นานมาแล้ว สมัยที่ 4 จตุรเทพควอร์เตอร์แบคยังคงโชว์ลวดลาย ปรายหางตา ปาบอลเข้าเอ็นด์โซนอยู่เป็นเรื่องปกติในลีก NFL ผมเคยนั่งดูคนทั้งสี่ แล้วนั่งคิดตามว่า เป็นโชคดีของตัวเองที่ทันได้เห็น แอรอน ร็อดเจอร์ส, ดรูว์ บรีส์, เพย์ตัน แมนนิ่ง และ ทอม เบรดี้ เล่นในสนาม และทันดูพวกเขาเชือดเฉือนกันในยุคสมัยเดียวกันผ่านวันเวลาแบบเรียลไทม์ตามสายเคเบิ้ลของสัญญาณทีวี

จะว่าไปแล้ว ผม (ผู้ซึ่งปวารณาตัวเองว่าเป็นแฟนอเมริกัน เกมส์ ตัวยง ซึ่งรู้สึก “รัก” และ “ผูกพัน” กับมันมากกว่ากีฬาที่ผู้คนกว่าค่อนประเทศในดินแดนขวานทองแห่งนี้คลั่งไคล้อย่างฟุตบอล) รู้สึกโชคดีเสมอที่เกิดมาในยุคหนึ่งที่ อเมริกันฟุตบอล สนุกสนาน อย่างแท้จริง

เวลาผ่านมา ผมก็ต้องมาเจอกับเครื่องหมายปรัศนีตัวใหญ่ในสิ่งที่ผมชื่นชอบ กับคำถามที่ว่า เมื่อกาลเวลาไหลผ่านไป แล้ว เราจะดูใครในยุคต่อมา…อเมริกันฟุตบอลในวันนั้น จะยังสนุกและน่าค้นหา น่าทัศนาเหมือนวันนี้อยู่หรือไม่

ผมไม่เคยได้คำตอบ…ผมไม่เคยได้คำตอบนั้นเลย

จนกระทั้งเช้าวันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน 2018

หลายปีที่ผ่านมา ผมตอบคำถามที่ค้างคาได้อย่างไม่เต็มปากนัก ยิ่งเมื่อวัน-เดือน เคลื่อนไป พร้อมกับการเลิกเล่นของ เพย์ตัน แมนนิ่ง และ อายุที่มากขึ้นของทั้ง บรีส์, เบรดี้ และ ร็อดเจอร์ส ผมยิ่งกลัวการดู NFL ที่ไม่มีคนในรายชื่อเหล่านี้มากขึ้นเรื่อย ๆ

แน่นอน ผมมั่นใจว่าผมไม่อาจตัดขาดกับกีฬาชนิดนี้ได้แน่นอน แม้เวลาหลังจากนี้ มันอาจจะไม่สนุก และไม่มีไอดอลของผมอย่าง ทอม เบรดี้ อยู่อีกต่อไป แต่ความผูกพันของผม กับ เมืองบอสตัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผูกผมไว้กับบรรดากีฬาที่เรียกว่า “อเมริกัน เกมส์” มันคงไม่อาจเปลี่ยนแปลงไปได้

AP Photo/Kelvin Kuo

แต่เกมเมื่อเช้านี้ ที่ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ที่บุกไปพ่ายต่อ ลอส แองเจอลิส แรมส์ ทำให้ผมรู้สึกมั่นใจ สบายใจ และ โล่งใจ กับคำถามที่เคยวนเวียนอยู่ในหัวผมมานานกว่า ทศวรรษ ทันทีที่เกมจบลงเลยทีเดียว

สำหรับคนที่ดูเกมนี้ คงเข้าใจว่าทำไมผมถึงรู้สึกแบบนั้น แต่สำหรับคนที่ไม้ได้ดู หรือ อาจจะรวมถึงไม่ได้ติดตาม NFL (แต่หลงเข้ามาอ่านถึงบรรทัดนี้) ผมขออนุญาตบรรยายสรรพคุณของเกมนี้ให้ทราบกันสักเล็กน้อย

เกม มันเดย์ ไนท์ ฟุตบอล เมื่อเช้าที่ผ่านมา เป็นการเจอกันของ 2 ทีมที่มีสถิติดีที่สุดในลีกตอนนี้ ด้วยผล ชนะ 9 แพ้ 1 โดยผลการแข่งขัน ปรากฏว่า ลอส แองเจอลิส แรมส์ เปิดสนาม แอลเอ เมมโมเรียล โคลิเซียม เอาชนะ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ผู้มาเยือน ไปได้ 54-51

โดยเกมนี้ เป็นเกมที่ “มันส์” สมกับที่หลายฝ่ายคาดหมายกันตั้งแต่ก่อนเกม เพราะเป็นการดวลกันของ 2 ควอร์เตอร์แบค อนาคตไกล อย่าง จาเร็ด กอฟฟ์ (หรือ ไรอัน กอสลิ่ง ที่ใคร ๆ ชอบแซว) เจ้าของดีกรี ดราฟต์อันดับ 1 ปี 2016 และ แพทริก มาโฮมส์ เจ้าของสถิติดราฟต์อันดับ 10 ปี 2017 ซึ่งเป็น แคนดิเดด รางวัลเอ็มวีพี ปีนี้

การดวลกันของสองควอร์เตอร์แบคหนุ่มฟอร์มร้อนฉ่า ทำให้สถิติต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย อาทิ
– เกมแรกในประวัติศาสตร์ที่ทั้งสองทีมทำแต้มได้ 50 แต้ม
– เกมที่ทำแต้มรวมมากเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์
– มี 216 เกมที่ผ่านมา ที่มีทีมทำได้ 50 คะแนนขึ้นไป โดยทั้งหมดไม่มีใครเคยแพ้ จนเกมนี้

โดยเกมนี้ถูกยกให้เป็นเกมแห่งฤดูกาลทันที หลังจากเกมจบลง โดยสถิติ ที่เกิดขึ้นในเกมนี้ ประกอบไปด้วยตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อมากมาย อาทิ มีสกอร์รวมกัน 14 ทัชดาวน์, คะแนนรวมกัน 105 คะแนน, ระยะหลารวมกัน 1,001 หลา, 7 เทิร์นโอเวอร์ และ ทีมรับทำทัชดาวน์ ได้ถึง 3 ครั้ง

นอกจากสถิติเหล่านี้และปัจจัยสำคัญอื่น ๆ แล้ว อีกเรื่องที่ทำให้เกมนี้สุดยอด คือ การเล่นของ 2 ควอร์เตอร์แบค “สิงห์หนุ่ม” ทั้ง 2 คน ที่ซัดใส่กันชนิด “ดอก ต่อ ดอก” – “หมัด ต่อ หมัด” จริง ๆ

AP Photo/Kelvin Kuo

คำตอบของคำถามที่ค้างคาใจมานานในเช้าวันนี้ ทำให้ผมรู้สึกสดชื่น และ มีความหวังในการที่จะตั้งตารอ NFL เกมต่อไป, เดือนต่อไป และ ฤดูกาลต่อไป

ถึงแม้ จะมีหลายคนเชื่อว่า ทั้ง กอฟฟ์ และ มาโฮมส์ ยังต้องการการพิสูจน์อีกมาก ว่าทั้งคู่ จะก้าวขึ้นมาในระดับท็อปได้จริง แต่ สิ่งที่ทั้งคู่ แสดงให้ผมเห็นในวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของฝีมืออย่างเดียว หากแต่เป็นความหวังด้วย…

ความหวังถึง NFL ในยุคต่อไป ที่อาจจะแตกต่างไป แต่อย่างไร ผมก็ยังรักมันอยู่ดี…มิใช่หรือ

“Mr.BOSTON”

ดูบอลสดฟรี ไม่มีสะดุด ลูกค้าทรูมูฟ เอช รับเน็ต 2GB ดูทรูไอดีฟรี เปิดทรูไอดีทุกวันรับฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย.61  คลิกเลย

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้