ในช่วงเวลาไม่ถึงสิบปีที่ผ่านมา วงการฟุตบอลไทยเรียกได้ว่ามีการพลิกหน้าโฉมอย่างรุนแรง จากกีฬากึ่งอาชีพที่หลายคนยอมละทิ้งความฝันบนเส้นทางลูกหนังที่ดูไม่มั่นคง สู่การเป็นกีฬาอาชีพที่เด็กๆ ทุกคนกล้าที่จะใฝ่ฝัน ขอเพียงแค่คุณมีรองเท้าสตั๊ด กับใจที่เข้มแข็งพอ โอกาสที่คุณจะก้าวไปสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป

 

 

แน่นอน ถือเป็นข่าวดีที่ทั้งผู้ปกครอง และเหล่าแข้งตัวน้อยที่มีฝันอยากจะเป็นฟุตบอลอาชีพ หลัง เครือเจริญโภคภัณฑ์ เล็งเห็นศักยภาพเยาวชนไทยที่มีใจรักกีฬาฟุตบอล จึงจัดโครงการ ซีพีสานฝัน…ปันโอกาส “ปั้นเยาวชนเข้าสโมสรฟุตบอลอาชีพ” รุ่นที่ 1 เมื่อปี 2559 และจัดต่อเนื่อง รุ่นที่ 2 เมื่อปี 2560 โดยการคัดเลือกเยาวชนฝีเท้าดีจากทั่วประเทศปีละ 20 คนเข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีเยาวชนนักเตะฝีเท้าดีในโครงการ จำนวน 40 คน เพื่อมุ่งสานต่อความฝัน และพัฒนาขีดความสามารถเยาวชนชายไทยในการก้าวสู่อนาคตนักฟุตบอลอาชีพนานาชาติ

นอกจากนี้ ยังถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จะสร้างแรงบันดาลใจ และเติมเต็มความฝันให้แก่เยาวชนไทยที่มีใจรักกีฬาฟุตบอล ให้มีความกล้า มุ่งมั่น พัฒนา ฝึกฝน และก้าวตามความฝันของตัวจนถึงที่สุด

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับทุนการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย พร้อมพัฒนาทักษะด้านกีฬาฟุตบอลโดยทีมโค้ชที่มีประสบการณ์จากสโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และทีมโค้ชจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน อีกทั้งยังมีโอกาสร่วมโครงการฝึกหัดฟุตบอลกับ True BUFC Academy ตามเป้าหมายที่เครือเจริญโภคภัณฑ์คาดหวังว่าโครงการนี้จะสามารถสร้างนักฟุตบอลฝีเท้าดีและเป็นส่วนหนึ่งที่จะยกระดับวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวไปทัดเทียมระดับนานาชาติได้อย่างยั่งยืน

วันนี้เรามีสองนักเตะจากโครงการซีพีสานฝัน…ปันโอกาส “ปั้นเยาวชนเข้าสโมสรฟุตบอลอาชีพ” รุ่นที่ 1 และ 2 ที่เริ่มผลิดอกออกผลก้าวสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน อย่าง “นะ” ธนบดี ทองสุข และ “น้ำ” ธีรพัฒน์ เกตุศรี สองดาวรุ่งพุ่งแรงจากรั้ว “ชงโคสีม่วง” โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

ทั้งสองได้เผยว่า โครงการซีพีสานฝัน…ปันโอกาส นั้นไม่ใช่เป็นเพียงแค่การมอบโอกาสแบบฉาบฉวย แต่โครงการนี้ต่อยอดชีวิตของพวกเขาในทุกๆ มุม ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางฟุตบอล การศึกษาที่ดี หรือแม้กระทั่งแนวคิด และแนวทางการใช้ชีวิต

น้องนะ ในฐานะพี่ใหญ่รุ่นแรก เปิดใจถึงการได้เข้ามาสู่โครงการนี้ว่า ชีวิตเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดี และใฝ่ฝันเอาไว้อย่างชัดเจน นั่นคือการได้เล่นฟุตบอลที่ตนรัก ควบคู่ไปกับการร่ำเรียนในสถาบันการศึกษาอันทรงเกียรติ

“ผมเริ่มเล่นฟุตบอลตอน 10 ขวบครับ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากคุณพ่อ โชคดีที่ครอบครัวผมนั้นให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ก็เลยทำให้ตัวเองได้มีโอกาสสัมผัสกับกีฬาฟุตบอล จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมที่ จ.อุดรธานี ได้สำเร็จ”

น้องนะ เล่าให้เราฟังต่อจากนั้นว่า หลังจากนั้นไม่นาน คุณพ่อก็ได้ยินชื่อของโครงการคัดเลือกนักเตะเยาวชนฝีเท้าดีจากทั่วประเทศ เพื่อมาเป็นหนึ่งในแข้งฝึกหัดฟุตบอลอาชีพของสโมสรชั้นนำของไทยลีกอย่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

จากนักเตะฝีเท้าดีกว่า 5,000 คนทั่วประเทศ น้องนะได้ใช้ทักษะ และความสามารถที่มีอยู่ทั้งหมด ฝ่าด่านอรหันต์ ก่อนจะผลักดันตัวเองให้เข้ามาเป็น 1 ใน 20 คนสุดท้ายของโครงการ ได้อย่างสุดยอด

“น้องนะ” ยังเผยต่อว่า วินาทีที่โครงการฯ ประกาศรายชื่อ ด.ช ธนบดี ออกมาว่าได้รับการคัดเลือกนั้นเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่เอามากๆ ทำเอาคุณพ่อของน้องนะถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ด้วยความตื้นตัน และภาคภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้

“มันยากมากครับ กว่าจะมาเป็น 20 คนสุดท้าย เพราะต้องเจอกับบททดสอบที่โหดเอามากๆ บางครั้งก็มีแอบท้อนะครับ แต่พอได้ยินชื่อตัวเองปุ๊ป ความกดดันทุกอย่างมันหายไปหมดเลย และกลับกลายเป็นความมุ่งมั่นกับเส้นทางข้างหน้าแทน ผมดีใจครับที่สามารถทำให้พ่อแม่ภูมิใจ”

จากเด็กหนุ่มภูธร ชีวิตของ “น้องนะ” ถึงคราต้องเดินทางเข้าสู่เมืองกรุง ดินแดนที่เต็มไปด้วยโอกาส ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย สิ่งเดียวที่จะทำให้จิตใจของแข้งรายนี้สงบนิ่งได้นั่นก็คือ… “ฟุตบอล”

การก้าวเข้าสู่สถาบันลูกหนังที่เก่าแก่ และเปี่ยมไปด้วยนักเตะชั้นยอดอย่าง กรงเทพคริสเตียน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการฉายแววควางเก่งกาจของ วันเดอร์คิด จาก อุดรธานี ที่ “น้องนะ” ได้เปิดใจกับเราว่า การปรับตัวเพื่อเข้ากับทีมให้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น คือสิ่งที่สำคัญไม่น้อยกับการร่ายมนต์ฟุตบอลในเมืองหลวง

“โค้ชที่โรงเรียนพยายามย้ำกับผมเสมอว่า ต้องปรับตัวให้เข้ากับทีมให้เร็วที่สุด เพราะถ้าคุณปรับตัวได้เร็ว คุณก็จะสามารถพัฒนาฝีเท้าได้เร็ว และนั่นคือโอกาสที่คุณจะทำให้โรงเรียน และทุกคนในวงการได้เห็นว่า ตัวคุณนั้นมีดีพอที่จะก้าวต่อไปในระดับที่สูงขึ้น”

คำแนะนำของผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน คือสิ่งที่ ด.ช ธนบดี ต่างน้อมรับเอามาปรับใช้กับชีวิต และด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจฝึกซ้อมอย่างหนักของเจ้าตัว ได้ส่งผลอย่างชัดเจนในยามแข่งขันจริง นั่นคือ ฟอร์มการเล่นที่ดีจนเจ้าตัวมีโอกาสได้เข้าไปร่วมซ้อมกับทีมชาติไทย U14 อีกทั้งยังพา “ชงโคสีม่วง” U14 กวาดโทรฟี่ความสำเร็จมาครองเป็นว่าเล่น ตั้งแต่ศึกไพรม์มินิสเตอร์ คัพ และรายการใหญ่ระดับนานาชาติอย่าง นอร์เวย์ คัพ 2018  ซึ่งถือเป็นการแบกโทรฟี่แชมป์รายการนี้มาประดับตู้โชว์เป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปีอีกด้วย…

ด้านน้องคนเล็กที่เพิ่งตบเท้าเข้าสู่รั้วโครงการฯ ได้ไม่นานอย่างอย่าง “น้ำ” ธีรพัฒน์ เกตุศรี เยาวชนในโครงการซีพีสานฝัน รุ่นที่ 2 ที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนเยาวชนทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ไปลุยมหกรรมลูกหนังรายการใหญ่อย่าง Toyota Junior Football Clinic ถึงประเทศญี่ปุ่น ก็ออกมาพูดถึงโครงการนี้เช่นกันว่า นี่คือกลไกสำคัญในการพัฒนานักเตะระดับเยาวชนให้มีภูมิต้านทานที่แข็งแกร่งทั้งโลกในสนาม และนอกสนาม

“ผมเห็นประกาศรับสมัครโครงการ ซีพี สานฝัน ปันโอกาส ในอินเตอร์เน็ตครับ รู้สึกตื่นเต้นเพราะนี่คือโครงการใหญ่ ผมคิดอยู่เสมอว่าถ้าเราพาตัวเองเข้าไปอยู่ในโครงการนี้ได้ เราตั้งใจเล่นฟุตบอล ตั้งใจเรียน ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวก็อาจจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ เพราะกรุงเทพคริสเตียน เป็นโรงเรียนระดับชั้นนำของประเทศ เด่นทั้งเรื่องการศึกษา และกีฬาโดยเฉพาะ ฟุตบอล”

“แต่ก่อนจะคัดตัว ผมเองเคยมีแผลในใจตอนสิบขวบ ผมไปคัดตัวที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี แต่ไม่ติดครับ มันเป็นความรู้สึกที่ไม่รู้จะอธิบายออกมาว่ายังไง เสียใจ เสียดาย ถามว่าท้อมั๊ยมันก็มีครับ แต่เราจะจมอยู่กับความผิดหวังนานไม่ได้ พอมาเจอโครงการซีพี สานฝัน ปันโอกาส ผมลบความผิดหวังทุกอย่างออกจากหัวไปก่อนเลยครับ ผมบอกตัวเองอย่างเดียวว่าเราต้องมุ่งมั่น เราต้องทำให้ได้ เพื่ออนาคตของครอบครัว”

หลังเฟ้นหานักเตะฝีเท้าดีทั่วประเทศนานกว่า 2 เดือน จากยอดสมัครกว่า 5,000 คน คัดเหลือ 80 แข้งระดับหัวกะทิจากทั่วประเทศ มีเพียง 20 คนเท่านั้นที่จะถูกรับเลือกเข้าสู่โครงการ ซีพี สานฝัน ปันโอกาส รุ่นที่ 2 แน่นอนทุกคนที่ผ่านเข้ามาถึงการคัดตัวรอบสุดท้ายล้วนแต่เป็นแข้งระดับพระกาฬที่มีฝีเท้าแกร่งเกินวัย จริงอยู่ที่ทุกคนล้วนแต่มีฝัน และเป้าหมายเดียวกัน แต่เด็กต่างจังหวัดอย่าง “น้องน้ำ” ไม่ได้กดดันตัวเองแต่อย่างใด เจ้าตัวคิดเพียงแค่อย่างเดียวคือ ทำให้เต็มที่ และดีที่สุด

จนกระทั่ง ชื่อของ “ธีรพัฒน์ เกตุศรี” ถูกประกาศออกมาเป็นหนึ่งในเยาวชนนักเตะตัวจริง 20 คนรอบสุดท้าย ที่จะได้รับโอกาสเข้ารับการฝึกทักษะ และเทคนิคการเล่นฟุตบอลอย่างมืออาชีพกับสโมสรฟุตบอล ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เติมเต็มความฝันสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต พร้อมๆ กับได้รับทุนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์เข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ถือเป็นก้าวสำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนสู่เส้นทางนักเตะอาชีพอย่างที่ “น้องน้ำ” รอคอยมาตลอดทั้งชีวิต

“ดีใจมากๆ ครับพี่ ดีใจสุดๆ เลยครับ ที่รู้ว่าเรากำลังจะได้มีโอกาสเรียนในโรงเรียนที่ดี ได้ฝึกฟุตบอลกับทีมระดับท็อปของประเทศ ได้แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของทางบ้าน ภูมิใจมากๆ ครับ”

การตบเท้าสู่รั้วทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี หลังจากนั้นไม่นาน… ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วราวกับฝันไป สติเท่านั้นที่จะช่วยดึงเด็กหนุ่มจากสุพรรณบุรีรายนี้กลับสู่โลกความเป็นจริง และโฟกัสสเต็ปต่อไปที่กำลังเข้ามาในชีวิต ในฐานะตัวแทนของชาติ

“เมื่อ 3-4 เดือนที่แล้วไปคัดรายการโตโยต้า เพื่อเป็นตัวแทนทีมชาติชุดอายุไม่เกินอายุ 12 ครับ เราอาศัยเพื่อนไปเหมือนกัน ไปกับเพื่อนแค่ 2 คนครับ ตอนนั้นรู้สึกผมจะเป็นคนเดียวที่ไม่มีผู้ปกครองไปเขียนประวัติให้ ไปนั่งอยู่คนเดียว คนอื่นก็พอคัดเสร็จเขาก็จะมานั่งกัน แล้วก็ให้ ผู้ปกครองเขียนประวัติ แต่ว่ามีแค่ผมคนเดียวที่ไม่มีผู้ปกครองไป แต่ไม่ได้คิดไรมากครับ เพราะเข้าใจเรื่องฐานะครอบครัวด้วย”

“ผมมาคัดรอบสุดท้ายที่สนามธูปะเตมีย์ ตั้งใจว่าเราจะต้องติดให้ได้จาก 99 คน เขาเอาแค่ 24 คน สุดท้ายชื่อผมโดนประกาศออกมาเป็นคนที่ 20 ดีใจมากๆ ครับ ไม่เคยดีใจอะไรขนาดนี้เลย จากเมื่อก่อนเราเคยเป็นแค่คนดูในทีวี แล้วอยากติดทีมชาติ พอได้เป็นหนึ่งในสมาชิกทีมชาติไทยชุด U12 มาถึงจุดนี้ได้ครอบครัวเราภูมิใจมากครับ ต้องขอขอบคุณโครงการซีพีสานฝัน…ปันโอกาสที่มอบโอกาสให้กับผม และเพื่อนๆ พี่ๆ ให้ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และต่อยอดความสำเร็จไปด้วยฟุตบอล และการศึกษาที่ดี”

นี่คือสองตัวอย่าง สองตัวแทน จากโครงการ ซีพีสานฝัน…ปันโอกาส ทั้งสองรุ่น ที่เชื่อได้เลยว่าอนาคตไปไกลแน่ๆ ด้วยความมุ่งมั่น และตั้งใจของตัวน้องๆ เอง บวกกับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของผู้ใหญ่ใจดี เราคงได้แต่เป็นกำลังใจ และเฝ้ารอคอยดูความสำเร็จที่น้องๆ กำลังลงมือทำ ทุ่มเท และตั้งใจอย่างเต็มที่

>>> โครงการ ซีพีสานฝัน…ปันโอกาส ปั้นเยาวชนเข้าสโมสรฟุตบอลอาชีพ รุ่นที่ 3 <<<

ในส่วนของปีนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ สานต่อการจัดโครงการ ซีพีสานฝัน…ปันโอกาส ปั้นเยาวชนเข้าสโมสรฟุตบอลอาชีพ เป็นรุ่นที่ 3 เพื่อคัดเลือกเยาวชนจากทั่วประเทศ จำนวน 20 คน พัฒนาศักยภาพทั้งด้านฟุตบอล และการเรียนควบคู่กันไป ให้พร้อมสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพระดับนานาชาติในอนาคต โดยทีมโค้ชจากสโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และทีมโค้ชจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ร่วมกัน โดยจะมีการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการฯ อย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายนนี้ ณ อาคารทรู ทาวเวอร์ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ ผู้บริหาร และสองดาวดังทีมสโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด มิก้า ชูนวลศรี และ สุมัญญา ปุริสาย ให้เกียรติมาร่วมแถลงข่าว

ทั้งนี้ โครงการ ซีพี สานฝัน ปันโอกาส “ปั้นเยาวชนเข้าสโมสรฟุตบอลอาชีพ รุ่น 3” จะทำการคัดเลือกเยาวชนรอบแรกที่ 8 สนาม 7 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเริ่มจังหวัดแรกที่ จ.นนทบุรี วันที่ 2 ธ.ค. สนามกีฬากลาง จ.นนทบุรี
จ.ระยอง วันที่ 8 ธ.ค. สนามกีฬากลาง จ.ระยอง
จ.เชียงใหม่ วันที่ 15 ธ.ค. สนามกีฬาอินทนิลมหาวิทยาลัยแม่โจ้
จ.อุดรธานี วันที่ 22 ธ.ค. สนามกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
จ.นครราชสีมา วันที่ 5 ม.ค. สนามสุรพลากีฬาสถาน (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี)
จ.สงขลา วันที่ 19 ม.ค. 2561 สนามกีฬากลางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่
จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ 26 ม.ค. สนามกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ 27 ม.ค. สนามกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

สำหรับคุณสมบัติผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการฯ จะเปิดรับสมัครเฉพาะเยาวชนชายไทยที่เกิดระหว่าง
วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2550 – 31 ธันวาคม 2551 และต้องได้รับการรับรองจากบิดามารดา ผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่ www.cp-dreams.com หรือ https://www.facebook.com/CPDream/ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสามารถสมัครได้
ณ สนามกีฬาทั้ง 8 สนาม 7 จังหวัดทั่วประเทศ ก่อนการคัดเลือกเวลา 09.00 น.

หากต้องการสอบถามรายละเอียด กติกาการแข่งขัน และการสมัคร ติดต่อได้ที่ โทร.02-766-8472, 02-766-7341 ระหว่างวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 16.00 น.

“บก.เก้น”

ดูบอลสดฟรี ไม่มีสะดุด ลูกค้าทรูมูฟ เอช รับเน็ต 2GB ดูทรูไอดีฟรี เปิดทรูไอดีทุกวันรับฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย.61  คลิกเลย

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports