ในที่สุด มิโลวาน ราเยวัช ก็ถึงคิวประกาศ 23 นักเตะทีมชาติไทย ชุดลุยศึกเอเชียน คัพ 2019 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่จะเริ่มแข่งขันในช่วงสุดสัปดาห์หน้า ออกมาเรียบร้อยแล้ว

สำหรับ 4 ราย ที่ไม่ได้ไปต่อได้แก่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายด่านมือหนึ่งที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ส่วนอีกสามนักเตะเอาท์ฟิลด์ก็คือ พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา (แบ็คซ้าย, ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด), ชินภัทร ลีเอาะ (เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ, สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด) และ สุภโชค สารชาติ (มิดฟิลด์ตัวรุก, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ซึ่ง 23 นักเตะที่ มิโลวาน ราเยวัช เลือกมานั้น มีดีแค่ไหน ลงตัวแล้วหรือไม่ เพียงพอหรือเปล่ากับการสร้างประวัติศาสตร์ในศึกชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้ เรามาลองวิเคราะห์กันเลย…

 

ผู้รักษาประตู
1. ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
2. ฉัตรชัย บุตรพรม (บางกอกกล๊าส เอฟซี)
3. สรานนท์ อนุอินทร์ (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

สามผู้รักษาประตูที่เหมือนกับชุดสู้ศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด หลังนายทวารมือหนึ่งอย่าง “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จาก โอเอช ลูเวิน ในลีกรองของเบลเยียม ยังคงมีอาการบาดเจ็บที่ใต้นิ้วเท้าระหว่างนิ้วโป้ง และนิ้วชี้

ทุกอย่างเข้าใจได้ ทว่าในส่วนของมือหนึ่ง ก็คงต้องเป็นหน้าที่ของ ราเยวัช แล้วแหละว่า จะใช้ใครระหว่าง ศิวรักษ์ หรือ ฉัตรชัย ในการทำศึกใหญ่ครั้งนี้

 

กองหลัง
4. กรกช วิริยอุดมศิริ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
5. พรรษา เหมวิบูลย์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
6. เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
7. ทริสตอง โด (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
8. มิก้า ชูนวลศรี (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
9. อดิศร พรหมรักษ์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
10. ธีราทร บุญมาทัน (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
11. สุพรรณ ทองสงค์ (สุพรรณบุรี เอฟซี)

เป็นตำแหน่งที่ถูกตัดออกสองคน นั่นคือ พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา ในตำแหน่งแบ็คซ้าย และ ชินภัทร ลีเอาะ ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

โอเคในส่วนของ ชินภัทร นั้น พอเข้าใจได้ ด้วยอายุที่ยังน้อย และเนื่องจากในตำแหน่งกองหลังตัวกลางยังมีตัวเลือกอีกหลายคน นอกเหนือจากคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักอย่าง พรรษา – เฉลิมพงษ์ โดยมีทั้ง อดิศร, มิก้า และ สุพรรณ ที่เล่นได้ทั้งหมด ซึ่งเอาจริงๆ สามารถเล่นระบบเซ็นเตอร์ฮาล์ฟสามคนได้ด้วยซ้ำ เพราะมิก้า และ อดิศร ก็เคยเล่นระบบหลังสามเป็นตัวข้างขวามาแล้ว ส่วน พรรษา ปกติ เขาก็เล่นตำแหน่งกองหลังสามคน เป็นตัวข้างซ้ายอยู่แล้วด้วย

ส่วน “เจ้าบาส” พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา ซึ่งผมคิดว่าจะได้ไปยูเออีนะ ในตอนแรก แต่ถ้าราเยวัช ตัดตัวแบบนี้ แสดงว่า เขาน่าจะใช้ ธีราทร บุญมาทัน ในตำแหน่งแบ็คซ้ายค่อนข้างแน่ โดยมี กรกช วิริยะอุดมศิริ ที่มีทีเด็ดไม่แพ้กันในลูกเซตพีช คอยสแตนบายเอาไว้ เพราะหากดัน “โก๋อุ้ม” ขึ้นตัวซ้ายบน หรือ เล่นมิดฟิลด์ตัวกลาง ก็คงต้องหนีบ “บาส-พีระพัฒน์” ไปด้วย

ขณะที่ตำแหน่งแบ็คขวา คงเป็นของ ทริสตอง โด โดยมี มิก้า ชูนวลศรี และ อดิศร พรหมรักษ์ เป็นตัวเลือกที่ 2 และ 3 ตามลำดับ

 

กองกลาง (มิดฟิลด์ตัวกลาง 3 คน)
12. ชนาธิป สรงกระสินธ์ (คอนซาโดเล ซัปโปโร)
13. ปกเกล้า อนันต์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
14. สุมัญญา ปุริสาย (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
15. สรรวัชญ์ เดชมิตร (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
16. ธนบูรณ์ เกษารัตน์ (บางกอกกล๊าส เอฟซี)
17. ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ (บางกอกกล๊าส เอฟซี)

ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางนี้ถูกตัดออก 1 ราย ก็คือ สุภโชค สารชาติ จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่ง “เจ้าเช็ค” เป็นกองกลางที่มีอายุน้อยที่สุด (20 ปี) และเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บมาด้วย ก็ค่อนข้างสมเหตุสมผล เพราะกองกลางอีก 6 คนที่เหลืออยู่นั้น ค่อนข้างดี และลงตัว เล่นร่วมกันมานานตั้งแต่ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ถึง 5 คน โดยมีชนาธิป เข้ามาเติมเต็ม

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มิโลวาน ราเยวัช จะเล่นในระบบกองกลางสามคนเป็นหลัก ซึ่งในส่วนของมิดฟิลด์ตัวกลาง 3 คนนั้น มีจุดที่น่าสนใจสองสิ่ง อย่างแรก การยืนสามคนนั้น จะออกมาในรูปแบบใด เป็นกองกลางสามคนแบบสามเหลี่ยมคว่ำ หรือสามเหลี่ยมหงาย และ ชนาธิป กับ สรรวัชญ์ จะเล่นร่วมกันได้หรือไม่ ตรงนี้เราต้องมาดูกันอีกทีในเรื่องของการลงลึกด้านแทคติก

ส่วนอีกจุดที่น่าสนใจ คือ ตำแหน่งกองกลางตัวรับธรรมชาติใน 6 คนนี้ มีเพียงคนเดียวนั่นคือ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ โดย ฐิติพันธ์ เป็น มิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ส่วน ปกเกล้า กับ สุมัญญา จะเอนเอียงไปในแนวมิดฟิลด์โฮลดิ้งบอลซะมากกว่า ฉะนั้น หาก ธนบูรณ์ เจ็บ หรือติดโทษแบน ก็ไม่แน่ว่า เราอาจจะได้เห็นนักเตะจากตำแหน่งอื่นมาเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับก็ได้ เช่น ธีราทร บุญมาทัน, ศุภชัย ใจเด็ด หรือ สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่มีข่าวว่าถูกทดลองเล่นในตำแหน่งนี้ในช่วงซ้อม

 

กองหน้า (รวมปีกกึ่งกองหน้า)
18. ศศลักษณ์ ไหประโคน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
19. ศุภชัย ใจเด็ด (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
20. ธีรศิลป์ แดงดา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
21. อดิศักดิ์ ไกรษร (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
22. ชนานันท์ ป้อมบุบผา (สุพรรณบุรี เอฟซี)
23. สิโรจน์ ฉัตรทอง (พีที ประจวบ เอฟซี)

เป็นตำแหน่งที่ไม่ถูกตัดออกเลยแม้แต่รายเดียว และได้ถูกส่งชื่อทั้ง 6 คน โดยในตำแหน่งกองหน้า ที่หากรวมตำแหน่งปีกกึ่งกองหน้าแล้ว ก็จะได้โอกาสลงสนาม 3 คน นั่นคือ กองหน้าตัวเป้า, ริมเส้นฝั่งซ้าย และริมเส้นฝั่งขวา

6 คน จะถูกเลือกลงสนาม 3 คน เช่นเดียวกับตำแหน่งกองกลาง ยกเว้นว่า จะมีนักเตะในตำแหน่งอื่นถูกถ่ายมาเล่น เช่น ชนาธิป หรือ ธีราทร ในฝั่งซ้าย รวมถึง ฐิติพันธ์ และ ทริสตอง โด ในตำแหน่งกองหน้าด้านขวา

โดยส่วนตัวผมนั้น ผมคิดว่า กองหน้าสามคนที่อยากให้เล่น คือ ศุภชัย ใจเด็ด ทางฝั่งซ้าย และ ศศลักษณ์ ไหประโคน ทางฝั่งขวา โดยมี ธีรศิลป์ แดงดา ในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า และมี ชนาธิป คอยรับบทเพลย์เมกเกอร์ สร้างสรรค์เกมอยู่หลัง “เทพมุ้ย”

 

… เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ทีมชาติไทย ก็จะบินลัดฟ้าไปสู่ประเทศ “ยูเออี” แล้ว ซึ่งพวกเขา เหล่าช้างศึกคงต้องฉลองปีใหม่ในปีนี้ที่ต่างประเทศ เพราะต้องเตรียมทำศึกใหญ่ระดับชิงแชมป์เอเชีย

สำหรับผม ก็ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะมอบกำลังใจให้พวกเขานะครับ
และหวังว่า ผลงานของทุกคน จะออกมาดี พร้อมเป็นของขวัญปีใหม่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับแฟนบอลชาวไทย

ด้วยรัก และสวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๒

“จอน”

 

อ่านข่าวตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports