พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ อีกหนึ่งตำนานไทยลีก ที่เพิ่งหมดสัญญากับ บางกอกกล๊าส เอฟซี ซึ่งเขากำลังจะจากสโมสรไปหลังจากอยู่มาอย่างยาวนาน 11 ปี นับตั้งแต่สโมสรยังเป็นชื่อของ “ธนาคารกรุงไทย” และนี่คือ นักเตะคนสุดท้ายที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่สมัยเป็น “นกวายุภักษ์”

แต่ไม่ว่า เขาจะมีฝีเท้าสุดละเมียดแค่ไหนในแดนกลาง จนใครๆ ที่เคยดวลด้วยต้องขอซูฮกจากใจ ทว่าสิ่งหนึ่งที่ “หนุ่มเบนซ์” ยังก้าวไปไม่ถึง นั่นคือ การติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ สักครั้งในชีวิต

ซึ่งก็ไม่ใช่เพียงแค่เขาเท่านั้น ที่พลาดการติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เพราะยังมีนักเตะอีกหลายท่าน ที่โชว์ฟอร์มได้ดี ในศึกไทยลีก รวมถึงคว้าแชมป์มากมายในเมืองไทย แต่ก็ยังไม่เคยติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่เช่นกัน

และนี่ คือ 5 นักเตะ ที่มีดีกรีสูง แล้วยังไม่เคยติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่สักที…

 

พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นี่คือกองกลางที่ดีที่สุดคนหนึ่งตลอดกาลของไทยลีก และดีที่สุดอันดับต้นๆ เท่าที่สโมสร บางกอกกล๊าส เอฟซี เคยมี

พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์

พีรพงศ์ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับจังหวัดนครปฐม ในศึกโปรวินเชียลลีก ก่อนมาแจ้งเกิดได้กับสโมสรธนาคารกรุงไทย ที่แปรเปลี่ยนเป็น บางกอกกล๊าส เอฟซี ในภายหลัง

ตลอด 10 ปี กับ “บีจี” ซึ่งพาสโมสรคว้าแชมป์เมเจอร์ได้ 1 ถ้วย นั่นคือ “เอฟเอคัพ 2014” ต้องบอกเลยว่า ไม่มีแฟนบอลคนไหนที่ไม่รักเขา ด้วยฝีเท้าที่สุดยอดในการบัญชาเกมในแดนกลาง รับก็ได้ รุกก็ดี โฮลด์บอลก็เนียน สวิตช์บอลก็แม่นยำอย่างกับจับวาง แถมยังมีทีเด็ดในการยิงฟรีคิก และยิงไกลอีกด้วย

แต่ไม่ว่าเขาจะฟอร์มดีแค่ไหน จะเปลี่ยนพาร์ทเนอร์ในแดนกลางของทีมบางกอกกล๊าส ไปกี่คนต่อกี่คน เขาก็ยังไม่เคยได้ใจเฮ้ดโค้ชทีมชาติไทยสักราย และไม่เคยได้ลงเล่นเป็นพาร์ทเนอร์กับใครในสีเสื้อของช้างศึกสักที

 

กิตติพล ปาภูงา

หากคุณทันดู “มะเดี่ยว” กิตติพล ปาภูงา เล่นฟุตบอล คุณก็จะรู้ว่า ความหมายของมิดฟิลด์อัจฉริยะ เป็นเช่นไร…

กิตติพล เติบโตมากับความโด่งดังที่เขาสร้างขึ้นจากการลงเล่นให้กับทีมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ในวงการฟุตบอลขาสั้น ซึ่งเป็นผลให้เขาติดทีมชาติไทย ชุดเยาวชนแทบทุกชุด ก่อนจะได้เล่นฟุตบอลในระดับสโมสรกับ จุฬา ยูไนเต็ด จากนั้น เขาก็ได้ลงเล่นฟุตบอลในศึกเอเชี่ยนเกมส์ 2006 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ และ ฟุตบอลในศึกกีฬามหาวิทยาลัยโลก ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 2007

จากฟอร์มทุกสิ่งทุกอย่าง ได้ทำให้เขาย้ายเข้าสู่สโมสร “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน หรือ โปลิศ เทโร เอฟซี ในปัจจุบัน และก็ได้รับรางวัลกองกลางยอดเยี่ยมประจำไทยลีก เมื่อปี 2009 ก่อนถูก เมืองทอง ยูไนเต็ด ซื้อตัวด้วยราคาถึง 1.5 ล้านบาท นั่นทำให้เขาถูกเรียกร้องจากแฟนบอลให้ติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่สักที

แต่ด้วยกองกลางของทีมชาติไทย ในสมัยนั้น มีทั้ง ดัสกร ทองเหลา, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, สุเชาว์ นุชนุ่ม, สุรัตน์ สุขะ และ ณรงค์ชัย วชิรบาล นั่นทำให้เขายังต้องรอโอกาสการถูกเรียกติดทีมชาติไทย ต่อไป ต่อไป ต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้าตัวโชคร้าย เกิดเจ็บหนัก หัวเข่าบิดจากเกมฟุตบอลถ้วย และนั่นก็ทำให้เขาไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้เหมือนอย่างที่เคย จนชื่อเสียงค่อยหายไป หายไป และหายไป อย่างที่ใครๆ ก็ต้องเสียดาย

 

ดาวุฒิ ดินเขต

ดาวุฒิ ดินเขต

คำกล่าวที่ว่า “ประเทศไทย ไม่เคยขาดแบ็คซ้ายดีๆ” น่าจะเป็นประโยคที่สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสการติดทีมชาติไทย ของ ดาวุฒิ ดินเขต ที่เป็น 0 แม้ว่าเขาจะมีช่วงเวลาที่ฟอร์มการเล่นมาตรฐานดีมากกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ในสมัยที่ยังอยู่ไทยลีก

ชีวิตของ ดาวุฒิ ดินเขต กับสโมสรอาร์มี่ ยูไนเต็ด เริ่มต้นตั้งแต่สมัยที่เขาฝึกทหารอยู่ที่จังหวัดราชบุรี บ้านเกิด และทำให้ถูกดึงตัวมาช่วยทีมในสังกัดทหารบก ในกีฬากองทัพไทย และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาถูกดึงมาร่วมทีมทหารบกในไทยลีก

จากแบ็คซ้ายดาวรุ่ง สู่แบ็คซ้ายจอมเก๋า จนถึงปัจจุบันกว่า 12 ปีแล้ว ดาวุฒิ ยังอยู่กับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด หรือ ทหารบก เดิม ที่อยู่ในศึก T2 ซึ่งแม้ว่าเขาจะมีช่วงเวลาที่เล่นดี และมีฟอร์มการเล่นคงเส้นคงวาอย่างที่สุด แต่เขาก็ยังไม่เคยได้ลงสนามในนามทีมชาติไทย ชุดใหญ่ สักครั้ง แม้จะเคยมีชื่ออยู่ในการเรียกมาซ้อมก็ตามที

 

วสันต์ นาทะสัน

เจ้าของฉายา “บอย เจียงฮาย” มาโด่งดังสุดขีด เมื่อสมัยอยู่กับ เชียงราย ยูไนเต็ด หลังจากที่เขาสร้างชื่อเสียงได้ในระดับหนึ่ง ทั้งฟุตบอลนักเรียน กับโรงเรียนพาณิชยการราชดำเนิน และ ฟุตบอลไทยลีก กับหลายสโมสร ทั้ง ธ.กรุงเทพ, พนักงานยาสูบ, โอสถสภา รวมถึงไปเล่นในลีกต่างประเทศช่วงหนึ่งด้วย

ที่เชียงราย ยูไนเต็ด ในศึกดิวิชั่น 1 เมื่อปี 2010 “บอย เจียงฮาย” โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อสามารถคว้ากองหน้ายอดเยี่ยมประจำลีกได้ และพาให้ทีมจากล้านนาเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกของสโมสร

ปี 2011 วสันต์ นาทะสัน ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนที่เคย เขากดไปถึง 18 ประตู คว้าตำแหน่งรองดาวซัลโวของลีก รองจาก แฟร้งค์ โออ็องด์ซ่า ของ บุรีรัมย์ พีอีเอ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน) ที่ยิงไป 19 ประตู และด้วยความที่เป็นนักเตะไทยที่ทำประตูสูงสุด ก็ทำให้เขาถูก วินฟรีด เชเฟอร์ เรียกตัวติดทีมชาติไทย ในศึก ฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 2 นัดแรก กลางปี 2011 ซึ่งทีมชาติไทย มีคิวเปิดรังนิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม ต้อนรับทีมชาติปาเลสไตน์ รวมถึงเกมอุ่นเครื่องกับ สิงคโปร์ ในนัดต่อมา

“แต่ผลที่ได้ก็คือ เขาไม่ได้ลงสนาม และยังไม่มีสถิติกับทีมชาติไทย”
และนั่นคือโอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดของ “บอย เจียงฮาย” และ ทีมชาติไทย…

 

ชิติพัทธ์ แทนกลาง

ความพยายาม และการพิสูจน์ผลงาน คือ สิ่งที่ตอบโต้คำวิจารณ์ได้ดีที่สุด และ “ชิติพัทธ์ แทนกลาง” คือตัวอย่างของคำกล่าวนี้ได้ดีที่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอลไทยในปัจจุบัน

ชิติพัทธ์ เริ่มต้นจากการเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ก่อนถูกดึงตัวเข้ามาอยู่กับทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในรุ่นอะคาเดมี่ ที่เคยคว้ารองแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ เมื่อปี 2011 (แพ้ บีอีซี เทโรศาสน อะคาเดมี่ ในรอบชิงชนะเลิศ)

ชิติพัทธ์ แทนกลาง

หลังจากนั้น เขาก็ถูกส่งชื่อสู่ทีมชุดใหญ่ของ “ปราสาทสายฟ้า” ครั้งแรกในปี 2011 จนถึงปัจจุบัน เขายังอยู่กับทีม และคว้าแชมป์กับทีมไปแล้วทั้งหมด 21 ใบ ไล่ตั้งแต่ แชมป์ไทยลีก 6 สมัย (2011, 2013, 2014, 2015, 2017, 2018), แชมป์เอฟเอคัพ 4 สมัย (2011, 2012, 2013, 2015), แชมป์ลีกคัพ 4 สมัย (2011, 2012, 2013, 2015, 2016), แชมป์ถ้วยพระราชทาน ก. (ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ ในปัจจุบัน) 4 สมัย (2013, 2014, 2015, 2016), แชมป์แม่โขง คลับ แชมเปี้ยนชิพ 2 สมัย (2015, 2016) เรียกได้ว่า เป็นเวลา 8 ปีแล้ว ที่เขาสัมผัสแชมป์มาต่อเนื่องทุกปี

แต่ในส่วนของทีมชาติไทยนั้น ชิติพัทธ์ กลับไปไกลได้แค่การมีชื่ออยู่ในทีมชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในยุคของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์เสนาเมือง ในศึกเอเชี่ยนเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้

“เส้นขนานของเขา กับ ทีมชาติไทย นั้น สอดคล้องกับความคิดของแฟนบอลบางกลุ่มที่มองว่า เขาเป็นนักเตะที่ฟอร์มยังไม่เข้าขั้น และยังไม่น่าจะถึงกับติดทีมชาติไทย แม้จะมีดีกรีแชมป์มากมายก็ตาม”

ทว่า แม้จะโดนตั้งคำถามในเรื่องของฟอร์มการเล่น รวมถึงมีอาการบาดเจ็บเป็นระยะๆ แต่เมื่อร่างกายฟิตสมบูรณ์ เจ้าแบงค์ ก็ก้มหน้าก้มตาซ้อม ไม่แคร์เสียงวิจารณ์ และพยายามใช้ฟอร์มการเล่นสยบทุกอย่างที่สงสัยในตัวเขา จนกระทั่งล่าสุด เขามีชื่อติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในรอบการส่งชื่อ 50 คนสุดท้าย ของศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 อย่างที่ทุกคนต้องยอมรับในฝีเท้า เพราะเล่นดีจริงๆ ในช่วงท้ายซีซั่น แต่ก็น่าเสียดาย ที่ ชื่อของ “แบงค์” ได้ถูกตัดออกไปในการตัดตัวเหลือ 27 คนสุดท้าย

แต่ก็ไม่แน่ หากเขายังโชว์ฟอร์มได้ดีต่อเนื่อง ในซีซั่นหน้า ทั้งในศึกไทยลีก และ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก เราอาจจะได้เห็นเขาติดธงชุดใหญ่ที่หน้าอกครั้งแรกก็เป็นได้

 

“จอน”

 

ดูบอลสดฟรี ไม่มีสะดุด ลูกค้าทรูมูฟ เอช รับเน็ต 2GB ดูทรูไอดีฟรี เปิดทรูไอดีทุกวันรับฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย.61  คลิกเลย

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports