เนื่องจากในปี 2018 นี้ สหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ได้มีการปรับเปลี่ยนระบบการแข่งขันใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “HSBC BWF World Tour” ซึ่งได้เข้ามาแทนที่ “World Super Series, Grand Prix Gold และ Grand Prix” ระบบเดิมที่ใช้มากว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2007

ซึ่งขณะนี้การแข่งขัน HSBC BWF World Tour 2018 ได้เดินทางมาถึงการแข่งขันรายการสุดท้ายของปี นั่นคือ HSBC BWF World Tour Finals 2018 ที่เปรียบเหมือนบทสรุปของการแข่งขันในปีนี้แล้ว

 

 

HSBC BWF World Tour Finals 2018 คืออะไร ?
การแข่งขันนี้มีความสำคัญอย่างไร ?
และมีนักกีฬาไทยคนใดเข้าร่วมทำการแข่งขันบ้าง ?

วันนี้ผมขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับการแข่งขันสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีของวงการแบดมินตันกันครับ…

การแข่งขันแบดมินตัน รายการ HSBC BWF World Tour Finals 2018 ที่จัดขึ้นในวันที่ 12-16 ธันวาคม 2561 ที่เมืองกว่างโจว ประเทศจีน นับเป็นรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการแข่งขันแบดมินตันประเภทบุคคลซึ่งมีเงินรางวัลรวมถึง 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 49.5 ล้านบาท) โดยได้คัดเลือกเอาสุดยอดนักแบดมินตันของโลก ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดเพียง 8 อันดับใน 5 ประเภทการแข่งขัน อันได้แก่ ชายเดี่ยว, หญิงเดี่ยว, ชายคู่, หญิงคู่ และคู่ผสม เข้ามาต่อสู้เพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่งในการแข่งขันรายการสุดท้ายของปี

โดยการจัดอันดับของนักกีฬานั้นจะมาจากการเก็บคะแนนสะสมตลอดทั้งปี รวมทั้งสิ้น 37 รายการใน 5 ระดับของการแข่งขัน ได้แก่

1. ระดับ World Tour Super 1000 จำนวน 3 รายการ
2. ระดับ World Tour Super 750 จำนวน 5 รายการ
3. ระดับ World Tour Super 500 จำนวน 7 รายการ
4. ระดับ World Tour Super 300 จำนวน 11 รายการ
5. ระดับ Tour Super 100 จำนวน 11 รายการ

นักกีฬาที่มีคะแนนสะสมอันดับที่ 1-8 จะได้สิทธิ์เข้าร่วมชิงชัย แต่ทั้งนี้ สหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ได้ให้ 1 โควต้าพิเศษแก่ ผู้ชนะรายการชิงแชมป์โลกในปีนี้ด้วย (BWF World Championship 2018) หากว่าแชมป์โลกไม่ติด 8 อันดับแรก และนอกจากนั้นยังมีอีกเงื่อนไข คือ 1 ประเทศ สามารถมีนักกีฬาเข้าแข่งขันได้ไม่เกิน 2 คน/คู่ ในแต่ละประเภทเท่านั้น หากประเทศใดมีเกิน นักกีฬาอันดับสุดท้ายของประเทศนั้นก็จะหมดสิทธิ์ และสิทธิ์ก็จะตกเป็นของลำดับถัดไป

การแข่งขันรายการนี้มีทั้งหมด 5 วัน โดยในรอบแรก นักกีฬาจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน/คู่ นักกีฬาในกลุ่มจะพบกันหมด แข่งขัน 3 วัน โดยคัดเอาอันดับที่ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่ม ผ่านเข้าไปแข่งขันรอบรองชนะเลิศในวันเสาร์ และผู้ชนะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์

ซึ่งจากการแข่งขันทั้ง 5 ประเภทนี้ เราได้มีนักกีฬาไทยผ่านการคัดเลือกไปเล่นถึง 6 คนด้วยกัน (2 คน และ 2 คู่) ใน 4 ประเภทการแข่งขัน ได้แก่ ชายเดี่ยว, หญิงเดี่ยว, หญิงคู่ และคู่ผสม (ขาดประเภทชายคู่) ส่วนแต่ละประเภทจะเป็นนักกีฬาคนใดกันบ้างนั้น เราไปติดตามกันเลยครับ

 

การแข่งขันประเภทหญิงเดี่ยว

เริ่มกันที่ประเภทหญิงเดี่ยว ซึ่งเป็นที่สนใจและเป็นความหวังของแฟนกีฬาชาวไทยมากที่สุด แน่นอนว่า เธอคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก “เมย์-รัชนก อินทนนท์” นักแบดมินตันหญิง มือ 1 ของไทยและมือ 8 ของโลก ซึ่งมีคะแนนสะสมอยู่ในอันดับที่ 5

โดยในปีนี้เธอคว้าแชมป์ไปได้ 1 รายการ ได้แก่ Perodua Malaysia Masters 2018 (World Tour Super 500) และรองแชมป์อีก 1 รายการ คือ Yonex-Sunrise Hong Kong Open 2018 (World Tour Super 500)

สำหรับรายการการนี้ เมย์ อยู่ในกลุ่ม B ร่วมกับ Nozomi Okuhara (ญี่ปุ่น), Chen Yufei (จีน), Michelle Li (แคนาดา) ซึ่งหาก รัชนก งัดฟอร์มเก่งของตัวเองออกมาได้ ก็มีลุ้นที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปได้อย่างแน่นอน แฟนๆ ชาวไทย อย่าลืมร่วมส่งกำลังใจให้เธอไปพร้อมกัน

 

การแข่งขันประเภทชายเดี่ยว

มาต่อกันที่ประเภทชายเดี่ยวกันบ้าง สำหรับนักกีฬาไทยที่ได้ร่วมแข่งขัน นั่นคือ “กัน-กันตภณ หวังเจริญ” นักแบดมินตันดาวรุ่งหนุ่มของไทย วัยเพียง 20 ปี ซึ่งในปีนี้ทำผลงานได้เป็นอย่างดี เก็บคะแนนสะสมจนสามารถคว้าสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันมาเป็นอันดับที่ 6 ปัจจุบันเขารั้งอยู่อันดับที่ 17 ของโลก แม้ว่ากันจะยังไม่เคยคว้าแชมป์ในรายการของ BWF ได้ แต่การได้มาเล่นรายการนี้ก็นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของเขาแล้ว

กันตภณ ถูกจับสลากให้อยู่ในกลุ่ม B ร่วมกับนักกีฬาอีก 3 คน ได้แก่ Kento Momota (ญี่ปุ่น) แชมป์ World Championship 2018, Tommy Sugiarto (อินโดนีเซีย) และ Sameer Verma (อินเดีย) ไม่แน่ว่าเขาอาจจะสร้างเซอร์ไพร์สในการแข่งขันครั้งนี้ก็เป็นได้

 

การแข่งขันประเภทหญิงคู่

สำหรับประเภทหญิงคู่ “กิ๊ฟ-วิว” จงกลพรรณ กิติธรากุล และรวินดา ประจงใจ หญิงคู่มือ 8 ของโลก ก็สามารถผ่านการคัดเลือกโดยมีคะแนนสะสมมาเป็นอันดับที่ 5 ซึ่งผลงานที่ดีที่สุดในปีนี้ของเธอทั้งคู่ คือ การคว้าแชมป์ในบ้านของตัวเอง ในรายการ Princess Sirivannavari Thailand Masters 2018 (World Tour Super 300) เมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมา รายการสุดท้ายนี้จึงพวกเธอจึงมุ่งมั่นเต็มที่ เพื่อที่จะจบปีนี้อย่างสวยงาม

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ กิ๊ฟ และวิว อยู่ในกลุ่ม B ซึ่งประกอบด้วย Mayu Matsumoto กับ Wakana Nagahara (ญี่ปุ่น) แชมป์หญิงคู่ World Championship 2018, Lee So Hee กับ Shin Seung Chan (เกาหลีใต้) และ Gabriela Stoeva กับ Stefani Stoeva (บัลแกเลีย)

 

การแข่งขันประเภทคู่ผสม

ปิดท้ายกันที่คู่ผสม ซึ่งมีนักกีฬาของไทย 1 คู่ คือ“บาส-ปอป้อ” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่ผสมมือ 7 ของโลก ที่ผ่านการคัดเลือกมาเป็นอันดับที่ 3 ทั้งคู่สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้ารองแชมป์ ในรายการระดับ World Tour Super 750 อย่าง Danisa Denmark Open 2018 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

แม้ปีนี้ทั้งคู่จะยังไม่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้ แต่สำหรับการแข่งขันในทัวร์นาเมนต์สำคัญนี้ เขา และเธอตั้งใจที่จะทำผลงานให้ดีที่สุด ด้วยความหวังที่จะคว้าแชมป์สุดท้ายมาครองอย่างยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี

บาส และปอป้อ อยู่ในกลุ่ม A ร่วมกับ Zheng Siwei กับ Huang Yaqiong (จีน) แชมป์คู่ผสม World Championship 2018, Goh Soon Huat กับ Lai Shevon Jemie (มาเลเซีย) และ Marcus Ellis กับ Lauren Smith (อังกฤษ)

มาร่วมลุ้น และส่งกำลังใจให้นักแบดมินตันไทยในรายการสำคัญนี้ไปพร้อมกัน ได้ทางช่อง TrueSport HD 2 (คลิกชม) และ TrueSport HD 3 (คลิกชม) ที่แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ TrueID ตลอดทั้ง 5 วัน (วันพุธ ถึงวันอาทิตย์) แฟนกีฬาชาวไทยห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง !!!

“เอกกี้รีพอร์ต”

ดูบอลสดฟรี ไม่มีสะดุด ลูกค้าทรูมูฟ เอช รับเน็ต 2GB ดูทรูไอดีฟรี เปิดทรูไอดีทุกวันรับฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 31 ม.ค.62  คลิกเลย

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports