สิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย จาก อัล มัคตูม สเตเดี้ยม ในนครดูไบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับแมตช์ที่สองของทีมชาติไทยในมหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียอย่าง เอเชียน คัพ 2019 ซึ่งผลปรากฎว่าขุนพลนักเตะจากลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาลบคำสบประมาทจากแฟนบอลทั้งโลก หลังพลิกเอาชนะ บาห์เรน ไปแบบสุดบีบหัวใจ 0-1

วันนี้ทีมงาน TrueID Sports ขอสวมบทอาจารย์ (อีกแล้ว) ตัดเกรดฟอร์มการเล่นของเหล่าแข้ง “ช้างศึก” เรามาดูกันว่าใครจะได้กี่คะแนนจากการลงสนามในแมตช์นี้

ผู้รักษาประตู

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน : 9 คะแนน
ได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาแทนที่ ฉัตรชัย… แมตช์นี้นายด่านจากบุรีรัมย์สามารถทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม หลังไม่มีช็อตพลาดแม้แต่หนเดียวในช่วง 45 นาทีแรก แถมยังสามารถใช้ประสบการณ์ประคับประคองน้องๆ ในแผงหลังได้อย่างยอดเยี่ยม ที่สำคัญเจ้าตัวยังสามารถเซฟจังหวะสำคัญที่สุดในแมตช์นี้ได้อย่างเหลือเชื่อ และนั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ ไทย เก็บสามคะแนนในนัดนี้ได้สำเร็จ

กองหลัง

สุพรรณ ทองสงค์ : 7 คะแนน
แม้หลายๆ คนจะแอบหวั่นในความคงเส้นคงวาของเจ้าตัว แต่ทว่าปราการหลังร่างยักษ์รายนี้กลับสามารถสยบเสียงเหล่านั้นด้วยการสู้ตายถวามชีวิตเพื่อหยุดแนวรุกบาห์เรน แม้จะโดนอันคว่ำจนมีอาการบาดเจ็บบริเวณแผ่นหลัง แต่ สุพรรณ ยังกัดฟันช่วยทีมเอาไว้จนถึงวินาทีสุดท้าย หากปรับในเรื่องของการเข้าสกัดที่แน่นอนกว่านี้ เห็นทีโอกาสที่เจ้าตัวจะเบียด เฉลิมพงษ์ ให้ไปนั่งสำรองยาวๆ ก็มีโอกาสเป็นไปได้เหมือนกัน

พรรษา เหมวิบูลย์ : 6.5 คะแนน
มีปัญหาเรื่องความมั่นใจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการยืนตำแหน่งที่ยังต้องให้เพื่อนๆ มาคอยซ้อน คอยระวังอยู่หลายหน เช่นเดียวกับจังหวะดวลตัวต่อตัวกับคู่แข่งที่ยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก แต่ทว่ายังดีที่เจ้าตัวสามารถเรียกสติ และสมาธิกลับมาได้ทัน ก่อนพาทัพ “ช้างศึก” เก็บคลีนชีท พร้อมกับสามแต้มสุดสำคัญได้สำเร็จ

อดิศร พรหมรักษ์ : 7 คะแนน
อาจจะไม่โดดเด่น อาจจะไม่หวือหวา แต่ทุกครั้งที่โผล่มาอยู่ในเฟรม “เจ้าเก่ง” ที่ได้รับโอกาสลงเล่นในทัวร์นาเม้นต์ก็ไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวังแต่อย่างใด หลังสามารถเก็บตก และสกัดได้อย่างเด็ดขาด ถ้าไม่ผิดพลาดอะไร แมตช์หน้าเราคงได้เห็น อดิศร ลงเล่นในฐานะเซนเตอร์ฮาล์ฟต่อไปอย่างแน่นอน

กองกลาง

ทริสตอง โด : 10 คะแนน
นี่คือหัวใจทั้งเกมรุก และเกมรับในวันนี้อย่างแท้จริง ปฎิเสธไม่ได้ว่าเกมนี้ ทริสตอง โด ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นการหยุดยั้งแนวรุกของ บาห์เรน ได้อย่างเด็ดขาด ความฟิต ความแข็งแกร่งพลังช้างสารชนิดที่วิ่งไม่มีหมด รวมถึงการเติมเกมรุกที่มันส์สะแด่วแห้วได้ใจแฟนบอลไทยทั่วทั้งโลกจนมีโอกาสได้ลุ้นจบสกอร์อยู่หลายครั้ง ที่สำคัญเจ้าตัวยังมีส่วนร่วมกับการได้ประตูชัยหลังแอสซิสต์ให้ ชนาธิป ซัดเข้าไปอย่างสวยงาม เป็นการคัมแบ็กกลับคืนสู่ทีมชาติไทยที่สวยงาม และถูกที่ถูกเวลาจริงๆ สำหรับดาวเตะจาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รายนี้

ธีราทร บุญมาทัน : 7 คะแนน
แม้จะถูกแข้งบาห์เรนงัดลูกหนักเข้าใส่เพื่อยั่วยุให้เจ้าตัวตบะแตก แต่ทว่าอดีตแข้งวิสเซล โกเบ กลับควบคุมอารมณ์เอาไว้ได้ดี และมีโอกาสได้วางบอลเข้าไปกดดันแนวรับ และผู้รักษาประตูคู่แข่งอยู่เนืองๆ

ธนบูรณ์ เกษารัตน์ : 5 คะแนน
ไม่สามารถหยุดยั้งแดนกลางของ บาห์เรน ได้เลย แถมดันโชคร้ายมีอาการบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม แม้ ไทย จะคว้าสามคะแนนได้ในนัดนี้ แต่ดูเหมือนว่านี่ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีของ ธนบูรณ์ แต่อย่างใด

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ : 7 คะแนน
แม้จะจบสกอร์ไม่ได้ แต่ความขยันของ ฐิติพันธ์ ก็ยังมีบทบาทมากพอที่จะกดดันไม่ให้นักเตะบาห์เรนเล่นได้อย่างถนัดมากนัก ถึงตรงนี้เจ้าตัวยังขาดเพียงแค่ความเด็ดขาดในการจบสกอร์เท่านั้น และถ้าเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ทันเวลาในแมตช์ต่อไป ไทย จะมีอีกหนึ่งอาวุธเด็ดที่มากกว่า ชนาธิป กับ ทริสตอง โด

ชนาธิป สรงกระสินธ์ : 9 คะแนน
กลับมาเป็น ชนาคุง ได้ทันเวลาพอดีสำหรับเพลย์เมคเกอร์จาก คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ในเกมนี้ ชนาธิป แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น บวกกับความกระหายในชัยชนะผ่านการเล่นที่ดุดัน และเกรี้ยวกราด จนเราได้เห็นจังหวะการเอาตัวรอดสวยๆ รวมถึงการผ่านบอลแบบ “คิลเลอร์พาส” เป็นว่าเล่น แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นคงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการสวมบทฮีโร่ยิงประตูชัยจนพาทีมชาติไทยคว้าสามคะแนนสุดล้ำค่าในนัดนี้ พร้อมกับต่อลมหายใจของ “ช้างศึก” ชุดนี้ให้มีความหวังในเกมสุดท้ายที่จะพบกับ ยูเออี

กองหน้า

ธีรศิลป์ แดงดา : 7.5 คะแนน
“ความเก๋า” ของ ธีรศิลป์ ยังคงมีประโยชน์กับการต่อกรในเวทีระดับเอเชียเสมอ ในเกมนี้ หัวหอกของ “กิเลนผยอง” ทำหน้าที่ศูนย์หน้า และตัวพักบอลได้อย่างโดดเด่น แถมยังเกือบซัดประตูให้ทีมได้อีกด้วยหลังโชว์สเต็ปลากเข้าไปดวลกับนายด่านบาห์เรน ถือเป็นอีกหนึ่งนัดที่ดีของ ธีรศิลป์

อดิศักดิ์ ไกรษร : 6.5 คะแนน
เกือบจะพังประตูอยู่ได้แล้วเชียวสำหรับ AK9 แต่น่าเสียดายที่ลูกกลับพุ่งไปชนเสาเข้าอย่างจัง โดยรวมแล้ว การที่ “โค้ชโต่ย” ปรับเจ้ากอล์ฟมายืนเป็นศูนย์หน้าคู่เคียงข้าง ธีรศิลป์ ทำให้ อดิศักดิ์ มีบทบาทกับเกมรุกมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ทั้งนี้สภาพร่างกาย และความแข็งแกร่งของหัวหอกรายนี้ยังดูไม่สมบูรณ์ และยังไม่สามารถเล่นงานแนวรับบาห์เรนได้ถนัดนัก เป็นการบ้านที่ทั้งทีมสต๊าฟ และอดิศักดิ์ ต้องเร่งปรับโดยด่วน

 

กุนซือ

ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย : “เรารักคุณ”
ไม่รู้จะบอกอะไรกับ “โค้ชโต่ย” จริงๆ นอกจากขอบคุณ ขอบคุณ และก็ขอบคุณที่ช่วยปลุกใจทุกคนในทีมให้กลับมาสู้เพื่อแผ่นดินแม่อีกครั้งในยามที่อะไรๆ ก็ไม่เป็นใจเช่นนี้ อยากบอก “โค้ชโต่ย” ว่าเราไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วในเกมนัดสุดท้ายของรอบแรก ทุกคนเชื่อมั่นในความคิด และแทคติกของกุนซือรายนี้ และมั่นใจว่า “เราทำได้” อย่างแน่นอน

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports