หลังจากเราพูดกันถึงสาย เอเอฟซี ไปแล้วก่อนหน้านี้ (คลิก) ก็มาต่อกันในส่วนของ สายเอ็นเอฟซี ที่ปีนี้ มีความน่าสนใจอยู่หลายภาคส่วน และแต่ละส่วน ก็มีเรื่องราวน่าสนใจทั้งสิ้น ดังนี้

การร่ายเวทย์ของ “เชนต์ นิค”

(AP Photo/Nam Y. Huh)

นิค โฟลส์ ถูกบรรดาแฟน ๆ ของ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิ้ลส์ ยกย่องให้เป็น “เชนต์” หรือ “นักบุญ” กันไปแล้ว นับตั้งแต่เขาพา “อินทรีมรกต” คว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ได้ในปีก่อน จนมาปีนี้ เขาก็ยังมีเวยท์มนต์วิเศษที่เมื่อมาเล่นทืน คาร์สัน เวนซ์ ที่บาดเจ็บไปในช่วงท้ายฤดูกาล ก็ยังสามารถเข็นทีมเข้าเพลย์ออฟ ได้อย่าง ปาฏิหาริย์

เท่านั้นไม่พอ เขายังพาทีมทำทัชดาวน์ ช่วงท้ายเกม แซง ชิคาโก้ แบร์ส 16-15 ก่อนที่ โคดี้ ปาร์กี้ จะเตะฟิลด์โกล พลาด (ซึ่งมีบางคนแซงว่า เป็นอิทธิฤทธิ์ของท่านเชนต์ด้วยเช่นกัน) ส่งให้ อีเกิ้ลส์ เข้ารอบมาในที่สุด

ถ้าตัดเรื่องของดวง หรือ เรื่องแนว ๆ อิทธิปาฏิหาริย์ของ “เชนต์ นิค” ออกไป ก็ต้องยอมรับว่า เขาเป็นคนที่เล่นได้ดีในช่วงท้ายฤดูกาล ต่อช่วงเพลย์ออฟ มาตั้งแต่ปีก่อน ถึงปีนี้ ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยน โดยเขาเล่นในเกมกับ ชิคาโก้ ปาบอลไปถึง 40 ครั้ง รับได้ 25 ครั้ง เป็น 2 ทัชดาวน์ แต่เสีย 2 อินเตอร์เส็ป เล่นงานใส่ทีมรับอันดับ 2 ของลีกอย่างชะงัดเลย

ในส่วนของ ขุมกำลังอื่น ๆ ของ อีเกิ้ลส์ นอกจาก โฟลส์ พวกเขาก็ยังมีเกมรับที่เชื่อใจได้ ซึ่งเล่นงานใส่ มิตเชล ทรูบิสกี้ ได้ดีในเกมส์ ไวลด์การ์ด ที่ผ่านมา แต่พวกเขาต้องทำหน้าที่ให้ได้ยอดเยี่ยมกว่าเดิม หากต้องการผ่านทีมบุกของ ดรูว์ บรีส์ ในรอบนี้ ทว่าก็ไม่มีใครกล้ารับประกันว่ามันจะไม่เกิดขึ้น

และอีกอย่าง ที่พวกเขาน่าจะดูได้เปรียบกว่าในเกมต่อไป คือ “ความไม่มีอะไรจะเสีย” ของอีเกิ้ลส์ ที่ไม่แตกต่างจากปีก่อน ที่โดนมองว่าเป็น สุนัขรองบ่อน หรือ underdog ซึ่งทำให้พวกเขาบินสูงมาแล้วนั่นเอง

 

ดรูว์ บรีส์ กับปีที่ดีที่สุดในอาชีพ

(AP Photo/Gary Landers, File)

นี่เป็นครั้งที่ 3 ของ ดรูว์ บรีส์ ที่คว้าชัยในฤดูกาลปกติได้ถึง 13 เกม แต่ใน 3 ฤดูกาลที่ว่ามา ฤดูกาลนี้คือ ฤดูกาลที่เขาปาบอล แม่นยำที่สุด โดยคอมพลีตถึง 74.4% เป็นฤดูกาลที่เขา เสียอินเตอร์เส็ป น้อยที่สุดแค่ 5 ครั้ง และ เป็นฤดูกาลที่เขามี เรตติ้งดีที่สุดถึง 115.7

ดังนั้น ถ้าจะพูดว่า นี่เป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดของเขาก็คงไม่ผิดมากนัก

แน่นอน เมื่อเขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ นิวออร์ลีน เชนต์ส จะกลายมาเป็นทีมมือวางอันดับ 1 ของสายเอ็นเอฟซีไปโดยปริยาย

แต่เอาเข้าจริง ไม่ใช่เพียงเกมบุกที่ยอดเยี่ยมของบรีส์ และ พลพรรค อย่างเดียวหรอก ที่พาทีมความมือ 1 ของสายได้ ทีมรับของพวกเขาก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยทีเด็ดอยู่ที่การป้องกันการวิ่ง ที่เสียระยะต่อเกมจากการวิ่งเพียง 80.2 เป็นอันดับที่ 2 ของเอ็นเอฟซี เปรียบเสมือนการบีบบังคับให้คู่แข่งเล่นบอลด้วยการปามิติเดียวเท่านั้น เมื่อเจอพวกเขา

และทีเด็ดอีกอย่างคือลูกเล่นเกมบุกของโค้ช ฌอน เพย์ตัน ที่สรรหาเพลย์แปล ๆ อย่างที่ส่ง ไทซัม ฮิลล์ ลงมาวิ่งบ้าง หลอกบาบอลบ้าง ยังสร้างโอกาสชนะเพิ่มให้ทีมได้อีกเยอะทีเดียว ถือเป็นทีมแข็งแกร่งสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

 

ถ้ามีปาฏิหาริย์ จึงจะมีการพลิกล็อก

ถึงแม้ที่ผ่านมา สิ่งที่ นิค โฟลส์ ทำ ใกล้เคียงที่จะเรียกว่า ปาฏิหาริย์ แต่การมาเยือนที่ เมอร์ซีเดส เบนซ์ ซูเปอร์โดม แล้วเอาชนะ นิวออร์ลีน เชนต์ส กลับออกไปในชั่วโมงนี้ ต้องถือเป็นปาฏิหาริย์ อย่างแท้จริง หาก โฟลส์ ทำได้

ถึงแม้ ทีมรับของ อีเกิ้ลส์ จะแสดงความแข็งแกร่งให้เห็นในเกมกับแบร์ส แต่ก็ต้องยอมรับว่า ทีมบุกของ เชนต์ส ที่นำทีมโดยบรีส์ สามารถเจาะเกมรับของทุกทีมในเอ็นเอฟแอลได้

ในทางตรงกันข้าม ถึงแม้ทีมรับของ นิวออร์ลีน จะอยู่ในอันดับกลาง ๆ แต่การปิดการวิ่งอันดับ 1 ยิ่งทำให้ โฟลส์ ต้องปาบอลบ่อยขึ้น ซึ่งหมายถึง โอกาสเทิร์นโอเวอร์ ก็เยอะขึ้นด้วย และการต้องดวลเกมบุกกับทีมอย่างเชนต์ส 1 เทิร์นโอเวอร์ มันมีค่าดุจกับการไป-กลับ 14 คะแนนเลยทีเดียว

เท่านั้นยังไม่พอ การได้เล่นในบ้าน ที่มีสนามเป็นลักษณะโดมปิด เสียงเชียร์ของแฟนทีม ๆ เชนต์ส จะยิ่งดังกระหึ่มขึ้นอีก ต่อให้ทีมบุกของ โฟลส์ ไม่กดดันเลย แต่เสียงที่ว่า ก็จะไปรบกวนการสั่งแผน-เรียกแผน และ การฮาร์ดเคาน์อยู่ดี ทำให้ทีมเยือนยิ่งเสียเปรียบหนักไปอีก

มาถึงตรงนี้ ก็ต้องบอกว่า เชนต์ส เหนือว่าอย่างชัดเจน และถ้าต้อง “ฟาดเปรี้ยง” ก็คงจะเลือกให้ เชนต์ส คว้าชัยในเกมนี้ แต่ อย่างลืมว่า อเมริกันฟุตบอลนัดเดียว อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่อย่างนั้น ปีก่อน อีเกิ้ลส์ ก็คงไม่ได้แชมป์ ซูเปอร์โบวล์หรอกครับ!!!

 

แด็ก กับ เกมรับของดาวเดี่ยว

(AP Photo/Michael Ainsworth)

ในช่วงต้นฤดูกาล แด็ก เพสรค็อตต์ โดนมองว่าเป็นจุดอ่อนของทีม ดัลลัส คาวบอยส์ เขาเป็นเสมือนเครื่องผลิตเทิร์นโอเวอร์ ที่ถ้านัดไหนเล่นไม่ดี “ดาวเดี่ยว” ก็เตรียมตัวแพ้แบบไม่ได้ลุ้นได้เลย

แต่เมื่อเกมมาถึงช่วงพีค ที่มีการเดิมพันสูง แด็ก ก็สามารถกลับมาเล่นได้ตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น และพาทีมเก็บชัยชนะ จนสามารถแซงขึ้นมาเป็นแชมป์กลุ่มเอ็นเอฟซีตะวันออก และเข้าเพลย์ออฟมาได้สำเร็จ

เขาไม่ได้เครดิตมากเท่าที่ควร เพราะยังมีเกม “หลุด ๆ “ ให้เห็น ประกอบกับการที่ทีมตัววิ่งมหากาฬอย่าง เอเซเคียล เอลเลียตต์ และ การมาของปีกระดับโปรโบวล์ อย่าง อามารี่ คูเปอร์ ยิ่งทำให้คนปรามาสเขาว่า “สร้างเพลย์ด้วยตัวเอง” ไม่ได้ ซึ่งนั่นยังเป็ยข้อกังขาอยู่ ที่เขาต้องพิสูจน์

แต่อีกครั้ง ที่เมื่อถึงเกมเดิมพัน แด็ก ก็ทำได้ดี ด้วยการเปิดบ้านพาทีมเชือดซีแอตเทิ่ล ซีฮอว์คส์ มาได้อย่างพลิกความคาดหมายเล็ก ๆ และเข้ามาเผชิญหน้ากับ แอลเอ แรมส์ ได้สำเร็จ

หน่วยที่ได้รับการยกย่องอย่างมากในฤดูกาลนี้ของทีมคาวบอยส์ หนีไม่พ้นเกมรับที่เล่นได้อย่างแข็งแกร่ง และปีนขึ้นมาเป็นทีมทรับอันดับ 7 ของลีดในปัจจุบัน โดยมีทีเด็ดอยู่ที่การหยุดวิ่ง ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 5 ของลีก

ถ้าดูแค่ตัวเลข อาจจะไม่สูง แต่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมรับของดัลลัส แสดงให้เห็นแล้วว่า ศักยภาพในการหยุดวิ่งของพวกเขาไม่ธรรมดาจริง ๆ เพราะเล่นงานทีมที่บุกภาคพื้นดินอันดับที่ 1 ของลีก อย่าง “เหยียวทะเล” เสียไปไม่เป็น

และการหยุดวิ่งนี่เอง ที่จะเป็น “กุญแจ” และ “ความหวัง” ในการผ่านเข้ารอบต่อไปเมื่อต้องเจอกับ แอลเอ แรมส์

 

แรมส์ ที่แผ่วปลาย กับบทพิสูจน์ในเพลย์ออฟ

(AP Photo/Paul Sancya, File)

ฤดูกาลที่แล้ว  ลอส แองเจลิส แรมส์ ตายน้ำตื่นในปีที่แล้ว หลังโดน แอตแลนต้า ฟอลคอนส์ ทีมไวลด์การ์ดมืออันดับ 6 อัดกระเด็นตั้งแต่รอบแรก ตกรอบไปแบบเหลือเชื่อสุด ๆ

มาในปีนี้ พวกเขาไม่ตกรอบไวลด์การ์ดแน่นอนแล้ว เพราะได้บายในรอบแรก และ จะได้เปิดบ้านรับคู่แข่งในรอบ ดิวิชั่นแนล เพลย์ออฟ จากการที่เป็นมือ 2 ของสายเอ็นเอฟซี ซึ่งคู่แข่งที่ว่าก็คือทีม ดัลลัส คาวบอยส

หากดูตามหน้าเสื่อทั้งรายชื่อผู้เล่น และ ฟอร์มที่ผ่านมาทั้งฤดูกาล ไม่มีอะไรที่ แรมส์ ดูเป็นรองทีม “ดาวเดี่ยว” เลย แต่ฟอร์ในระยะหลังต่างออกไป

ในขณะที่ คาวบอยส์ ฟอร์มดีวันดีขึ้น จนพลิกนรกเข้ารอบเพลย์ออฟมาได้สำเร็จ โดยการันตีแชมป์กลุ่มก่อนสัปดาห์สุดท้าย แรมส์ที่นำมือ 1 ของเอ็นเอฟซี มาตลอด ต้องมาเสียตำแหน่งให้ เชนต์ส หลังไปแพ้ที่ ซูเปอร์โดม ที่หลุยส์เซียน่า และหลังจากนั้น ฟอร์มของพวกเขาก็ตกลงมา

การแพ้ ชิคาโก้ แบร์ส และ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิ้ลส์ คาบ้าน ไม่ใช่อะไรที่ทุกคนคาดคิด โดยเฉพาะ เกมพ่ายแบร์ส นั้น พวกเขาที่ว่ากันว่ามีเกมบุกที่แสนจะร้อนแรง กลับทำได้แค่ 6 คะแนนอย่างเหลือเชื่อ

แน่นอน ว่า นั่นจึงการมาเป็น แม่บท ในการเจอแรมส์ หลังจากนั้นเป็นต้นมา เพราะถึงแม้จะมีตัววิ่งเกรดเออย่าง ท็อดด์ เกอร์ลี่ย์ และมีเกมขว้างที่นำโดย จาเร็ด กอฟฟ์ แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะไร้เทียมทาน เมื่อหยุดวิ่งได้ การเพลย์แอคชั่น แล้วขว้างของแรมส์ ก็จะหมดฤทธิ์ตามไปด้วย

นั่นเองที่ทำให้มีคนเชื่อกันว่า คาวบอยส์ ที่มีเกมรับที่น็อคทีมวิ่งอันดับ 1 มาแล้ว เป็นทีมที่มีโอก่าสจะเอาชนะแรมส์ได้ ซึ่งนั้น ก็เป็นบทพิสูจน์ ที่ฌอน แม็คเวย์ และลูกทีม ต้องเผชิญหน้าอีกครั้ง

 

วิ่งได้ หรือ ไม่ได้ คือกุญแจ

ทั้ง ดัลลัส คาวบอยส์ และ แอลเอ แรมส์ เป็นทีมที่เปิดเกมด้วยการวิ่ง และ เดินเกมด้วยการวิ่งเป็นหลัก ถึงแม้เกมขว้าง แรมส์จะดูดีกว่า แต่ถ้าวิ่งไม่ออก ในฤดูกาลปกติพวกเขาก็เสร็จเป็น ดังนั้น เกมนี้ เป็นการวัดกันของ 2 ตัววิ่ง อย่าง เอเซเคียล เอเลียตต์ และ ท็อดด์ เกอร์ลี่ย์ ว่าใครวิ่งได้มากกว่า ทีมก็มีโอกาสชนะสูง

ต่างฝ่ายต่างมีข้อดีข้อด้อยต่างกันอยู่บ้าง ทางฝั่งทีมเยือน ถึงแม้จะวิ่งได้ดี และทีมรับของแรมส์ก็ไม่ใช่ทีมหยุดวิ่งที่ดีนัก ซึ่งส่งเสริมเกมวิ่งของพวกเขาสุด ๆ แต่ถ้าเกิดจับพลัดจับผลูตามหลัง โอกาสแพ้ก็สูง เพราะ แรมส์ เป็นทีมที่มี พาสรัช ดีมาก และพวกเขาก็ไม่ใช่ทีมที่ปาบอลได้ดีด้วย

ส่วนแรมส์ ต้องเจอกับทีมกันวิ่งดีที่สุดทีมหนึ่งของลีกในชั่วโมงนี้ แต่พวกเขายังได้เล่นในบ้าน และยังสามารถเปิดเกมขว้างจาก จาเร็ด กอฟฟ์ ให้บรรดาปีกชั้นนำทั้ง 2 อย่าง แบรนดิน คุก และ โรเบิร์ต วูดส์ ได้อยู่ ในกรณีที่ เกอร์ลี่ย์ วิ่งไม่ออก หรือตามหลัง

ดังนั้น เกมนี้จะเป็นเกมคุณภาพ แต่ถ้าให้ต้องฟันธง เชื่อว่า เกมนี้ ฌอน แม็คเวย์ น่าจะมีทีเด็ด และเอาชัยเหนือทีมของโค้ชจอมปรบมืออย่าง เจสัน แกเร็ตต์

 

Mr.BOSTON

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019


อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports