ผ่านพ้นครึ่งซีซั่นแรกมาแล้วอีก 3 เกม โดยหลังจากเปิดการแข่งขันในครึ่งฤดูกาลหลัง เหล่านักเตะที่ถูกเสริมทัพเข้ามาในช่วงตลาดนักเตะที่เปิดรอบสอง และจบลงหมดสิ้นสิทธิ์การดีลไปเมื่อวันที่ 31 กรกฏาคมที่ผ่านมา ก็สามารถลงสนามช่วยทีมอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ทั้งเหล่านักเตะใหม่ที่ถูกอิมพอร์ตเข้ามา หรือโยกย้ายจากทีมสโมสรร่วมลีกไทย ก็ได้ลงโชว์ฟอร์มในสนามกันไปบ้างแล้ว ในสามเกมที่เริ่มต้นของครึ่งฤดูกาลหลัง และแต่ละทีมจะประสบความสำเร็จในการขนเงินจากกองคลังออกมาช็อปปิ้งครั้งนี้ได้คุ้มค่าแค่ไหน Sport.truelife.com ขออนุญาตตัดเกรดคุณภาพของขุนพลใหม่เหล่านี้ โดยเริ่มต้นจาก 6 ทีมชั้นนำประจำไทยพรีเมียร์ลีก 2015 ที่ยังอยู่ในเส้นทางของการลุ้นแชมป์

1. บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

คะแนน : C+

การเสริมทัพของ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ในช่วงตลาดรอบสอง เป็นเพียงการเสริมทัพเพื่อเพิ่มขนาดทีมให้สมดุลเท่าเดิมจากการสูญเสียอะไหล่อย่าง เคน วินเซนต์, ดาบิด โรเชล่า, กฤษณ์พรหม บุญสาร, นิติพงษ์ เสลานนท์, ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา, วันเฉลิม ยิ่งยง ออกไป

ตัวใหม่ที่เสริมเข้ามาและมีโอกาสลงสนามแล้วนั้น มีเพียง ปฏิภาณ อุ่นอบ จาก ทีโอที ที่ได้ลงสนามในตำแหน่งกองหลังเต็มเม็ดเต็มหน่วยหน่อย ซึ่งเจ้าตัวได้ลงตัวจริงในเกมพบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ ศรีสะเกษ เอฟซี โดยเกมหลังสามารถทำประตูได้ด้วย แต่ทว่า อาจเป็นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากตัวหลักเกมรับอย่าง ชิติพัทธ์ แทนกลาง และ อันเดรส ตูเนซ กลับมาฟิตสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่รายใหม่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น แจนสัน ดอส ซานโต้ส กองหน้าบราซิเลี่ยน และ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, สุภโชค สารชาติ, นพพล ละครพล สามดาวรุ่ง ก็คงได้เพียงแค่รอโอกาสเท่านั้น เนื่องจากสภาพของทีมจ่าฝูงในเวลานี้ ยังยอดเยี่ยมและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพของนักเตะที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่ต้นปี

2. เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

คะแนน : C

ประสบความล้มเหลวในการดึงตัวนักเตะต่างชาติเข้าสู่ทีม ทั้งที่เหลือที่ว่าง 1 ที่ ซึ่ง “กิเลนผยอง” มีข่าวหนาหูอย่างมากกับ เอมิลิโอ เฮร์นานเดซ อดีตกองหน้าทีมชาติชีลี ที่ทดสอบฝีเท้ากับทีม จนแทบจะจรดปากกาเซ็นสัญญาอยู่แล้ว ทว่าด้วยเรื่องสภาพความฟิต และฟอร์มที่ยังไม่เข้าตา ก็ทำให้ หัวหอกวัย 30 กะรัต ต้องบินกลับชิลีในท้ายที่สุด ทำให้เอสซีจี เมืองทองฯ จำเป็นต้องใช้งาน นักเตะต่างชาติเพียงแค่ 4 รายอย่าง เคลตัน ซิลวา, คิม ดอง จิน, มาริโอ ยูรอฟสกี้ และ นาโอกิ โอยามะ ต่อไป

นอกจากนี้ ทีมยังเสริมตัวนักเตะไทยเพียงแค่อะไหล่ดาวรุ่งที่เข้ามาเสริมทัพทดแทนส่วนที่หายไปเท่านั้น ทั้ง ปฏิภาณ ปิ่นเสริมสูตรศรี, สุพรรณ ทองสงค์ และ สุประวีณ์ มีประทัง โดยปล่อยนักเตะไทยที่มีบทบาทเป็นเพียงแค่สำรองออกไปหลายตัว ทั้ง วีระวุฒิ กาเหย็ม, ศิวกร จักขุประสาท, วุฒิชัย ทาทอง และ ทศพล ลาเทศ

3. บางกอกกล๊าส เอฟซี

คะแนน : B+

ก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์เต็มตัวในซีซั่นนี้ สำหรับ “บีจี” ยักษ์ใหญ่จากแดนรังสิต ซึ่งเกาะต้นตารางไว้เหนียวแน่น โดยได้เสริมทัพมุ่งไปที่ผู้เล่นต่างชาติด้านเกมรุกทันที ในช่วงตลาดเปิด โดยนำเข้าสองแนวรุกระดับมาตรฐานลีกล่างของสเปน อย่าง อาริดาเน่ ซานตานา กองหน้า ร่างยักษ์จาก เตเนริเฟ่ และ ดาเนี่ยล กาเซียร์ โรดริเกวซ “โตติ” กองกลางตัวรุกจาก อลาเบส เข้ามาเสริมทีม ทดแทนสองรายต่างชาติที่ออกจากทีมไปอย่าง เลอันโดร โอลิเวียร่า และ ลาซารัส คาอิมบี้

ซึ่งสามเกมหลังจากเปิดเลกสองมา ทั้ง ซานตาน่า และ โตติ ก็สามารถโชว์ฟอร์มได้เด่นพอสมควร และสามารถทำไปได้คนละ 2 แอสซิสต์ ช่วยให้ทีมได้ 4 ประตูจากสามเกมเลยทีเดียว

4. ชลบุรี เอฟซี

คะแนน : C

เป็นอีกทีมที่เชื่อมั่นในขุมกำลังของทีม หลังจากฟอร์มดีต่อเนื่อง ไม่แพ้ใครมาร่วม 20 เกม และเขยิบรั้งกลุ่มลุ้นแชมป์ได้อีกครั้ง โดย “ฉลามร้ายจากตะวันออก” ไม่เสริมทัพนักเตะระดับบิ๊กเนมเลยแม้แต่ตัวเดียว แต่ทว่า ก็ไม่มีปล่อยนักเตะต่างชาติออกไปแต่อย่างใด ทุกอย่างยังคงที่เหมือนเดิม และสมดุล แม้จะมีข่าวหนาหูเรื่องย้ายทีมมากมายกับทั้ง ติอาโก้ คุนญ่า และ จูเลียโน่ มิเนยโร่ ซึ่งนอกจาก คุนญ่า และ มิเนยโร่ แล้ว อีกสามรายอย่าง แอนเดอร์สัน ดอส ซานโต๊ส, เลอานโดร อัสซัมเซา และ โช เบียง กุ๊ก ก็ยังคงอยู่ในแฟนบอลได้อุ่นใจ

ทั้งนี้ ดาวเตะอย่าง กีรติ เขียวสมบัติ, สุรวิช โลกาวิทย์, วานิช ใจแสน และ ชาคริต บัวทอง อะไหล่ชาวไทยของทีมที่ถูกปล่อยออกไปก็ได้ถูกทดแทนพื้นที่ว่างด้วย อนาคตของทีมจากอะคาเดมี่อย่าง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, บุญเกิด ไชยสิน และ สิทธิโชค ภาโส ที่ถูกวางให้ก้าวขึ้นมาช่วยทีมในอนาคต

5. แบงค็อก ยูไนเต็ด

คะแนน : B

ตัวเดียวรู้เรื่องเลยสำหรับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ยอดทีมจากดินแดง ที่ได้ตัว เจย์ซี จอห์น กองหน้าร่างยักษ์ทีมชาติบาห์เรน มาแบบเกาถูกที่คันจริงๆ เพราะสามารถเล่นเข้าขากับเพื่อนร่วมทีม โดยเฉพาะกับดาวเตะต่างชาติอย่าง โรแม็ง แกสมี่ และ ดราแกน บอสโควิช ได้แบบทันที แถมยังเป็นโควตาเอเชียอีกต่างหาก โดย “โจโจ้” ซัดไป 3 ประตูจาก 3 เกมแรกที่ลงสนาม ทำให้ทีมยังอยู่ในเส้นทางของการลุ้นแชมป์ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ได้แบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

นอกจากรายของ “โจโจ้” แล้ว ยังดึงตัว ปิยะราษฎร์ ลาจังหรีด และ อดิศร์ ภัทรประสิทธิ์ สองแนวรับ อดีตนักเตะของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่น่าจะเป็นอะไหล่ของทีมได้อย่างดี

6. ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

คะแนน : B+

“ราชันมังกร” เป็นทีมที่มักแสดงให้เห็นเสมอว่าคุณภาพของการเสริมทัพต่างชาติของพวกเขานั้นอยู่ในระดับ “ตาถึง” เลยทีเดียว โดยตลาดนักเตะรอบนี้ พวกเขาเน้นอาวุธหนัก สองตัวรุกต่างชาติอย่าง แอนดี้ คีโอห์ แข้งไอริชจาก เพิร์ธ กลอรี่ และ วันเดอร์ หลุยส์ จากปิราซิกาบา ซึ่งมาทดแทน บูบ้า อับโบ้, บรูโน โลเปส, ฟลาเวียน มิเชลลินี่ ต่างชาติสามรายที่ออกจากทีมไป

ทั้งนี้ ผ่านมาสามเกมในเลกที่สอง ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ซัดไปแล้ว 7 ประตู โดย วันเดอร์ หลุยส์ กดไปแล้ว 2 เม็ด และ แอนดี้ คีโอห์ ที่สร้างสรรค์ประโยชน์ให้ทีมได้ดีจากการทำให้ทีมได้จุดโทษ 1 ครั้ง และแอสซิสต์อีก 1 ลูก แถมทั้งสองยังเล่นเข้าขากับสองตัวรุกรายเก่าของทีมอย่าง เก็งกิ นางาซาโต๊ะ และ เฮร์เบอร์ตี้ เฟร์นานเดซ ยอดกองหน้าของทีมได้เป็นอย่างดี

           

ขอขอบคุณภาพจากสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, บางกอกกล๊าส เอฟซี, แบงค็อก ยูไนเต็ด และราชบุรี มิตรผล เอฟซี

18-08-2558
17.17 น.