นับถอยหลังเหลืออีกเพียงไม่กี่ชั่วโมง มหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนผืนแผ่นดินทวีปเอเชียอย่าง “เอเชียน คัพ” ก็จะถืออุบัติขึ้น ท่ามกลาง 24 ทีมที่ดีที่สุดในทวีป บวกกับสายตาของคนนับล้านจากทั่วทุกมุมโลกที่กำลังจับตามองว่า ชาติใดจะสามารถก้าวขึ้นมาครองความยิ่งใหญ่ในดินแดนที่มีประชากรมากที่สุดในโลก

วันนี้เรามีทุกตัวเลขที่แฟนบอลอย่างคุณต้องรู้เกี่ยวกับศึกเอเชียน คัพ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการติดตาม ใครคือชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรายการนี้ ? ชาติจากตะวันออกกลางมักจะทำผลงานได้ดีเสมอ ? ประเทศใดในอาเซียนที่เคยไปไกลถึงการเป็นรองแชมป์เอเชีย ? และใครคือเจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลที่ยากจะทำลาย ทั้งหมดนี้ติดตามได้ใน IN NUMBER : รวมทุกตัวเลขที่คุณต้องรู้ก่อนเปิดฉาก “เอเชียน คัพ 2019” 

 

 

  • นี่คือศึกฟุตบอลชายชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 17 ภายใต้การดูแลของ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี
  • 28 วัน คือช่วงเวลาสุดพิเศษของแฟนบอลทั่วทั้งเอเชีย ที่จะได้ยล และตามให้กำลังใจชาติของตนในทัวร์นาเม้นต์นี้
  • ญี่ปุ่น คือชาติที่ประสบความสำเร็จในรายการนี้มากที่สุด หลังคว้าแชมป์ไปครองได้ถึง 4 สมัย (1992, 2000, 2004 และ 2011)
  • อิหร่าน คือชาติที่ลงเล่นในรายการนี้มากที่สุด ที่ 64 นัด โดยขุนพล “นักรบเปอร์เซีย” คว้าชัยได้มากถึง 37 ครั้ง และถล่มประตูไปกว่า 119 ลูก มากที่สุดเช่นกัน
  • ไม่เคยมีทีมใดที่ลงแข่งขันในรายการนี้ครบทุกครั้ง นับตั้งแต่จัดแข่งขันครั้งแรกในปี 1956 ที่ ฮ่องกง
  • สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ (2019) มีสามชาติน้องใหม่ที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรก ได้แก่ คีร์กีซสถาน, ฟิลิปปินส์ และเยเมน
  • เอเชียน คัพ 2019 จะเป็นการลงเล่นในศึกชิงแชมป์เอเชียครั้งที่ 7 ของทัพ “ช้างศึก”
  • ซาอุดิอาระเบีย และเกาหลีใต้ คือสองชาติที่ไปไกลถึงรอบชิงชนะเลิศได้มากที่สุดที่จำนวน 6 ครั้ง โดยทัพ “สิงห์ทะเลทราย” คว้าโทรฟี่แชมป์ไปสามหน ส่วน “โสมขาว” ได้ไปสองครั้ง
  • เกาหลีใต้ เป็นทีมที่ผ่านทะลุเข้าถึงรอบตัดเชือกได้มากที่สุดถึง 10 ครั้ง จาก 14 หนที่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งในเอเชียน คัพ
  • นี่เป็นครั้งแรกที่มีการปรับรูปแบบการแข่งขันให้มีถึง 24 ทีมในรอบสุดท้าย
  • เมียนมา เป็นชาติจากอาเซียนที่ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในรายการนี้ นั่นคือการจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ในปี 1968
  • อันดับสาม คือผลงานที่ดีที่สุดที่ “ช้างศึก” เคยทำได้เมื่อปี 1972 ที่เราเป็นเจ้าภาพ
  • อิหร่าน เคยสร้างสถิติอันเกรียงไกร หลังคว้าแชมป์เอเชียน คัพ สามสมัยติด (1968, 1972 และ 1976) โดยสองจากสามครั้งเป็นการลงเล่นในฐานะเจ้าภาพ
  • นับตั้งแต่คว้าแชมป์ในปี 1992 ญี่ปุ่น ไม่เคยตกรอบแรกอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว
  • 29 คืออันดับฟีฟ่า แรงกิ้งของ อิหร่าน ถือได้ว่าสูงที่สุดใน เอเชียน คัพ 2019 ส่วน เยเมน คือทีมที่มีอันดับโลกต่ำสุดในรายการนี้ (135)
  • อาลี ดาอี คือดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในศึก เอเชียน คัพ หลังกดไปถึง 14 ประตู ที่สำคัญ อดีตหัวหอกบาเยิร์น มิวนิค และบีเลเฟลด์ ยังเคยเหมาคนเดียว 4 ประตู พา อิหร่าน ไล่ถลุง เกาหลีใต้ ขาดลอยถึง 6-2 ในรอบควอเตอร์ไฟน่อล ปี 1996 พร้อมกับพาทีมคว้าอันดับสามไปครอง
  • อิกนาตี เนสเตรอฟ นายทวารมือหนึ่งของ อุสเบกิสถาน วัย 35 ปี มีโอกาสสร้างสถิติใหม่ด้วยการเป็นนักเตะเอเชียคนแรกที่ลงเล่นใน เอเชียน คัพ รอบสุดท้าย 5 สมัย หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้ลงรับใช้ทัพ “หมาป่าสีขาว” ในรายการนี้มาตั้งแต่ปี 2004
  • มีเพียงแค่ 4 ชาติเท่านั้นที่ใช้โค้ชตรงกับชาติของตัวเอง ได้แต่ ออสเตรเลีย (เกรแฮม อาร์โนลด์), ญี่ปุ่น (ฮาจิเมะ โมริยาสุ), เกาหลีเหนือ (คิม ยอง-จุน) และเติร์กเมนิสถาน (ยาซกูลี โฮยาเกลดียูว)
  • ไม่เคยมีการยิงแฮตทริกในรอบรองชนะเลิศ หรือชิงชนะเลิศมาก่อน
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อินเดีย, จีน, เวียดนาม และซาอุดิอาระเบีย คือชาติที่ใช้บริการ 23 นักเตะที่เล่นอยู่ในประเทศตัวเองเพียงอย่างเดียว
  • มีนักเตะเอเชีย ที่ถูกเรียกตัวในเอเชียน คัพ 2019 ค้าแข้งอยู่ใน เยอรมัน มากถึง 11 คน รองลงมาคือ อังกฤษ (9 คน) และรัสเซีย (5 คน)
  • ออสเตรเลีย คือชาติที่เรียกตัวนักเตะที่ค้าแข้งในต่างประเทศมาติดทีมมากที่สุดถึง 21 คน ขณะที่ยักษ์ใหญ่อย่าง ญี่ปุ่น เรียก 11 คน ส่วน เกาหลีใต้ มี 9 คนด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ ซน ฮีง มิน สตาร์จาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
  • 30 คือจำนวนชาติที่นักเตะเอเชียในรายการนี้กระจัดกระจายไปค้าแข้งอยู่ทั่วทุกมุมโลก ครบทุกทวีป
  • ในศึกเอเชียน คัพ 2019 มีกุนซือมากถึง คน ที่มีประสบการณ์ทำทีมในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (ชื่อชาติที่อยู่ในวงเล็บ คือชาติที่กุนซือรายนั้นคุมทีมใน เวิลด์ คัพ) ได้แก่ อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ (ญี่ปุ่น), มิโลวาน ราเยวัช (กาน่า), เปาโล เบนโต้ (โปรตุเกส), มาร์เซลโล่ ลิปปี้ (อิตาลี *แชมป์โลก), สเวน โกรัน อีริคสัน (อังกฤษ และไอวอรี่ โคสต์), คาร์ลอส เคยรอซ (โปรตุเกส และอิหร่าน), ซเลชโก้ คาตาเน็ค (สโลวีเนีย), ฆวน อันโตนิโอ ปิซซี่ (ซาอุดิอาระเบีย), เอคตอร์ คูเปร์ (อียิปต์) และพิม เวอร์บีค (ออสเตรเลีย)
  • มีนักเตะจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถึง 7 คนในศึกเอเชียน คัพ 2019 ส่วนสโมสรที่มีนักเตะถูกเรียกไปลุยในรายการนี้มากที่สุดคือ ดอร์ดอย บิชเก็ค (คีร์กีซสถาน) และอัลทิน อัชกาบัต (เติร์กเมนิสถาน)
  • เอเชียน คัพ เมื่อครั้งที่ผ่านมา (2015) มีจำนวนแมตช์การแข่งขันทั้งสิ้น 32 นัด มีการทำประตูไปทั้งสิ้น 85 ลูก คิดเป็นค่าเฉลี่ยนตกอยู่ที่ 2.66 ประตูต่อเกม ขณะที่ยอดผู้ชมในสนามนั้นมีจำนวนถึง 705,705 คน ตกแมตช์ละ 22,053 คน
  • นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา นักเตะจาก ญี่ปุ่น สามารถคว้ารางวัล MVP หรือนักเตะยอดเยี่ยมของการแข่งขันได้ถึง 3 คน ฮิโรชิ นานามิ, ชุนสุเกะ นากามูระ และเคสุเกะ ฮอนดะ
  • ประตูที่เกิดขึ้นเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เอเชียน คัพ คือลูกยิงหักข้อด้วยซ้ายของ อาลี มับคูต ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในเกมที่เฉือนเอาชนะ บาห์เรน 1-2 เมื่อปี 2015 โดยประตูนั้นใช้เวลาเพียงแค่ 14 วินาทีแรกของเกมเท่านั้น
  • สนามแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดใน เอเชียน คัพ หนนี้คือ ซาเย็ด สปอร์ต ซิตี้ สเตเดี้ยม ในกรุงอาบูดาบี มีความจุ 43,630 ที่นั่ง ซึ่งสนามดังกล่าวจะถูกใช้ทั้งในเกมนัดเปิดสนาม และนัดชิงชนะเลิศ
  • เงินรางวัลรวมในเอเชียน คัพ 2019 สูงถึง 14.8 ล้านเหรียญฯ โดยแชมป์จะได้รับเงิน 5 ล้านเหรียญฯ, รองแชมป์ 3 ล้านเหรียญฯ, อันดับสาม และสี่ รับ 1 ล้านเหรียญฯ ส่วนทุกทีมที่ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายจะได้รับเงินทีมละ 200,000 เหรียญสหรัฐ
  • ลูกฟุตบอลประจำทัวร์นาเม้นต์นี้คือ “มอลเท่น อเซนเทค” ถือเป็นการปรับเปลี่ยนแบรนด์เป็นครั้งที่ 3 หลังก่อนหน้านี้เคยใช้ อดิดาส และไนกี้
  • ถือเป็นการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของทีมชาติไทยได้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี
  • ทุกทีมที่เคยคว้าแชมป์รายการนี้ ยังพาเหรดอยู่กันครบในศึกเอเชียน คัพ 2019 ยกเว้นแค่ อิสราเอล ที่ย้ายไปเล่นในโซนยุโรป
  • แชมป์รายการนี้ จะได้สิทธิ์คว้าตั๋วไปลุยศึกฟีฟ่า คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2021 ทันทีในฐานะตัวแทนจากเอเชีย
  • ถือเป็นครั้งแรกในศึกเอเชียน คัพ ที่จะมีทีมอันดับสามที่ดีที่สุดสี่ทีม ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอ้าท์
  • โมฮัมเหม็ด ดาวูด ศูนย์หน้าดาวรุ่งของทีมชาติอิรัก คือนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในรายการนี้ (18 ปี) ส่วนนักเตะที่อายุมากที่สุด ได้แก่ เจิ้ง จื้อ มิดฟิลด์กัปตันทีมชาติจีน (38 ปี)
  • ขณะที่นักเตะที่อายุน้อยที่สุดของไทยคือ ศูภชัย ใจเด็ด ส่วนอายุมากที่สุด ได้แก่ แชมป์ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน นายด่านจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  • สีแดง ยังคงเป็นสียอดฮิต หลังมีมากถึง 11 ชาติที่ใช้สีแดงอยู่บนเสื้อเหย้า รองลงมาเป็นสีขาว 8 ชาติ ขณะที่สีเขียว กับ เหลือง มีอย่างละ 1 ชาติ (เติร์กเมนิสถาน และออสเตรเลีย) ส่วนโทนสีน้ำเงิน-ฟ้า มีใช้เพียง 3 ชาติเท่านั้น ได้แค่ ไทย, อินเดีย และญี่ปุ่น
  • ถือเป็นการลงเล่นในฐานะเจ้าภาพเป็นครั้งที่สองของ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยครั้งก่อนหน้านี้คือปี 1996 ซึ่งพวกเขาไปได้ไกลถึงการเป็นรองแชมป์
  • ส่วนทีมชาติไทย เคยมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนักกับการลงสนามในศึกเอเชียน คัพ รอบสุดท้ายที่ ยูเออี หลังในปี 1996 “ช้างศึก” ต้องพบกับความปราชัยทั้งสามนัด แถมยังโดนถลุงตาข่ายพรุนถึง 13 ประตู และยิงคืนได้เพียงสองเม็ดเท่านั้น
  • ธีรศิลป์ แดงดา คือกัปตันทีมชาติไทยชุดนี้
  • อาห์เหม็ด คาโน่ (โอมาน) คือนักเตะที่ติดทีมชาติมากที่สุดใน เอเชียน คัพ หนนี้ (162 นัด) ส่วน สุนิล เชตรี (อินเดีย) คือแข้งที่ทำประตูได้มากที่สุดในสีเสื้อทีมชาติ คือ 65 ประตู

ทั้งนี้ ทีมชาติไทย จะประเดิมพบกับ ทีมชาติอินเดีย ในเอเชียนคัพ 2019 นัดแรกของกลุ่ม เอ วันที่ 6 มกราคม 2562 สนาม อัล นาห์ยาน สเตเดี้ยม, กรุงอาบูดาบี เวลา 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

โปรแกรมการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม (เวลาไทย)

วันที่ 6 มกราคม 2562 เวลา 20.30 น.
ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติอินเดีย
สนาม อัล นาห์ยาน สเตเดี้ยม, กรุงอาบูดาบี

วันที่ 10 มกราคม 2562 เวลา 18.00 น.
ทีมชาติบาห์เรน พบ ทีมชาติไทย
สนาม อัล มัคตูม สเตเดี้ยม, นครดูไบ

วันที่ 14 มกราคม 2562 เวลา 23.00 น.
ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พบ ทีมชาติไทย
สนาม ฮัซซา บิน ซายิด สเตเดี้ยม, อัล ไอน์

“บก.เก้น”

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports