พรีวิว ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2018/19
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS ลิเวอร์พูล

รายการ : พรีเมียร์ลีก 2018/19
วัน / เวลาทำการแข่งขัน : คืนวันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2562 (เช้ามืดวันศุกร์ที่ 4 มกราคม) เวลา 03.00 น.(ตามเวลาประเทศไทย)
สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 & TrueID App

 

 

เรียกได้ว่าเป็นลีกฟุตบอลโลกที่เต็มไปด้วยความสนุก สุดมันส์ และเร้าใจแบบสุดๆ สมกับที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018/2019 ท่ามกลางการขับเคี่ยวของ 20 ทีมชั้นนำแห่งเกาะอังกฤษ ตลอด 38 แมตช์ที่อัดแน่นจุใจทั้งฤดูกาล มั่นใจได้เลยว่า พรีเมียร์ลีก ยังคงตอบโจทย์คอลูกหนังไม่เปลี่ยน

แน่นอน สำหรับแฟนบอลไทยที่ไม่อยากตกเทรนด์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ TrueID Sports จัดเต็มให้กับการอัพเดตทุกแง่มุมทั้งข่าวสารอัพเดตแบบเรียลไทม์ คลิปไฮไลท์ รวมถึงช่องทางติดตามชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบสดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความคมชัดระดับ HD และถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ sport.trueid.net/premierleague

เกมคู่นี้ลงแข่งขันกันใน คืนวันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2562 (เช้ามืดวันศุกร์ที่ 4 มกราคม) เวลา 03.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทางช่อง beIN SPORTS 1 & TrueID App

สภาพความพร้อม แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ความพ่ายแพ้สามจากห้านัดหลังสุดในลีก ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนควบคุมหางเสือเรืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นั้นถึงกับเมาคลื่นอย่างรุนแรง แน่นอนจากที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นผู้กำหนดเส้นทางการลุ้นแชมป์ของตัวเอง มาวันนี้ พวกเขาได้เสียบัลลังก์จ่าฝูงให้กับคู่ปรับโดยตรงอย่าง ลิเวอร์พูล พร้อมกับช่องว่างร่วมเจ็ดแต้ม ทำให้เกมนี้ เป๊ป คงไม่มีอะไรจะเสียนอกจากทำอย่างไรก็ได้ให้ทีมคว้าสามคะแนนสำคัญนี้เพื่อต่อลมหายใจของ “เรือใบสีฟ้า” เอง

แมนฯ ซิตี้ เตรียมมาในระบบ 4-3-3 เอแดร์สัน รับบทนายด่านมือหนึ่ง คู่เซนเตอร์ฮาลฟ์ ดูเหมือน เป๊ป จะเลือกซื้อประสบการณ์ของ แว็งซองต์ กอมปานี จับคู่กับ อายเมริค ลาป๊อร์กต์ วิงแบ็กสองข้างใช้จรวดยูเครนอย่าง โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ กับ ไคล์ วอร์คเกอร์

ขณะที่สามประสานในแดนกลางยังคงเป็น แบร์นาโด้ ซิลวา, ดาบิด ซิลบา และแฟร์นันดินโญ่ ที่ได้ลงสนามเหยียบๆ 90 นาทีในเกมที่เอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน มาได้ ด้านแนวรุกสามตัวบน เป๊ป เตรียมส่ง ราฮีม สเตอร์ริ่ง ลงล่าตาข่ายต้นสังกัดเก่า พ่วงด้วย เลรอย ซาเน่ ที่เตรียมเบียด ริยาด มาห์เรซ กลับมาเป็นตัวจริง พร้อมวาง เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้าคอยเล่นงานแนวรับทีมเยือน

สภาพความพร้อม ลิเวอร์พูล

เจ็ดคะแนนคือช่องว่างที่ ลิเวอร์พูล ทิ้งห่าง แมนฯ ซิตี้ ณ ขณะนี้ ฉะนั้น เกมที่ เอติฮัด จึงมีความหมายยิ่งกว่าชัยชนะนัดหนึ่ง เพราะนั่นหมายถึง “การตัดสินแชมป์” อย่างไม่ต้องสงสัย แน่นอน เกมนี้คือที่สุดแห่งฤดูกาลที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ จะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

อลิสสัน ยังคงได้รับความไว้วางใจลงเฝ้าเสาในฐานะมือหนึ่งต่อไป แผงหลัง วิงแบ็กสองข้าง คล็อปป์ ยังมั่นใจ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ขณะที่แบ็กซ้าย ยังคงใช้บริการกัปตันทีมชาติสกอตแลนด์อย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ การขาดหายไปของ โจ โกเมซ และโจเอล มาติป ที่ต้องพักยาวทั้งคู่ ทำให้ เดยัน ลอฟเรน จะได้รับโอกาสจับคู่กับ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ปราการหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกเช่นเคย

แผงมิดฟิลด์ แน่นอนชื่อของ ฟาบินโญ่ ถูกวางไว้เป็น 11 คนแรกอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยคลาสการอ่านเกม และคิลเลอร์พาสที่เฉียบขาด โดยมี จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม รับบทลูกหาบคอยไล่กวาดบอลในแดนกลาง ส่วนอีกหนึ่งโควต้า มั่นใจว่า นาบี เกอิต้า จะเรียกความฟิตได้ทัน และลงสนามในแมตช์นี้อย่างแน่นอนพร้อมกับเบียด จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไว้ที่ม้านั่งข้างสนาม

ด้านสามประสานในแนวรุก คล็อปป์ น่าจะจัดหนักจัดเต็มด้วยการใช้ทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ – ซาดิโอ มาเน่ และโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ที่ถูกโฉลกกับการยิง อาร์เซน่อล เหลือเกิน พร้อมวาง เซอร์ดาน ชากิรี่ ที่กำลังฟอร์มฮอตสุดๆ รอล่าตาข่ายไว้เป็นไพ่ใบเด็ดในครึ่งหลัง

 

คลิกอ่าน >>> ถึงเวลา “ลิเวอร์พูล” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ?

พรีเมียร์ลีก

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์สัน, อายเมริค ลาป๊อร์กต์, แว็งซ็องต์ กอมปานี, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, ไคล์ วอร์คเกอร์, แบร์นาโด้ ซิลวา, ดาบิด ซิลบา, แฟร์นันดินโญ่, ราฮีม สเตอร์ริ่ง, เลรอย ซาเน่, เซร์คิโอ กุน อเกวโร่

ลิเวอร์พูล : อลิสสัน, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, เดยัน ลอฟเรน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม, นาบี เกอิต้า, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

บทวิเคราะห์

หากจะกล่าวว่านี่คือนัดตัดสินแชมป์กรายๆ ในซีซั่นนี้ ก็คงไม่ผิดไปจากนี้สักเท่าไหร่ เพราะด้วยช่องว่างที่มากถึง 7 คะแนน หากสามแต้มเป็นของเจ้าบ้าน นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของซีซั่นที่ทำให้ แมนฯ ซิตี้ กลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์อีกหน แต่กลับกันหาก ลิเวอร์พูล บุกมาคว้าชัยถึงถิ่น เอติฮัด นั่นอาจจะหมายความว่า ประตูลุ้นแชมป์ของทีมอื่นๆ ในลีกได้ถูกปิดตายลงแล้ว มั่นใจว่าเกมนี้จะเต็มไปด้วยอารมณ์ และความกดดัน ฉะนั้นประสบการณ์ และความุ่งมั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะตัดสินว่าใครจะเป็นฝ่ายคว้าชัยได้ในเกมนี้ ขอซื้อใจ เยอร์เก้น คล็อปป์, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค และโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ว่าจะเป็นคีย์แมนสำคัญที่พา “หงส์แดง” บุกมาเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ ในเกมนี้ได้อย่างเฉียดฉิว

สกอร์ที่คาด
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 ลิเวอร์พูล

“บก.เก้น”