3 แต้มเต็มครั้งแรกในศึกเอเชี่ยนคัพ นอกประเทศ ของทีมชาติไทย ที่เหล่าขุนพลช้างศึกต่างร่วมแรงร่วมใจเอาชนะ บาห์เรน ได้ 1-0 เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งผมได้เห็นกับตาที่ข้างสนาม อัล มัคตูม สเตเดี้ยม ในเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เป็น 3 แต้มที่สามารถลบฝันร้าย หลังการพ่ายแพ้อินเดียอย่างหมดรูป 1-4 ในเกมแรกไปได้หมดสิ้น

2 นัดผ่านไป ทีมชาติไทย มีอยู่ 3 แต้ม ยังคงมีลุ้นได้หมดทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นการเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่ม หรือ การเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม รวมถึงการคว้าอันดับสาม ซึ่งต้องไปลุ้นเป็นอันดับสามที่ดีที่สุด ก็ยังคงเป็นไปได้ และที่เลวร้ายที่สุด นั่นคือการตกรอบแรก เพราะจบอันดับสี่ของกลุ่ม ก็ยังมีสิทธิ์ที่จะเกิดขึ้นเหมือนกัน

2 เกมที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า เป็นสองเกมที่โคตรจะมีทุกรสชาติ ทุกอารมณ์ ทุกความรู้สึกของการเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทย นับตั้งแต่ผมเดินทางไปเชียร์ทีมชาติไทย ที่ต่างประเทศเลยทีเดียว

ผมได้อยู่ข้างสนามทั้งสองนัด ในฐานะแฟนบอล
ผมยืนเชียร์กับกองเชียร์ทีมชาติไทย ในมุมหลังประตูที่มองเห็นเกมไม่ชัดเท่ากับมุมอื่นๆ
ผมไม่ได้ชมเกมจากบนสแตนด์ฝั่งที่เห็นเกมได้ชัดแจ๋วเหมือนที่ชอบดู
และไม่ได้ชมเกมจากที่นั่งสื่อมวลชนอย่างที่ผมคุ้นเคย

“แต่มันกลับเป็นความรู้สึกที่สุดยอดจริงๆ”

มิโลวาน ราเยวัช

เกมแรกเราเริ่มต้นด้วยเฮ้ดโค้ชชาวเซอร์เบีย ที่ทำทีมชาติไทยมากว่า 1 ปีครึ่ง และเริ่มต้นด้วยความหวังในการเอาชนะอินเดีย ในเกมแรก เพื่อเป็นใบเบิกทางให้กับการผ่านเข้ารอบต่อไป

แต่ความหวังก็เป็นได้แค่ความหวัง ที่ไม่ได้แปรเปลี่ยนเป็นความจริง

ผล 1-4 ด้วยสกอร์ที่ย่อยยับ พอๆ กับรูปเกมที่เรียกได้ว่า “สู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง” ในครึ่งหลัง ส่งผลให้ สามแต้มหลุดลอยหายไปพร้อมกับการกระเด็นตกจากเก้าอี้นายใหญ่ของ “มิโลวาน ราเยวัช” อย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง

ผมอยู่ในสนามในเกมวันนั้น ต้องยอมรับว่า แม้กองเชียร์ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมา 5 ท่าน ในกลุ่มของพวกผม จะได้พลังงานเพิ่มเติมจากคนไทยในดูไบ แต่ด้วยรูปเกมและสกอร์ที่จบลงแบบไม่สวยงาม ได้ทำให้บรรยากาศการเชียร์ที่แม้จะส่งเสียงให้กำลังใจนักเตะอยู่ตลอดเวลา มันเป็นบรรยากาศที่ดูไม่โอเคเลยจริงๆ มันดูอ่อนระทวย และห่อเหี่ยวใจอย่างบอกไม่ถูก

หลังจบเกม แฟนบอลมากมายแทบจะไม่พูดไม่จา และกินข้าวกันไม่ลงเลยทีเดียว

AP Photo/Hassan Ammar

เกมที่สอง ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ในฐานะเฮ้ดโค้ชรักษาการณ์ ที่มีไลเซนส์เพียงแค่ เอ ไลเซนส์ และมีผู้ช่วยคือ “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ อดีตกองหลังทีมชาติไทย และเฮ้ดโค้ชของทีมชาติไทย ชุดแชมป์ ซีเกมส์ 2015

ความคาดหวังน้อยลง และผลเสมออาจจะเป็นผลที่ดีที่สุด ที่ทีมชาติไทยจะสามารถทำได้ แต่ทุกอย่างกลับดีเกินคาด มันเป็นเกมที่นักเตะทุกคนมีสปิริตทีมสูงส่ง แม้จะเพิ่งผ่านการเปลี่ยนแปลงมา นักเตะทุกคนต่างเล่นกันได้แบบดีมาก เป็นตัวของตัวเอง เล่นกันอย่างเป็นธรรมชาติ อะไรๆ ก็ดูลงตัวไปเสียหมด จนกระทั่งความมหัศจรรย์ของ “ชนาธิป สรงกระสินธ์” ก็ทำให้ทีมชาติไทย ขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่ผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการคว้าสามแต้มประวัติศาสตร์ครั้งแรกนอกประเทศในศึกเอเชี่ยนคัพ ของทีมชาติไทย

บรรยากาศการเชียร์ในเกมนี้ ช่างแตกต่างจากเกมแรกโดยสิ้นเชิง ทุกคนร้องเพลงอย่างตื่นเต้น เชียร์กันอย่างมีหวัง เวลาผ่านไปช้ากว่าหัวใจที่อยากให้กรรมการเป่าหมดเวลาโดยเร็ว และเมื่อสิ้นเสียงนกหวีดยาว ทุกคนต่างแสดงอารมณ์ดีใจสุดขีดของตัวเองออกมา บ้างก็กรีดร้องด้วยความสะใจ บ้างก็น้ำตาไหลออกมาแบบไม่รู้ตัว แม้แต่ผมเองก็ตาม

การแข่งขันเหลืออีก 1 นัดในรอบแรก ซึ่งก็ไม่รู้ว่า มันจะเป็น 90 นาทีสุดท้ายของทีมชาติไทย ในศึกเอเชี่ยนคัพ 2019 หรือไม่ แต่นั่นมันไม่สำคัญเท่ากับว่า อีก 90 นาทีที่เหลือ นักฟุตบอลได้สู้เต็มที่ที่สุดเพื่อทีมชาติไทย ในเกมที่จะพบกับทีมชาติที่เป็นเจ้าภาพของการแข่งขันในครั้งนี้อย่าง “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” โดยที่จะมีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยไปกว่านัดที่สองที่จะเข้ามาเชียร์พวกเขาแน่นอน

และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
เราทุกคนจะได้เข้ารอบไปด้วยกัน….

“จอน”

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019


อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports