เดินทางมาถึงรอบชิงแชมป์สายของ ศึก อเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล แล้ว นั่นหมายความว่า เมื่อจบสัปดาห์นี้ เราก็จะได้ 2 ทีมที่จะเข้าไปชิงแชมป์ซุเปอร์โบวล์ ในช่วงเช้าวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้แล้ว

ในรอบชิงแชมป์สายปีนี้ เป็นเรื่อง บังเอิญ หรือ ตั้งใจก็ไม่รู้ ที่ทำให้การเจอกันของทั้งสาย เอเอฟซี และ เอ็นเอฟซี มีอะไรที่ ละม้ายคล้ายคลึงกันหลาย ๆ อย่าง ทั้งเป็นการเจอกันของทีมอันดับ 1 และ 2 ของสาย, เป็นทีมสาบบุกที่ถอยหลังหกล้มทั้งสองสาย, มีจอมทัพหนุ่ม เจอกับ จอมทัพเจนศึกตัวเก๋าทั้งสองสาย แถม ทั้ง 2 คู่ในรอบนี้ ต่างเคยเจอกันมาแล้วในฤดูกาบปกติด้วย

และนี่ คือเรื่องราวความน่าสนใจของเกมชิงแชมป์สาย เอ็นเอฟแอล ปีนี้ครับ

 

แรมส์ กับ แค้นที่รอการชำระใน ซูเปอร์โดม

(AP Photo/Marcio Jose Sanchez)

ย้อนกลับไปในวีคที่ 9 ของฤดูกาลปกติที่เพิ่งผ่านพ้นไปในปีปฏิทิน 2018 ลอส แองเจลิส แรมส์ ทีมที่กำลังมีฟอร์มร้อนแรงที่สุด ด้วยการชนะติดต่อกันมายาวนาน 8 เกม ต้องมาเยือน เมอร์ซีเดส เบนซ์ ซูเปอร์โดม ในเมือง นิว ออร์ลีน มลรัฐ หลุยส์ เซียน่า บ้านของ นิวออร์ลีน เชนต์ส

ผลในวันนั้น จบลงด้วยชัยชนะของเจ้าบ้านที่สกอร์ 45-35 และนั่นคือกุญแจสำคัญของฤดูกาลนี้ ที่ทำให้ทีม “นักบุญแดนใต้” กลายมาเป็นมือ 1 ของสายเอ็นเอฟซี และ ได้เปิดบ้านต้อนรับแรมส์ อีกครั้ง ในทางกลับกัน แรมส์ เองก็เจอช่วงมรสุม หลังจากนั้นไม่นาน และต้องกลายมาเป็นมือ 2 ของสาย โดยปริยาย

ผลแพ้ชนะในวันนั้น ทำให้มีเกมชิงแชมป์สาย เอ็นเอฟซี ที่เมืองนี้อีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ต่างออกไป จากการที่แรมส์ มีอาวุธใหม่ ที่ได้มาในยามคับขัน นามว่า ซีเจ แอนเดอร์สัน ตัววิ่งเหลือใช้ของใครหลายทีม ก่อนที่ ฌอน แม็คเวย์ หัวหน้าโค้ชของทีม จะเอามาปัดฝุ่นจนวิ่งได้เปรี้ยงที่สุดในช่วงก่อนเพลย์ออฟ และ ลามมาถึงเกมกับดัลลัส คาวบอยส์ ในรอบ ดิวิชั่นแนล เพลย์ออฟ กันเลยทีเดียว

ด้านเกมขว้าง ก็ยังไว้ใจ จาเร็ด กอฟฟ์ ควอร์เตอร์แบ็คนัมเบอร์วันดราฟต์ ที่โชว์ฟอร์มสุดจัดปลัดบอกในช่วงต้นฤดูกาลได้ ถึงแม้จะมีบางช่วงที่ เขาฟอร์มดูจะดร็อปลงไป แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่มีทีเด็ด เพราะการเป็น พ็อกเก็ตพาสเซอร์ ที่มีการขว้างบอลที่แม่นยำ ทำให้คงไม่มีใครกล้ามองข้ามเขา

เกมวิ่ง พวกเขาก็มีตัววิ่งทำระยะที่ดีที่สุดในฤดูกาลปกติของทีมที่เหลืออยู่อย่าง ท็อดด์ เกอร์ลี่ย์ ที่กดไป 1251 หลา กับ 17 ทัชดาวน์ในฤดูกาลนี้ แถมยังมี แอนเดอร์สัน มาช่วยอีกแรงด้วย

ด้านทีมรับ พวกเขาก็มีตัวแซ็คควอร์เตอร์แบ็คอันดับ 1 ของลีก อย่าง แอรอน โดนัลด์ ที่พร้อมจะเข้าไปกดดัน ดรูว์ บรีส์ ให้ออกบอลเร็ว และอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดและเสียหายในเกมนี้ได้ด้วย

ขุมกำลังเหล่านี้ การันตีว่า เกมนี้ พวกเขาจะไม่ยอมให้มันจบแบบเกมก่อนง่าย ๆ แน่นอน

 

เชนต์ส ของ บรีส์ และ เพย์ตัน ที่ต้องการโอกาสที่ 2 ใน ซูเปอร์ โบวล์

(AP Photo/Bill Feig)

นับตั้งแต่ ซูเปอร์ โบวล์ ครั้งที่ 44 เมื่อ 9 ปีก่อน นิวออร์ลีน เชนต์ส ก็ไม่เคยย่างกรายเข้าใกล้ซูเปอร์โบวล์ได้อีกเลย พวกเขาทำได้ดีที่สุดก็แค่การวนไป วนมาในเพลย์ออฟ โดยไม่ได้เข้าชิงแชมป์สายเอ็นเอฟซี ด้วยซ้ำไป…แต่ไม่ใช่กับปีนี้

เหมือนกับ เดจาวู เมื่อ 9 ปีก่อน เชนต์ส มีสถติติ ชนะ 13 แพ้ 3 เท่ากัน จบอันดับที่ 1 ของสาย เอ็นเอฟซี เหมือนกัน และแม้กระทั่งทีมที่พวกเขาแพ้ ก็ยังมาแพ้ แทมป้า เบย์ บัคคาเนียร์ส, ดัลลัส คาวบอยส์ และ แคโรไลน่า แพนเธอร์ส เหมือนกันอีก จนมีคนคิดไปว่า พวกเขาอาจจะได้แชมป์ ซูเปอร์ โบวล์ เหมือนกันด้วยก็ได้

เรื่องเดจาวู หรือ รางบอกเหตุนั้น มีจริงไหมไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ ๆ ฝีมือของพวกเขาคือ “ของจริง”

ดรูว์ บรีส์ ในวัยย่าง 40 กลายเป็นควอร์เตอร์แบคที่มีเรตติ้งดีที่สุดในบรรดาควอร์เตอร์แบคตัวจริงในลีก เขาทำเรตติ้งไปถึง 115.7 ปาบอลไป 3,992 หลา เป็น 32 ทัชดาวน์ เสียเพียง 5 อินเตอร์เส็ปเท่านั้น

นอกจากนี้ เขายังมีตัววิ่งหมัด หนึ่ง-สอง ที่ดีที่สุดคู่หนึ่งในลีก คือ อัลวิน กามาร่า และ มาร์ค อินแกรม ส่วนปีก ก็มีปีกโปรโบวล์ อย่าง ไมเคิ่ล โทมัส ซึ่งเชื่อมือได้ และรวมไปถึงการมียอดโค้ชระดับ คว้าแชมป์ ซูเปอร์ โบวล์ อย่าง ฌอน เพย์ตัน นั่นอาจจะทำให้เขามีบารมีเหนือกว่า แมคเวย์ นิด ๆ

ด้านเกมนรับของเชนต์ส ถึงแม้จะอยู่ในระดับกลาง ๆ ของลีกที่อันดับ 14 แต่เมื่อเข้าเพลย์ออฟมา ก็ยกระดับขึ้นมาได้ดี โดยเสียระยะไปเพียง 250 ในเกมกับ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิ้ลส์ และช่วยเชฟทีมให้รอดตายกลับมาผ่านเข้ารอบไปได้ ด้วยอินเตอร์เส็ปของ มาร์ชอว์น ลาร์ติมอร์ ช่วงท้ายเกมด้วย

และถึงแม้ว่า เชนต์ส อาจจะถูกมองว่า เป็นทีมที่เล่นด้วยความยากลำบากที่สุดกว่าจะผ่านรอบดิวิชั่นแนลส์ เพลย์ออฟ มาได้ แล้วใครจะกล้าบอกไหมว่า ในรอบชิงแชมป์สาย เชนต์ส ไม่น่ากลัว?

 

เชื่อในความสดหรือประสบการณ์?

(AP Photo/File)

นี่เป็นเกมของเก๋า เจอ สด จริง ๆ เพราะทั้ง ฌอน เพย์ตัน และ ดรูสว์ บรีส์ ต่างเป็นคู่ดูโอ้ของ ควอร์เตอร์แบ็ค และ เฮดโค้ช ที่มากด้วยประสบการณ์ และไปยันซูเปอร์ โบวล์ มาแล้ว ส่วน ฌอน แมคเวย์ และ จาเร็ด กอฟฟ์ เป็นเสมือนตัวแทนของคลื่นลูกใหม่ที่น่าจะสร้างชื่อใน NFL ไปอีกนาน

ทั้ง 2 ทีมมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ใกล้เคียงกันมาก ๆ ถึงแม้ เชนต์ส อาจจะดูเป็นต่อเล็ก ๆ จากการได้เล่นในบ้าน ซึ่งมีลักษณะเป็นโดมทำให้เสียงเชียร์น่าจะดังมาก และรบกวนทีมเยือนได้ แต่พวกเขาก็เคยเจอและพ่ายให้กับสถานการณ์แบบนี้มาแล้ว ซึ่งน่าจะทำให้มีบทเรียน และไม่พลาดซ้ำ

เกมวิ่ง น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างในการตัดสินเกม เพราะถ้าทีมไหนสามารถควบคุมการเดินเกมวิ่งได้ก่อน มันจะหมายถึงการสามารถควบคุมเวลาได้ด้วย

ยากจริง ๆ ถ้าต้องให้เลือกทีมที่คิดว่าจะชนะ ดังนั้น ขอเลือกจากความชอบแล้วกัน ขอเลือกให้มุมของประสบการณ์ ซึ่งคือ เชนต์ส ได้ไปต่อใน ซูเปอร์ โบวล์ แล้วกันสำหรับสาย เอ็นเอฟซี นี้ ด้วยสกอร์ 28-24

 

ราชาอาวุโส ที่ต้องเจอกับการท้าทายจากยุคสมัยต่อไป

(AP Photo/Elise Amendola)

ทอม เบรดี้ และ พลพรรคนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ ที่เปรียบเหมือนราชาที่คอยปกครองสาย เอเอฟซี ดุจเป็นราชวงศ์ของพวกพวกเขา (ฝรั่งใช้คำว่า ไดนาสตี้ หมายถึงการครองความยิ่งใหญ่ยาวนาน ดุจเหมือนเป็นราชวงศ์คอยปกครอง) แต่มาฤดูกาลนี้ ผลงานที่เคยสม่ำเสมอในระยะหลัง กลับไม่เป็นเช่นนั้นเสียแล้ว นั่นทำให้พวกเขาต้องตกลงมาเป็นมือวางอันดับ 2 ของสาย และต้องออกไปเยือนในรอบนี้

อันที่จริง คงไม่มีอะไรต้องสาธยายให้มากความสำหรับยี่ห้อของ ทอม เบรดี้ ว่าเขาเป็นสุดยอด และ ประสบความสำเร็จมามากมายเพียงใด

ถึงแม้ในฤดูกาลปกติ พวกเขาจะมีหลายเกมที่เล่นได้ตำกว่ามาตรฐานของพวกเขา และ แพ้เกมไม่น่าไปถึง 4 จาก 5 เกมที่แพ้ในปีนี้ แต่ เมื่อเขาสู่เพลย์ออฟ พวกเขาก็กลายเป็นอีกทีมเหมือนกับหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา หลังไล่ยำ ลอส แองเจลิส ชาร์จเจอร์ส เสียหมดสภาพ 41-28

จากผลการแข่งขันดังกล่าว พวกเขา ทำระยะในเกมนั้นไปถึง 498 หลา โดย ทอม เบรดี้ ปาบอลไป 343 หลา และ วิ่งได้อีก 155 หลา แถมเกมรับ ยังหยุดวิ่งได้อย่างยอดเยี่ยม โดยทำให้ ชาร์จเจอร์ส ที่มีตัววิ่งระดับ โปร โบวล์ อย่าง เมลวิน กอร์ดอน วิ่งได้แค่ 19 หลาเท่านั้น

ถึงแม้พวกเขาจะเข้ารอบมาเป็นมือวางอันดับ 2 แต่ถ้าเล่นโชว์ฟอร์มแบบนี้ เคซี ก็คงต้องปวดหัวกับการรับมือแน่นอน

 

มาโฮมส์ เด็กมหัศจรรย์ กับฤดูกาลที่เหมือนฝัน

(AP Photo/Ed Zurga)

ถ้าเอาสถิติของ แพทริก มาโฮมส์ ในเพลย์ออฟ มาเทียบกับ ทอม เบรดี้ เห็นต้องบอกว่า “คนละเรื่อง” เพราะ มาโฮมส์ เล่นในเพลย์ออฟไปแค่เกมเดียวและ ชนะในเกมนั้น ส่วน เบรดี้ เล่นไปแล้ว 38 เกม ชนะถึง 28 เลยทีเดียว

แต่นั่นไม่ใช่จุดที่ มาโฮมส์ จะน่ากังวลเลยแม้แต่น้อย สถิติมันก็เป็นแค่ตัวเลข และ เขาก็พร้อมที่จะเล่นงาน แพทริออตส์ ในสนามของเขาที่ขึ้นชื่อว่า เป็นสนามที่เคยมีสถิติเสียงดังที่สุดในโลก

การเปิดบ้านรับการมาเยือนของ แพทริออตส์ ครั้งล่าสุดของเคซี ทำให้คนตั้งคำถามถึงการเดินเข้าสู่จุดจบของ “นักรบกู้ชาติ” หลังบุกไปพ่าย 14-41 ในเกมนั้น

หลังจากนั้น ทีมของ แอนดี้ รีด ก็มักจะทำผลงานเวลาเจอ แพทริออตส์ ได้ดีเสมอ โดยพวกเขาชนะได้ 3 ใน 4 เกมหลังสุดที่เจอกัน แต่ ในบรรดานั้น ทั้งตู่ยังไม่เคยเจอกันในรอบเพลย์ออฟเลย

เคซี่ เพิ่งทำสถิติการได้เล่นในแอร์โรว์ เฮด สเตเดี้ยม ครั้งแรกตั้งแต่ปี 1993 และพวกเขาเชื่อว่า การได้เล่นในบ้านนี้เอง ที่จะเป็นกุญแจสำคัญอีกอย่าง นอกจากเกมบุกอันร้อนแรก ที่จะพาพวกเขาเป็นแชมป์สาย เอเอฟซี และเอาถ้วย ลามาร์ ฮันท์ โทรฟี่ กลับสู่สนามของพวกเขาได้อีกครั้ง

 

วัดกันที่ไดร์ฟสุดท้าย

(AP Photo/File)

การเจอกันครั้งที่แล้วในฤดูกาลปกติที่ นิวอิงแลนด์ เอาชนะไปได้ 43-40 นั้น ตัดสินกันที่ว่า ใครเป็นคนถือบอลคนสุดท้าย เพราะเมื่อ แพทริก มาโฮมส์ ทำทัชดาวน์ตีเสมอเกม 40-40 เขาเหลือเวลาให้ เบรดี้ มากเกินไปในการพาทีมกลับมาตั้งระยะเตะฟิลด์โกล

คราวนี้ มาโฮมส์ คงต้องเรียนรู้ที่จะฆ่าเวลา เมื่อมีโอกาสบุกเพื่อปิดเกมบ้าง และไม่ควรจะพลาดซ้ำสองในการยื่นบอลให้คู่แข่งอีก

ที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะเชื่อว่า เกมนี้ จะสูสี และต้องวัดกันยันไดร์ฟสุดท้ายจริง ๆ

และถ้ามันเป็นแบบที่ว่าจริง ๆ ใครถือบอลคนสุดท้ายก็ชนะไป แต่เรื่องการบริหารเวลา และความเก๋าในเรื่องนี้ ก็ดูเหมือน เบรดี้ จะเหนือกว่านิด ๆ ทำให้คิดว่า ความเก๋าตรงนี้แหบละ ที่จะพา แพทส์ เข้าไปชิงซูเปอร์ โบวล์ อีกครั้ง หลังเอาชนะไปด้วยสกอร์ 31-28

“Mr.BOSTON”

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports