กลายเป็นข่าวฮือฮาเมื่อไม่กี่วันก่อน เมื่อคุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสร “บีจี ปทุม ยูไนเต็ด” บิ๊กเนมที่กลายเป็นน้องใหม่ของศึก T2 ในซีซั่นหน้า ได้ออกมาเปิดเผยว่า “นิว” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ยอดกองกลางราคาแพงของทีม มีโอกาสได้ออกไปเล่นในศึก เจ ลีก ตามรอย “เจ, มุ้ย, อุ้ม” สามแข้งทีมชาติไทย ที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้วในซีซั่นนี้

Supakit Wisetanuphong / Shutterstock.com

ทั้งนี้ สโมสรที่ “เจ้านิว” มีโอกาสไปเล่นให้ก็คือ เซเรโซ่ โอซาก้า ที่เป็นพันธมิตรกับสโมสร “บลู แมชชีน” อยู่แล้ว โดย คุณปวิณ ก็พูดแบบไม่มีกั๊กเลยว่า นอกจากเซเรโซ่ โอซาก้า แล้ว ก็ยังมีอีกหลายสโมสรที่ให้ความสนใจ มิดฟิลด์ไดนาโม รายนี้อยู่ แต่จะเปิดโต๊ะเจรจากับทีมพันธมิตรก่อน โดยมีเงื่อนไขของการยืมตัว พร้อมทั้งอาจจะขอยืมตัวจาก เซเรโซ่ โอซาก้า มาใช้งาน และทาง “เจ้านิว” จะต้องได้เล่นกับทีมชุดใหญ่ในศึก เจ ลีก เท่านั้นด้วย

สำหรับ “เจ้านิว” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงของการเข้าแคมป์รับใช้ทีมชาติไทย ในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ก็ได้ออกมาเปิดเผยสอดรับข่าวดังกล่าวว่า “ถ้ามีโอกาส ก็อยากจะลองดู ไม่ได้กลัวความล้มเหลวอย่างแน่นอน เพราะการไปเล่นลีกต่างประเทศ โดยเฉพาะ เจ ลีก ที่เป็นลีกชั้นนำของเอเชีย ย่อมเป็นความฝันของนักฟุตบอลไทยทุกคน”

ก่อนหน้านี้ มีนักเตะไทยที่ตกเป็นข่าวว่าเป็นแคนดิเดตที่จะได้ไปเล่นในเจ ลีก ต่อจาก “เจ, มุ้ย, อุ้ม” อยู่หลายคน ไม่ว่าจะเป็น สารัช อยู่เย็น, ทริสตอง โด หรือ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ แต่สุดท้าย กลับกลายเป็น ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่กำลังจะได้ตามหาความฝันในดินแดนอาทิตย์อุทัย

ฐิติพันธ์ สร้างปรากฏการณ์ทุกอย่างภายในขวบปีเดียว กับผลงานที่แสดงให้เห็นในเวลาที่เขาสวมเสื้อทีมชาติไทย
เขากลายเป็นนักเตะที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งของทีมชาติไทย ชนิดที่ มิโลวาน ราเยวัช จะไม่ยอมขาดเขาแน่นอนในตำแหน่งตัวจริง
เขามีดีอะไรบ้าง แล้วถ้าหากได้โอกาสไปอยู่ เจ ลีก ญี่ปุ่น จริงๆ เขายังมีจุดด้อยอย่างไร เราลองมาวิเคราะห์กัน…

 

เรื่องของหัวจิตหัวใจ

Supakit Wisetanuphong / Shutterstock.com

บาดเจ็บหนัก ก็ผ่านมาแล้ว ตัวสำรองอดทน ก็ผ่านมาแล้ว ถูกโยกไปเล่นตำแหน่งไม่ถนัด ก็ผ่านมาแล้ว… ฐิติพันธ์ เป็นนักเตะอายุ 25 ปี ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาโชกโชนบนถนนสายลูกหนังที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และต้องใช้ “หัวใจ” กับ ความพยายามมากพอสมควรกับสถานการณ์ที่ยากลำบากหลายๆ ครั้ง

นั่นหมายถึง เรื่อง “หัวจิตหัวใจ” เขาสอบผ่านแน่นอน

การไปเล่นฟุตบอลลีกต่างประเทศ ย่อมต้องเผชิญกับปัญหามากมาย ทั้งเรื่องของภาษา, การปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมทีม, วัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ และ วิถีชีวิตที่แปลกใหม่ นักฟุตบอลไทยหลายคนเลือกกลับบ้าน ไม่ใช่เพราะล้มเหลว แต่เป็นเพราะ “คิดถึงบ้าน” แต่ฐิติพันธ์ ที่เคยอยู่กับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด มาแล้ว ย่อมผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ เพราะ “หัวจิตหัวใจ” ของความเป็นนักสู้ของเขานั่นเอง

และยิ่งเป็นลีกที่เต็มไปด้วยความท้าทายใหม่ๆ ก็ย่อมยิ่งทำให้หัวใจของเขามีความกระหายมากขึ้น ไม่ใช่เต็มไปด้วยความกลัว หรือกังวลกับความล้มเหลวแน่นอน

 

พลังงาน และการทำงานแบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์

mooinblack / Shutterstock.com

ฐิติพันธ์ เป็นสุดยอดนักเตะในตำแหน่ง “บ็อกซ์ทูบ็อกซ์” ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของไทยในปัจจุบัน ซึ่งมีพลังงานสูงมาก เขามีลักษณะท่าทาง และการทำงานในสนามที่ใกล้เคียงกับไอดอลของเขา จนถูกขนานนามว่า “สตีเว่น เจอร์ราร์ด เมืองไทย”

เขาวิ่งได้ไม่มีเหน็ดเหนื่อย เขาไล่บอลสุดทุกจังหวะ เขาเก็บตกบอลจากแถวสองได้ดี เขาสอดขึ้นไปยิงได้ เขายิงไกลดี เขายิงฟรีคิกได้ เขาเข้าบอลได้แบบไม่มีกลัวเจ็บ นี่แหละเขาเลย ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

 

เล่นได้หลากหลายตำแหน่ง

Supakit Wisetanuphong / Shutterstock.com

แม้ว่าตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง คือ ตำแหน่งที่ ฐิติพันธ์ จะถนัดที่สุด ทว่า “เจ้านิว” ก็มีความยืดหยุ่นในเรื่องของตำแหน่งการยืนในสนามมากเลยทีเดียว เพราะไม่ใช่แค่เพียงตำแหน่งกองกลางเท่านั้น ที่เขาเล่นได้ ซึ่งก็เล่นได้ทั้ง กองกลางตัวรับ, ตัวรุก หรือ ตัวบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ แต่เขายังเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา รวมถึง ปีกขวาได้อีกด้วย ซึ่งการมีเขาอยู่ในสนาม จะทำให้มีความยืดหยุ่นในเรื่องของแทคติกมากขึ้น สามารถปรับเปลี่ยนแทคติกเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ได้มากขึ้น ด้วยความหลากหลายของเขา

 

อารมณ์ร่วมกับเกมสูง : ดาบสองคมที่ต้องควบคุม

Supakit Wisetanuphong / Shutterstock.com

ฐิติพันธ์ เป็นนักเตะที่มีอารมณ์ร่วมกับเกมสูงมาก ซึ่งนับว่าเป็นข้อดีสุดๆ ของนักเตะคนหนึ่ง ที่มีความกระหายในชัยชนะ และกระตือรือร้นกับการมีส่วนร่วมกับเกมสูง แต่นั่นก็เป็น “ดาบสองคม” เช่นเดียวกัน เพราะอารมณ์ร่วมกับเกมสูงของ “เจ้านิว” ในบางครั้ง มันเป็นความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เขาประสบกับอาการบาดเจ็บ หรือ เสี่ยงต่อการได้รับใบเหลืองใบแดง อย่างในเกมกับ ติมอร์-เลสเต้ ที่ทีมชาติไทย เพิ่งถล่มไป 7-0 แม้จะมีสกอร์ที่ขาดลอยแล้ว แต่เขาก็ยังวิ่งสู้ฟัด และไล่ล่าลูกบอลกลับคืนมาด้วยวิธีการเข้าบอลหนัก ซึ่งมันค่อนข้างเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเหลือเกิน

จุดนี้ ต้องมีการผ่อนหนักผ่อนเบาลง เพราะให้ลดความ “ดาบสองคม” ที่อาจจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเองในอนาคต

 

เนียนในเกมรับ วิชั่นส์ในเกมรุก

Supakit Wisetanuphong / Shutterstock.com

แม้จะเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดของเมืองไทยไปแล้ว แต่สำหรับผมนั้น ยังมองว่า “เจ้านิว” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ยังต้องปรับปรุงในการเล่นทั้งเกมรับ และเกมรุกในแดนกลางให้ดีกว่านี้ เพราะด้วยตำแหน่งของเขานั้น หากย้ายไปเล่นในญี่ปุ่น แน่นอน จะต้องไปแย่งตำแหน่งกับกองกลางของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตำแหน่งที่นักเตะญี่ปุ่นเล่นกันได้อย่างสุดยอดอยู่แล้ว

การแย่งตำแหน่งก็ยาก การทำให้คนต่างชาติเขายอมรับก็ยาก ทุกอย่างยากทั้งหมด…

ในส่วนของเกมรับแดนกลาง…. ฐิติพันธ์ ที่มีพลังงานเหลือล้น จำเป็นต้องเล่นให้เนียนกว่านี้ เขามีความเด็ดขาดในการตัดเกม แต่ก็มักจะเป็นการตัดเกมรุกของคู่แข่งด้วยการฟาวล์ ไม่ใช่การแย่งบอลมาอย่างใสสะอาด เพื่อเปลี่ยนจากรับเป็นรุกโดยเร็วได้ เขาจำเป็นต้องเรียนรู้จากนักเตะที่เซียนในเรื่องนี้อย่าง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่แย่งบอลเก่ง เป็นธรรมชาติ จนถูกตั้งฉายาว่าเป็น เซร์คิโอ บุสเก็ตต์ เมืองไทย

ในส่วนของเกมรุกนั้น… จุดที่ ฐิติพันธ์ ต้องเพิ่มเติมก็คือ “วิชั่นส์ และจินตนาการ” อยู่ในไทยลีก เมื่อได้บอล เขามักจะเลี้ยงตะลุยไปข้างหน้า หรือ จ่ายบอลในลักษณะที่ยังขาดจินตนาการในการเล่นอยู่ เพราะเมื่อไปเล่นที่ญี่ปุ่น ฟุตบอลที่นั่นรวดเร็วกว่าเมืองไทยแน่นอน การถูกเข้าบอลเร็ว ถูกเข้าบอลหนัก จะเกิดขึ้น หากเขาใช้วิธีเดิมๆ คือ การเลี้ยงตะลุยไปข้างหน้า ก็มีโอกาสที่จะโดนตัดเกม ฉะนั้น เขาต้องเรียนรู้ที่จะเพิ่มเติมในเรื่องของ “วิชั่นส์ และ จินตนาการในการเล่นเกมรุก” ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อเพิ่มอาวุธ และพิษสงภายในตัวให้มากขึ้นด้วย

………….

สุดท้ายนี้ ก็ขอให้ “เจ้านิว” ได้ไปเล่นที่ เจ ลีก ญี่ปุ่น สมใจอยาก และถ้าทุกอย่างเป็นจริง ก็ขอให้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อย่าไปกลัวความผิดหวัง อย่าไปกังวลความล้มเหลว

เพราะการล้มไปข้างหน้า ย่อมดีกว่าการยืนเต๊ะท่าอยู่กับที่อยู่แล้วแหละ…..

 

“จอน”

 

ดูบอลสดฟรี ไม่มีสะดุด ลูกค้าทรูมูฟ เอช รับเน็ต 2GB ดูทรูไอดีฟรี เปิดทรูไอดีทุกวันรับฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย.61  คลิกเลย

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports