเริ่มงานกับทีมหัวตารางมากกว่า

การรับงานครั้งนี้ยังถือเป็นการหวนกลับมารับใช้ โมนาโก สโมสรแรกในอาชีพของ เธียร์รี่ อองรี อีกครั้ง ย้อนกว่า 20 ปีก่อน อาแซน เวนเกอร์ ส่ง อองรี ลงประเดิมสนามครั้งแรกในปี 1994 ก่อนที่เจ้าตัวจะกลายเป็นศูนย์หน้าดาวรุ่งพุ่งแรงตีคู่มากับ ดาวิด เทรเซเก้ต์ โดยมีเพื่อนร่วมทีมอย่าง ฟาเบียง บาร์กเตซ และเอ็มมานูเอล เปอตีต์ ก่อนย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส, อาร์เซน่อล, บาร์เซโลน่า และนิวยอร์ค เร้ดบูลส์ ซึ่ง อองรี ยอมรับว่า อาแซน เวนเกอร์ ที่ได้ร่วมงานที่ โมนาโก – อาร์เซน่อล และเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ บาร์ซ่า นี่แหละที่เป็นไอดอลในการคุมทีมของเค้า

อย่างไรก็ตาม เกมแรกของ อองรี ไม่ง่ายเลย ด้วยสภาพทีมที่ขาดความมั่นใจ แถมประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บมากมาย อองรี จัดทีมเกมแรกด้วยระบบ 4-3-1-2 ส่ง ราดาเมล ฟัลเกา ลงเป็นคู่หอกกับ สเตฟาน โยเวติช มี นาเซอร์ ชาดลี่ เป็นตัวสร้างสรรค์เกม สุดท้ายเกมแรกของ อองรี ต้องเริ่มต้นด้วยความพ่ายแพ้ เมื่อบุกไปโดน สตราบูร์ก อัด 2-1 ซึ่งจะบอกว่า โมนาโก เองก็โชคร้ายด้วยในหลายๆ จังหวะ อย่าง 1 ในประตูที่เสียก็มาจากความผิดพลาดของ เซย์ดู ซี ประตูมือ 3 ของ โมนาโก ที่ลงตัวจริงในเกมนี้ ที่รับลูกโหม่งของ เอเดรียง โตมาสซง หลุดจนเข้าประตูไป แถม ซามูเอล กรองด์เซียร์ ตัวสำรองที่หวังเปลี่ยนลงไปแก้เกมยังมาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปซะอีก แต่ อองรี จิตวิทยาเยี่ยมสุดๆ ไม่มีโทษลูกทีมตัวเองแม้แต่น้อย

“มันไม่ง่ายเลย เราพยายามใส่บางสิ่งลงไปในช่วงเริ่มต้นเกม และเรามาโดนประตูนี้ซึ่งผมไม่อยากอธิบาย ความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ผมไม่ต้องการโทษใคร จากนั้นเราตอบสนองได้ดี เรามีโอกาส แต่เราก็ตามหลัง 0-1 ในครึ่งแรก”

 

“เราพยายามปรับ และกลับมาสู่เกม แต่โชคไม่ดีที่เหลือ 10 คน หลังจากนั้นมันเป็นเรื่องยากกว่าเดิม แต่ผมพยายามมองแง่ดีว่าเราพยายามเล่นแม้ว่าเหลือเพียง 10 คนก็ตาม”

เกมแรกของ อองรี ผ่านไป มากางดูโปรแกรมนัดต่อๆ ไปใน ลีกเอิง ถือว่า โมนาโก เจอทีมที่ไม่หนักมากนัด เริ่มจากมีคิวเปิด สต๊าด หลุยส์ เดอ พบ ดิฌง ทีมท้ายตาราง ก่อนบุกไปเยือน แรงส์ อีกทีมครึ่งล่าง ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสดีให้ อองรี ได้จูนทีมเพื่อเรียกความมั่นใจอีกครั้ง ก่อนที่จะต้องมาเจออภิมหาศึกหนักเปิดบ้านพบ เปแอสเช ในวันที่ 12 พ.ย. ถ้า โมนาโก ผลงานดีขึ้นก็น่าจะมัน แต่หากยังไม่ฟื้นคงน่าเป็นห่วง เพราะ เปแอสเช ปีนี้โหดจริงๆ มีสิทธิ์โดนเละจนความมั่นใจหดหายส่งผลเอฟเฟ็คกระทบไปถึงนัดต่อไปอีก

AP Photo/Francisco Seco

การเลือกกุนซือที่ไม่มีประสบการณ์คุมทีมมาก่อน มารับงานหนีตายแบบนี้ ถือว่าเดิมพันสูงมากๆ หากทำสำเร็จก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่สวยงาม และน่าจะต่อยอดได้อีกไกลในอนาคต แต่หากอยู่ไม่ครบเทอม หรือทำทีมต้องตกชั้นคงต้องบอกว่าคงเป็นตราบาปในการคุมทีมของเจ้าตัวไปตลอดชีวิต

โมนาโก ภายใต้การคุมทัพของ ติตี้ อองรี จะดีขึ้นหรือไม่ คงต้องรอดูกันต่อไปว่าฝีมือของเทรนเนอร์รายนี้จะเทพเหมือนตอนพังตาข่ายในสนามหรือไม่

“เต้ BlackPearl”

ดูบอลสดฟรี ไม่มีสะดุด ลูกค้าทรูมูฟ เอช รับเน็ต 2GB ดูทรูไอดีฟรี เปิดทรูไอดีทุกวันรับฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย.61  คลิกเลย

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports