ผ่านไป 10 สัปดาห์สำหรับศึกพรีเมียร์ลีก หรือจะให้พูดเป็นอะไรที่เข้าใจง่าย ๆ คือ ราว 1 ใน 4 ของฤดูกาลแล้ว ภาพต่าง ๆ ก็เริ่มชัดขึ้นตามที่ควรจะเป็น ว่าใครจะลุ้นแชมป์ ใครจะลุ้นโควต้า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือ ใครจะต้องหนีตกชั้นกันในฤดูกาลนี้

แต่ก่อนจะไปขึ้นหัวข้อของเราเหมือนทุกสัปดาห์ ในสัปดาห์นี้ วงการพรีเมียร์ลีก รวมไปถึงคนที่ตามกีฬาในประเทศไทยต้องเจอเรื่องเศร้าเกี่ยวกับการจากไปของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา กับอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดฝัน ผมต้องเรียนว่า น่าจะเป็นคนไทยส่วนน้อย ที่ “ไม่อิน” กับการคว้าแชมป์ของเลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาล 2015/16 แต่ ก็ยอมรับว่า นั่นเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ และยินดีกับสโมสร เลสเตอร์ รวมไปถึงผู้บริหาร ทั้งคุณวิชัย และคุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา

แต่การที่ “ไม่อิน” กับการคว้าแชมป์ครั้งนั้น ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ได้เศร้า และตกใจกับการจากไปครั้งนี้ ถึงแม้จะไม่อินกับเลสเตอร์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่คุณวิชัยทำมาทั้งหมด มันมีคุณูปการกับวงการฟุตบอลทั้งในไทย และอังกฤษอย่างไม่ต้องสงสัย ผมจะไม่บอกว่า มันยิ่งใหญ่อย่างไร เพราะเชื่อว่าหลายคนคงรู้ คงทราบหมดแล้ว ผมเพียงแต่อยากจะให้พื้นที่ตรงนี้สั้น ขออำลา และ อาลัย คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา อีกครั้ง เท่านั้นเอง

และต่อจากนี้ไป คือ 5 เรื่อง ที่เรารู้ เมื่อจบพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ 10 ที่ผ่านมาครับ

ปืนใหญ่ ไม่ชนะได้สักที

AP Photo/Frank Augstein

7 นัดติด ในพรีเมียร์ลีก และ 11 นัดติดทุกรายการ ที่อาร์เซน่อล ของ อูไน เอเมรี่ เก็บชัยชนะมาอย่างต่อเนื่อง ต้องมาจบลงในถิ่น เซลเฮิร์ต พาร์ค เมื่อพวกเขาทำได้แค่เสมอกับ คริสตัล พาเลช 2-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ว่าไปแล้วก็น่าสงสาร “ปืนใหญ่” พวกเขามีโอกาสดีที่จะยืดสถิติออกไปเป็น 12 นัด แต่การที่พวกเขาต้องบินไปยัง โปรตุเกส เพื่อเล่นยูโรป้า ลีก วันพฤหัสบดี กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน แล้วบินกลับมาลอนดอน เพื่อเล่นเกมในวันอาทิตย์ ถือเป็นโปรแกรมที่เหนื่อยใช้ได้

อาการเหนื่อยล้ามันมาแสดงออกในช่วงท้ายเกมอย่างเห็นได้ชัด และหลังจากเสียประตูตีเสมอ พวกเขาแม้จะพยายามบุก แต่ดูเหมือนมันถึงลิมิตของพวกเขาแล้วจริง ๆ การบุกเลยไม่ได้ทรงประสิทธิ์ภาพเท่าที่ควร

แต่อันที่จริง การเสียสถิติในนัดนี้ มันจะมองให้เป็นเรื่องดีก็ได้ หนึ่งคือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่เล่นในวันจันทร์ พลาดท่าแพ้ ซิตี้ ทำให้พวกเขายังรั้งที่ 4 อยู่ แถมคะแนนก็ตามหลังจ่าฝูงแค่ 4 แต้ม มันอยู่ในวิสัยที่ไล่ทันได้ เพราะฤดูกาลยังอีกไกล ส่วนอีกข้อคือ พวกเขา ไม่ต้องมาแบบสถิติชนะรวดให้เป็นความกดดันกับตัวเองอีกต่อไป ข้อนี้สำคัญ เพราะเกมหน้า พวกเขาต้องเล่นกับลิเวอร์พูลในบ้าน ซึ่งการไม่มีแรงกดดันในการเล่นนัดนี้ น่าจะส่งผลพอสมควรเลย

จับตา อองโตนี่ มาร์กซิยาล

AP Photo/Dave Thompson

ขึ้นสุดลงสุด อย่างกะโรเลอร์โคสเตอร์ สำหรับอองโตนี่ มาร์กซิยาล ในปีนี้ เพราะสี่เกมแรกของฤดูกาล เขาไม่ได้ลงมาสัมพัสพื้นหญ้าไปซะสามเกม แถมไอ้สามเกมที่ไม่ได้ลง หนึ่งในนั้นคือการโดนถอดชื่อออกจากทีมอีกต่างหาก

แต่ใน 3 เกมหลังสุด กลายเป็นว่า ทีมแทบจะขาดเขาไม่ได้ เพราะตั้งแต่ยิงประตูในเกมแซงชนะ นิวคาสเซิ่ล เป็นต้นมา มาร์กซิยาล ซัดไปแล้ว 4 ประตูในพรีเมียร์ลีก และเป็นการยิงติดต่อกัน 3 นัดติด

นอกจากนี้ เขายังประสานงานกับ ปอล ป็อกบา ได้อย่างโดดเด่น กลายเป็น “เฟรนซ์ คอนเน็คชั่น” ที่ดูดีขึ้นมา โดยในนัดล่าสุด ทั้ง มาร์กซิยาล และ ป็อกบา ก็มีส่วนกับประตูทั้ง 2 ลูกที่ยิงใส่เอฟเวอร์ตัน

แต่คือ 3 นัด ก็ยังเร็วไป ที่จะบอกว่า เขาจะกลายเป็นตัวความหวังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่เชื่อว่า ชั่วโมงนี้ เขาเป็นนักเตะสำคัญของทีมอย่างไม่ต้องสงสัย และเป็นนักเตะที่แฟนบอลต้องจับตา ส่วนคู่แข่งต้องจับตายอย่างแน่นอน

แมนฯ ซิตี้ ก็กลัวเป็น

AP Photo/Alastair Grant

ไม่บ่อยเลย ที่จะเห็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตัดสินใจถอดตัวรุก แล้วส่งตัวรับลงสนาม แต่มันก็เกิดขึ้นในช่วง 20-30 นาทีสุดท้ายของเกมที่ เวมบลี่ย์ ที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตัดสินใจ ถอด เซร์คิโอ อเกวโร่ ออกแล้วส่ง เควิน เดอ บรอยน์ ลงเล่นเป็น false9 และทำให้ แบร์นาโด้ ซิลวา ลงมาเล่นเกมรับเต็มตัวคู่กับ แฟร์นันดินโญ่

หลังจากนั้น เป๊ป ก็ยังมาถอด ดาบิด ซิลวา เพื่อแพ็กเกมรับ ด้วยการส่ง แวงซองต์ กอมปานี ลงไป หลังจากท็อตแน่ม บดเอา ๆ เมื่อ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ส่งตัวจริงอย่าง เดเล่ อัลลี และ คริสเตียน อิริคเซ่น ลง

อันที่จริง นัดนี้ ต้องยอมรับว่า อิริคเซ่น ที่ลงมาเล่นในนาทีที่ 81 เล่นไม่ดี และ เอริค ลาเมล่า ก็ทิ้งโอกาสทองในการตีเสมอไป ทั้งที่ได้ยิงแบบจะ ๆ ไม่อย่างนั้นแล้ว จ่าฝูงหลังจบสัปดาห์ 10 อาจจะเป็นลิเวอร์พูลก็ได้

9 นัดที่ผ่านมา เราไม่เคยเห็น ซิตี้ กลัวใคร ต่อให้ฝ่ายตรงข้าม มาดุแค่ไหน ก็พร้อมที่จะบุกแลก แต่สาเหตุที่เป๊ป ต้องเล่นเกมรับกับ สเปอร์ส นั้น เชื่อว่าเป็นเพราะ เป๊ป ไม่มั่นใจว่า ถ้สบุกแลกจริง ๆ จะคุ้มค่าหรือไม่?

กูรูหลายคนในอังกฤษ เห็นตรงกันว่า สาเหตุที่ ซิตี้ เดินหน้าฆ่ามันกับทีมอื่น ๆ ได้ เพราะพวกเขาเชื่อว่า พวกเขาจบสกอร์ได้ดีกว่าในทุกตำแหน่งของแดนหน้า ไม่ว่าใครก็ทำประตูได้ แต่มี สองทีม ที่ เป๊ป กริ่งเกรง เนื่องจาก 2 ทีมนั้น ก็มีคุณสมบัติในแดนหน้าแบบเดียวกับพวกเขา คือ ท็อตแน่ม และ ลิเวอร์พูล นั่นเอง นี่จึงอธิบายการที่ซิตี้ ลงมาเล่นรับในเกมนี้ได้อย่างสมเหตุสมผล

ตารางคะแนน เป็น…แบบที่มันควรจะเป็นแล้ว?

1 ใน 4 ของเส้นทางการลุ้นแชมป์ฟุตบอลอังกฤษผ่านไป ทำให้ตารางคะแนน เป็นแบบที่ควรจะเป็น คือทีม ท็อป 6 อยู่ใน 5 อันดับ แรก ทุกทีม จะมีเพียง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่มาตามนัด แต่เอาจริง ๆ ก็เชื่อว่า มาตรฐานทั้งผู้เล่น และ ผู้จัดการทีม จะทำให้ ยูไนเต็ด ตามมาสมทบในอีกไม่ช้าไม่นาน

ภาพนี้ มันกลายเป็นภาพที่ตุ้นหู คุ้นตาแฟนบอลอังกฤษไปแล้วก็ว่าได้ คือภาพการไล่ล่าแชมป์ของทีมหัวตาราง ที่ถูกเรียกว่า บิ๊ก 6 อันได้แก่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, เชลซี, อาร์เซน่อล, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

และตอนนี้ ตารางคะแนนก็กลับเป็นแบบนั้นอีกครั้ง และเชื่อว่าน่าจะเป็นแบบนี้ (หมายถึง ทีมเหล่านี้ อยู่อันดับต้น ๆ ของตาราง) ไปยาว ๆ จนจบฤดูกาลเลยกได้

ความห่างชั้นของทีมใหญ่ กับ ทีมเล็ก

AP Photo/Rui Vieira

สิ่งสุดท้ายที่น่าสนใจ และเรียนรู้ได้ในฤดูกาลนี้ (รวมไปถึง 1-2 ฤดูกาลหลัง) คือการที่ ทีมใหญ่ ที่เรียกว่า “บิ๊ก 6” หรือ ที่เล่าไว้ในข้อที่แล้ว ทิ้งห่างคู่แข่งทีมอืน ๆ ออกไปเรื่อย ๆ แน่นอน ในตอนนี้ ยังเห็นไม่ชัดขนาดนั้น แต่เมื่อฤดูกาลเข้าที่ เข้าทางขึ้น ความแตกต่างนั้นจะยิ่งเห็นได้ชัด

เอาง่าย ๆ ยกตัวอย่าง ซิตี้ ที่เวลาเจอทีมอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ทีมระดับเดียวกันก็ยิงแหลกแบบ 3 ลูกต้องมี แล้วมาดูสัปดาห์นี้ ลิเวอร์พูล ก็กด คาร์ดิฟฟ์ 4-1 ส่วน เชลซี ก็บุกขยี้ เบิร์นลี่ย์ 4-0

ส่วนอาร์เซน่อล ที่ชนะมา 7 นัดติดในลีกก็ขยี้ทีมเล็กกว่าล้วน ๆ แต่อาจจะยิงขาดบ้าง ไม่ขาดบ้าง และ สเปอร์ส ก็ไม่พลาดในฤดูกาลนี้ ให้ทีมที่ไม่ใช่ บิ๊ก 6 เลย ยกเว้นแค่ วัตฟอร์ตเท่านั้น ก่อนมาเสมอพาเลช มันยิ่งตอกย้ำว่า ลีกพรีเมียร์ลีก ยิ่งเป็นลีก ปลาใหญ่ กิน ปลาเล็ก มากขึ้นแล้วด้วย

และเชื่อว่า ไอ้ที่เป็นแบบนี้ ก็น่าจะเป็นไปยาว ๆ เลย จนจบฤดูกาลนี้เลย เพราะมองแล้ว ปีนี้ เรามองไม่เห็นทีมไหนที่ไม่ใช่ บิ๊ก 6 จะขึ้นมาสอดแทรกได้เลย…จริง ๆ

“Mr.BOSTON”

ดูบอลสดฟรี ไม่มีสะดุด ลูกค้าทรูมูฟ เอช รับเน็ต 2GB ดูทรูไอดีฟรี เปิดทรูไอดีทุกวันรับฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย.61  คลิกเลย

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports