เผลอแปปเดียว ศึกอเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายกันแล้ว เวลาอีกไม่ถึงเดือน ก็จะตัดสินกันแล้วว่า เจ้าของแชมป์ ซูเปอร์โบวล์ ฤดูกาลนี้ จะเป็นใคร

รอบดิวิชั่นแนล เพลย์ออฟ ของทั้ง 2 สายในศึกเอ็นเอฟแอล ปีนี้ ล้วนแต่น่าสนใจ และน่าติดตาม ในบทความนี้ เราจะไปว่ากันที่สาย เอเอฟซีก่อน เพื่อไม่ให้ยาวเกินไป ส่วนของสาย เอ็นเอฟซี จะตามมาทีหลัง ไม่ช้าไม่นานแน่นอน

 

แอนดรูว์ ลัค กับ ทีมที่ดีที่สุดที่เขาเคยมีตั้งแต่เข้าลีกมา

(AP Photo/Michael Wyke)

ตั้งแต่เข้าลีก เอ็นเอฟแอล มา ในปี 2012 เพื่อเป็นตัวตายตัวแทนของ เพย์ตัน แมนนิ่ง ที่ อินเดียนาโพลิส โคลท์ส ไม่มีปีไหนเลยที่ แอนดรูว์ ลัค จะมีทีมมีที่องค์ประกอบดีขนาดนี้มาก่อน…ไม่มีเลยจริง ๆ

ในปี 2013 และ 2014 แม้เขาจะเข็นทีมคว้าแชมป์ของกลุ่ม เอเอฟซีใต้ได้ ด้วยสถิติ ชนะ 11 แพ้ 5 เท่ากันทั้ง 2 ฤดูกาล และพาทีมเข้าลุยในเพลย์ออฟได้ แต่มันต้องแลกมาด้วยการโดนอัดจนอ่วม และทำให้ใน 2 ฤดูกาลต่อมา ทั้งในฤดูกาล 2015 และ 2016 เขาเล่นไม่เต็มฤดูกาล รวมถึงในปีก่อน เขาต้องพักทั้งฤดูกาล จากอาการบาดเจ็บที่เรื้อรัง

มาในปีนี้ เขาหายขาด และกลับมาเล่นได้อย่างแข็งแกร่ง ถึงแม้จะออกสตาร์ตได้ไม่ดี แต่ก็ต้องให้เครดิตกับ แฟรงก์ ไรช์ หัวหน้าโค้ชของทีมที่ได้รับส้มหล่นจากการเบี้ยวรับงานของ จอช แม็คแดเนียล ที่ปรับจูนทีม จากที่ออกสตาร์ตด้วยสถิติ ชนะ 1 แพ้ 5 แต่ใน 10 เกมหลัง พวกเขาชนะ 9 แพ้แค่ 1 ก่อนจบฤดูกาลปกติด้วยสถิติ ชนะ 10 แพ้ 6 เข้าเพลย์ออฟ ในฐานะทีมไวลด์การ์ด ได้สำเร็จ

ในรอบ ไวลด์การ์ด พวกเขาก็ยังโชว์ฟอร์มแกร่ง ด้วยการไล่ทุบแชมป์กลุ่มของพวกเขาอย่าง ฮิวสตัน เท็กแซนส์ แบบไม่มีทางสู้ 21-7 และเข้ามาพบกับมือ 1 ของสาย แบบ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่า ไม่มีปีไหนก่อนหน้านี้ ที่ ลัค จะมีทีมที่มีองค์ประกอบโดยรวมดีขนาดนี้มาก่อน เขามีโค้ชที่แก้เกมได้ดี มีทีมรับที่ถือเป็น No Name Defense แต่กลับโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง และเหนืออื่นได้ เขามี แนวป้องกัน หรือ ออฟเฟ้นซีฟ ไลน์ ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา

ดังนั้น จริงไม่น่าแปลกใจ ที่เขาจะโดน “แซ็ก” น้อยที่สุดในลีกปีนี้ และนั่นเป็นกุญแจให้เขาทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องในระยะหลังด้วย

 

แพทริก มาโฮมส์ กับ เกมบุกระเบิดภูเขาเผากระท่อม

(AP Photo/Charlie Riedel)

เขาคือตัวเต็งรางวัลเอ็มวีพี ปีนี้ อย่างไม่ต้องสงสัย หลังได้รับเลือกให้เป็นควอร์เตอร์แบค ออลโปร ทีมหนึ่ง สำหรับ แพทริก มาโฮมส์ ที่โชว์ฟอร์มระดับที่เรียกว่า “บ้าไปแล้ว” ด้วยการปาบอล ไป 50 ทัชดาวน์ และปาได้ระยะ 5,381 หลา โดยก่อนหน้านี้ มีควอร์เตอร์แบค คนเดียวเท่านั้นที่เคยปาบอลเกิน 50 ทัชดาวน์ และ ได้ระยะเกิน 5,000 หลา คือตำนานอย่าง เพย์ตัน แมนนิ่ง

มาโฮมส์ เป็นควอร์เตอร์แบค ที่มีพลังแขนอันยอดเยี่ยม เขาปาบอลไกลได้อย่างเหลือเชื่อ และที่สำคัญคือ มีความแม่นยำสูงมากด้วย

นั่นทำให้ทีเด็ดของ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ทีมนี้ อยู่ทีมเกมบุกอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะต้องเสีย คารีม ฮันท์ ไปจากการประพฤติตัวไม่เหมาะสม แต่ตัววิ่งอย่าง สเปนเซอร์ แวร์ และ เดเมียน วิลเลี่ยมส์ ที่ทีมไปเก็บมา ก็ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยม

เมื่อประกอบกับปีกความเร็วสูงอย่าง ไทรีค ฮิลล์, ปีกมือดีอย่าง แซมมี่ วัตกิ้นส์ ที่ลุ้นสลัดอาการบาดเจ็บกลับมา และตัวที่เทรดมาเพิ่มอย่าง เคลวิน เบนจามิน ปีกตัวโย่ง ยิ่งทำให้ทีมนี้มีอาวุธครบเครื่องอย่างไม่ต้องสงสัย นี่ยังไม่นับปีกในมือ 1 อย่าง ทราวิส เคลซี่ ด้วยซ้ำ

แต่ถึงแม้จะมีเกมรุกที่ดูฉูดฉาด แต่พวกเขาก็มีเกมรับที่น่าเป็นห่วง ถ้าไม่นับเกมสุดท้ายกับ โอ๊คแลนด์ เรดเดอร์ส ที่แทบจะไม่มีความหมายอะไรแล้ว พวกเขาเสียแต้ม 2 หลักมาตลอด และนี่อาจจะเป็นเพียงจุดอ่อนเดียวของพวกเขา

 

โคลท์สลุ้นพลิก ชีฟส์ลุ้นเสียงเชียร์หนุน

เกมการเจอกันของสองทีม เป็นการเจอกันที่เชื่อว่าแต้มน่าจะสูงมากแน่นอน โดนหากว่ากันตามสถิติ นี่เป็นการเจอกันของ 2 ควอร์เตอร์แบคที่ทำทัชดาวน์ในฤดูกาลปกติรวมกันมากที่สุดถึง 89 ทัชดาวน์ มากกว่า สถิติเดิมของ เพย์ตัน แมนนิ่ง พบ ฟิลิป ริเวอร์ส ในเพลย์ออฟปี 2013 และ ดรูว์ บรีส์ พบ แมทธิว สแตฟฟอร์ด ในรอบไวลด์การ์ด ปี 2011 ที่เท่ากันที่ 87 ทัชดาวน์ถึง 2 สกอร์

โคลท์ส ถึงแม้จะมาในฐานะทีมอันดับที่ 6 แต่ก็มีลุ้นชนะได้จากการที่ทีมมีเกมรับที่ดีกว่า ถึงแม้ถ้าให้ทำแต้มแลกกันจริง ๆ ทีมมือ 6 อาจจะดูเป็นรองอยู่ จากการที่ชื่อ-ชั้นของปีกสู้ไม่ได้ แต่พวกเขาอาจจะมีเกมรับที่ช่วยชะลอความเสียหายได้อยู่

ในทางตรงกันข้าม เกมนี้ เป็นก็เป็นเกมที่พิสูจน์ฝีมือการเล่นในรอบเพลย์ออฟ ครั้งแรกของ แพทริก มาโฮมส์ แต่โชคยังดี ที่เขา และ พลพรรค ยังได้เล่นในบ้าน ซึ่งจะมีเสียแฟนๆ ช่วยสนับสนุน และช่วยกดดันคู่แข่งได้อย่างดี เนื่องจาก แอร์โรว์ เฮด สเตเดี้ยม แห่งนี้ เป็นหนึ่งในสนามที่เสียงดังที่สุด ในเอ็นเอฟแอลนั่นเอง

ดังนั้น ไม่ว่าเกมจะออกมาในหน้าไหน เกมนี้จะสนุก และ ควรค่ากับการรับชมแน่นอน แต่ถ้าต้องให้ “ฟาดเปรี้ยง” เลือกทีมชนะสักทีม ก็ยังเชื่อว่า ลัค ที่มีประสบการณ์เหนือกว่า น่าจะเอาตัวรอดไปได้ ด้วยสกอร์ 35-31

———-

เก๋าจากตะวันตก กับความปรารถนาจะไป ซูเปอร์โบวล์ครั้งแรก

(AP Photo/Gail Burton)

การเป็นควอร์เตอร์แบค ในดราฟต์ คลาสปีเดียว แถมยัง รอบเดียวกันกับ “บิ๊กเบน” เบน โรเธลิสเบอร์เกอร์ และ อีไล แมนนิ่ง แต่กลับเป็นคนเดียว ที่ยังไม่มีแหวน ซูเปอร์โบวล์ ขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นทั้ง 2 มีแหวนกันคนละ 2 วง คงเป็นเครื่องหมายคำถามเดียวในตัว ฟิลิป ริเวอร์ส คนนี้

แน่นอนว่า ไม่มีใครปฏิเสธความมีฝีมือของคุณพ่อลูก 9 คนนี้แน่นอน แต่เจ้าตัวเอง ก็คงอยากพิสูจน์ตัวเองเช่นกันว่า เขาเองก็คู่ควรกับ ซูเปอร์ โบวล์ เหมือนที่เขาให้สัมภาษณ์ช่วงหลังเกมที่เอาชนะ บัลติมอร์ เรเว่นส์ ว่า นี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของเขาก็ได้ ในการจะได้ไป ซูเปอร์ โบวล์

ด้วยวัย 37 ปี ริเวอร์ส ทำผลงานกับ ลอส แองเจลิส ชาร์จเจอร์ส ได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขาจบสถิติ ชนะ 12 แพ้ 4 ในฤดูกาลปกติ เท่ากับ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ คู่ปรับร่วมกลุ่ม แต่โชคร้ายที่ผลงานในดิวิชั่น พวกเขาแย่กว่า เลยต้องตกมาเป็นมือ 5 ของสาย เอเอฟซี อย่างเลี่ยงไม่ได้

แต่ถึงกระนั้น ด้วยทีมบุกที่อุดมไปด้วยทรัพยากรชั้นยอด อย่าง เมลวิน กอร์ดอน และปีกที่นำทัพโดย คีแนน อัลเลน ภายใต้การบัญชาการของ ริเวอร์ส พูดเลยว่า ไม่ต้องกลัวใครทั้งนั้น แถมปีนี้ ทีมรับของพวกเขาก็ทำผลงานได้ดี โดยการมี โจอี้ โบซ่า ในทีมทำให้การกดดันควอร์เตอร์แบค ทำได้อย่างเห็นผลด้วย

ดังนั้นจึงไม่ผิดเลย ถ้าจะบอกว่าทีมของพวกเขา อาจจะเป็น “ม้ามืด” ในเพลย์ออฟ ปีนี้

 

เก๋าจากตะวันออก ที่ไม่เคยอิ่มกับความสำเร็จ

(AP Photo/Charles Krupa)

ในวัย 41 ปี ทอม เบรดี้ อาจจะมีฤดูกาลที่ไม่ได้หวือหวา และมีผลงานตกลงไปบ้าง แต่แพชชั่นกับเกม และแพชชั่นกับชัยชนะของชายคนนี้ไม่เคยตกลงไปเลย และแน่นอน เป้าหมายปีนี้ของเขาคือ แชมป์ ซูเปอร์โบวล์ เท่านั้น

นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ ของเบรดี้ จบฤดูกาลในฐานะมือ 2 ของสายเอเอฟซีก็จริง แต่ในความเป็นจริงแล้ว สถิติของพวกเขาถือว่าเป็นรอง แอลเอ ชาร์จเจอร์ส ด้วย แต่ด้วยการจัดอันดับที่ให้ความสำคัญกับแชมป์กลุ่มมาก่อน ทำให้พวกเขายังรอดปลอดภัย และได้บายไม่ต้องแข่งขัน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

แพทริออตส์ ปีนี้ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษเหมือนหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา พูดให้เห็นภาพชัดคือ ค่าเฉลี่ยของทีมชุดนี้ดูจะอยู่ไปทางกลาง ๆ มากกว่า โดยพวกเขามีทุมบุกทำระยะรวมอันดับ 5 และมีทีมรับ อันดับที่ 21

แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็มีสถิติไร้เทียมทานเมื่อเล่นใน ยิลเล็ตต์ สเตเดี้ยม ที่ฟ็อกซ์โบโร่ แมสซาซูเซ็ตต์ บ้านของพวกเขา โดยปีนี้สถิติการเล่นในบ้านของ แพทริออตส์ ชนะ 8 ไม่แพ้ใคร และสถิติการเล่นในบ้านช่วงเพลย์ออฟของพวกเขาก็เข้าขั้น “กวาดเรียบ” เพราะนับตั้งแต่พ่ายในบ้านต่อ บัลติมอร์ เรเว่นส์ ในเพลย์ออฟ ปี 2012 พวกเขาไม่เคยแพ้ใครในบ้านอีกเลย นับเวลาก็กว่า 6 ปีไปแล้ว

นี่ถือเป็นความแข็งแกร่งของ “พี่ทอม” และ พลพรรค “นักรบกู้ชาติ” อย่างแท้จริง

 

เก๋าไหนจะไปต่อ?

ถึงแม้จะดูดีกว่า ในสถิติฤดูกาลปกติ แต่เกมนี้ ถ้า ชาร์จเจอร์จ อยากจะผ่าน นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ไปได้ พวกเขาต้องเล่นให้ได้ใกล้เคียงกับคำว่า “สมบูรณ์แบบ” มากที่สุด เพราะเกมนี้ เจ้าบ้าน จะดึงความได้เปรียบจากก่ารเป็นเดจ้าของสนามออกมาเกิน 100% แน่นอน เพราะ แฟน ๆ ที่ บอสตัน กับ ย่านนิวอิงแลนด์ ต่างขึ้นชื่อเรื่องเข้ามาเชียร์ทีมอยู่แล้ว

นี่ยังไม่นับว่า ในวันนั้น พยากรณ์อากาศระบุว่า อุณหภูมิจะติดลบ และจะมีหิมะตกหนักหนา 3-5. นิ้ว ซึ่งเป็นสภาพอากาศที่ทีมจากรัฐแคลิฟอร์เนียไม่คุ้นชิ้นอย่างยิ่ง เพราะที่ แอลเอ อากาศก็ไม่ต่างจากไทยเท่าไหร่นัก ถึงจะหนาวกว่าในฤดูหนาวก็ตาม แต่การต้องไปเจออุณหภูมิติดลบ, หิมะหนา ลมแรง ก็ล้วนแต่งเล่นงานผู้ที่ไม่คุ้นชินที่มาเยือนสนามนี้ อย่างโหดร้ายเสมอ

แต่ประตูชนะของ ชาร์จเจอร์ส ไม่ใช่จะไม่มี หากทีมรับของพวกเขา เล่นงานใส่ ทอม เบรดี้ และไม่ให้เวลาเขาทำหน้าที่ในการปักหลักขว้างบอลได้แล้ว โอกาสก็ยังเปิดขว้างสำหรับทีมเยือนอยู่มากทีเดียว

แต่ถ้าให้ฟันธง ยังไงก็ยังต้องมองไปที่ นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ อยู่ดีครับ สกอร์น่าจะอยู่ที่ 24-21 ครับ

Mr.BOSTON

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019


อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports