ในช่วงที่เหล่าสาวกแฟนบอลชาวไทยจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมด้วยเหล่าสต๊าฟโค้ช และขุนพลทั้ง 23 คน ของ ”ทัพช้างศึก” กำลังปลื้มปิติยินดีอยู่กับการเข้ารอบครั้งประวัติศาสตร์ในศึกฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียอย่าง เอเชียน คัพ 2019 อยู่นั้น หารู้ไม่ว่าสิ่งที่พวกเขากำลังจะเผชิญในวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม ที่กำลังจะมาถึง อาจทำให้การเดินทางอันแสนยาวไกลต้องยุติลงเพียงเท่านี้

 

 

“ทัพจากแดนมังกร” และ “แทกึก วอร์ริเออร์ส” เป็น 2 ชาติที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก ณ เวลานี้ ด้วยผลงานการเก็บ 6 แต้มจากการแข่งขัน 2 นัด ทำให้การฉะกันในนัดสุดท้ายของการแข่งขันในกลุ่มซี จะกลายเป็นเกมการแข่งขันที่มากกว่าคำว่าฟุตบอล ด้วยศักดิ์ศรี และความต้องการเป็นแชมป์กลุ่มที่ช่วยปูทางให้การเข้ารอบสู่การเป็นแชมป์แห่งเอเชียของพวกเขาง่ายขึ้น แต่พวกเขาจะต้องตระหนักอยู่เสมอว่าความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวสามารถลงโทษพวกเขาได้ในชั่วพริบตา

ทีมชาติเกาหลีใต้ ชุดนี้นำทัพโดย เปาโล เบนโต้ กุนซือชาวโปรตุกีสผู้เคยพาทัพ “ฝอยทอง” ผ่านทัวร์นาเม้นต์ระดับโลกมาแล้วไม่ว่าจะเป็น ยูโร 2012 หรือศึกฟุตบอลโลก 2014 โดยในครั้งนี้เขาเป็นคนอาสาพา “โสมขาว” เป็นจ้าวแห่งเอเชีย

กุนซือวัย 49 ปี เข้ามาคุมทัพกิมจิไปแล้วทั้งสิ้น 9 นัด ซึ่งหากเราลองกาโผดูคู่แข่งที่ เกาหลีใต้ ในยุค เบนโต้ เคยเผชิญมา จะพบว่าแต่ละทีมล้วนแต่มีดีกรีสุดแกร่งทั้งสิ้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าทีมระดับ “จอมโหด” อุรุกวัย, “ซอคเกอร์รูส์” ออสเตรเลีย, “สิงห์ทะเลทราย” ซาอุดิอาระเบีย หรือแม้กระทั่ง ชิลี ก็ยังเข่นพวกเขาไม่ลง หากนับจนถึงวินาทีนี้ เกาหลีใต้ ในยุค เบนโต้ ไม่เคยปราชัยต่อใครเลยแม้แต่นัดเดียว

ที่สำคัญ ตลอดเกมการแข่งขัน 2 นัดใน เอเชียน คัพ ครั้งนี้ ทัพ “แทกึก วอร์ริเออร์ส” ได้แสดงให้ทั่วทั้งโลกได้เห็นแล้วว่า การขาดสตาร์หมายเลขหนึ่งของทีมอย่าง ซน ฮึง มิน ปีกซ้ายตัวเก่งจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไป ไม่ได้ทำให้ผลงานของพวกเขาดร็อปลงเลยแม้แต่น้อย และพร้อมเดินหน้าเก็บชัยชนะอย่างต่อเนื่อง แน่นอนผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่ทดแทนในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี คือ ฮวาง อุย โจ หัวหอกวัย 26 ปีจาก “เด็กสายฟ้า” กัมบะ โอซาก้า ในเจลีก

AP Photo/Kamran Jebreili

แม้แข้งรายนี้อาจจะไม่ได้มีสถิติการถล่มประตูที่มากมายในระดับทีมชาติ แต่ความเข้าใจเกม การวิ่งหาช่อง ความคิดสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์การทำเกม ตลอดจนการสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำให้เจ้าตัวถูก เปาโล เบนโต้ เรียกใช้บริการอยู่เสมอ เห็นได้จากเกมที่ เกาหลีใต้ บดเอาชนะ ฟิลิปปินส์ ที่เจ้าตัวเป็นผู้ทำประตูชัย รวมถึงแมตช์เฉือน คีร์กีซสถาน ไปด้วยสกอร์ 1-0 อาจทำให้แฟนบอลทั่วเอเชียมองว่า “โสมขาว” กำลังอยู่ในช่วงขาลงจากฟุตบอลโลก 2018 แต่แท้จริงแล้ว หากใครได้ติดตามทั้งสองแมตช์นี้ จะเห็นได้ชัดเจนว่า เกาหลีใต้ โหมเกมพับสนามบุกใส่คู่แข่งอยู่ฝ่ายเดียว เกมในนัดนี้จึงน่าสนใจว่าพวกเขาจะโถมบุกเข้าใส่ทีมจากแดนมังกรอย่างที่เคยเป็นหรือไม่

AP Photo/Kamran Jebreili

คราวนี้ลองมาส่องขุมกำลังแข้งแดนมังกรกันบ้าง ที่พวกเขามีสุดยอดขงเบ้งลูกหนังอย่าง มาร์เซลโล่ ลิปปี้ กุมบังเหียน เราคงไม่ต้องสาธยายสรรพคุณของเฮดโค้ชเลือดมักกะโรนีให้มากมายนัก เพราะอย่างที่รู้กันคือ ลิปปี้ เคยพาชาติบ้านเกิดของตนผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อ 13 ปีที่แล้ว อีกทั้งยังเคยร่วมงานกับนักเตะฝีเท้าระดับโลกมานับไม่ถ้วน ด้วยดีกรีที่ไม่ธรรมดานี้เอง ทำให้ตัวเขาได้รับความไว้วางใจจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศจีนให้เข้ามาดำรงตำแหน่งเฮดโค้ชตั้งแต่ปี 2016 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

การหลั่งไหลเข้ามาสู่ ไชนีส ซูเปอร์ ลีก ของสตาร์ระดับโลกในช่วงสามปีหลัง ทำให้ลีกฟุตบอลอาชีพของ จีน พัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ทีมชาติจีนยังเชิญชาติยักษ์ใหญ่จากทั่วทุกมุมโลกมากมายมาฟาดแข้ง ไม่ว่าจะเป็น เวลส์, โคลอมเบีย, สาธารณรัฐเช็ก หรือแม้กระทั่งคู่แค้นตลอดกาลอย่าง ญี่ปุ่น แต่ผลการแข่งขันที่ออกมากลับไม่น่าอภิรมย์ หลังพวกเขาปราชัยทุกนัดที่ลงแข่งขัน แต่ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานี้ ทำให้ ทีมชาติจีน ในช่วงหลังเปลี่ยนสไตล์การเล่นเป็นการเน้นผลการแข่งขัน รัดกุม และไม่ประมาทแม้แต่วินาทีเดียว สังเกตได้ว่าพวกจะชนะด้วยสกอร์ที่ไม่ขาดลอย คงคอนเส็ปต์ “ไม่แพ้” ไว้ก่อนเป็นดีที่สุดตามสไตล์ “คาเตนัชโช่” ในแบบอิตาเลี่ยน

ทีมชาติจีนชุดนี้ ยังมียอดศูนย์หน้าระดับเอเชียที่พร้อมส่งบอลซุกก้นตาข่ายคู่แข่งอยู่เสมอ จนหลายๆ คนต่างคาดการณ์กันว่าแข้งรายนี้เตรียมก้าวขึ้นมาทาบชั้นเป็นอีกหนึ่งตำนานของทีมชาติจีนในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน เขาคนนั้น คือ อู๋ เล่ย แนวรุกวัย 27 จาก เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี

AP Photo/Kamran Jebreili

อู๋ เล่ย เป็นผู้เล่นที่มีจุดเด่นในเรื่องของการจบสกอร์ ยิงคมกริบราวกับใบมีด ลั่นกระสุนได้ทุกสถานการณ์ มีจินตนาการในการถล่มประตูทุกรูปแบบ แถมยังมีความเร็วเป็นอาวุธเด็ด นับว่าเป็นอีกหนึ่งแข้งที่หาตัวจับได้ยากมาก โดยเฉพาะการเหมาคนเดียวสองประตูในเกมถล่ม “ดิ อัซกาลส์” 3-0 แสดงให้เห็นว่าแทคติกของ ลิปปี้ ตอบโจทย์กับสไตล์ของ อู๋ เล่ย อย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นจุดเด่นอีกจุดหนึ่งที่ เกาหลีใต้ ไม่ควรมองข้าม

หากนำผลงานเฉพาะใน เอเชียน คัพ มาวัดกันแล้ว แข้ง “แทกึก วอร์ริเออร์ส” ค่อนข้างราศีจับกว่าในเรื่องของเกมรับ หลังพวกเขาไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียวจากการแข่งขันสองนัดที่ผ่านมา แต่ “เกมรุก” ของพวกเขาอาจจะขัดใจเหล่าแฟนบอลไปบ้างหลังทำได้เพียง 2 ประตูเท่านั้น หากเปรียบเทียบกับ จีน ที่คว้าชัยมาสองนัดติดเช่นเดียวกัน แต่ “แข้งแดนมังกร” กลับไล่ถลุงประตูคู่ต่อสู้เป็นว่าเล่นกว่า 5 ประตู เหนือสิ่งอื่นใด ผลต่างประตูได้เสียของทีมชาติจีน อยู่เหนือกว่า ทีมชาติเกาหลีใต้ ถึงสองประตู ฉะนั้นหากทีมจากแดนกิมจิ ต้องการเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มซี พวกเขาจำเป็นต้องเอาชนะทีมจากแดนมังกรให้ได้สถานเดียว ซึ่งผลงานการห้ำหั่นกัน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีมพบว่า เกาหลีใต้ ดูได้เปรียบกว่าเล็กน้อยหลังเคยปราบจีน ได้ถึง 2 ครั้ง และพ่ายเพียงนัดเดียว

AP Photo/Hassan Ammar

มาถึงจุดๆ นี้ อาจทำให้กำลังใจของแฟนบอลไทยหลายๆ คนตกหล่นลงไปบ้าง เพราะไม่ว่าจะเจอใครในรอบหน้าล้วนเป็นงานหนักทั้งสิ้น แต่อย่างว่า หากเราสู้ เราก็มีโอกาสชนะ แต่หากไม่สู้เลยก็ถือว่าเราแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแล้ว อย่าลืมว่าไม่มีอะไรที่ “เป็นไปไม่ได้” ในโลกของฟุตบอล จำได้หรือไม่ว่าเมื่อปี 2004 กรีซ ทีมเล็กๆ จากยุโรปตอนใต้ยังเคยหักปากกาเซียนทั้งโลกด้วยการคว่ำเจ้าภาพอย่าง โปรตุเกส คว้าแชมป์ยุโรปไปครองอย่างยิ่งใหญ่ หรือแม้กระทั่งปาฏิหาริย์ของ “จิ้งจอกสยาม” สโมสรที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของแฟนบอลคนไหน ก็ยังตอกหน้าทีมยักษ์ใหญ่ ก่อนก้าวมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จ จนกลายเป็นอีกหนึ่งเทพนิยายในโลกลูกหนังที่แฟนบอลคนไหนก็คงไม่มีวันลืมเลือน

ฟุตบอลลูกกลมกลมอะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะเพียงแค่เสี้ยววินาที ก็อาจพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของชาตินั้นๆ ไปตลอดกาล มาร่วมกันส่งแรงใจเชียร์ “ช้างศึก” ล้มยักษ์ในศึกเอเชียน คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้ายกันครับ ผมเองก็คงไม่ขออะไรมาก นอกจากแอบหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์เล็กๆ เกิดขึ้นที่สังเวียนฮัสซา บิน ซายิด ในสุดสัปดาห์นี้

ขอให้ทุกอย่างเป็นใจ แล้วพบกันใหม่หลังจากที่ทีมชาติไทยผ่านเข้าสู่รอบควอเตอร์ไฟน่อลนะครับ…

“Jinius”

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports