การนับหนึ่งของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่เดินทางไปตะลุยลีกที่ดีที่สุดของเอเชียอย่าง “เจ ลีก ญี่ปุ่น” เมื่อกลางปี 2017 กับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ได้กลายเป็นแข้งนำร่องจากประเทศไทย ที่ยอดเยี่ยมมากๆ เพราะฟอร์มของเขา รอยยิ้มของเขา และทัศนคติที่ยอดเยี่ยมของเขา ได้พิสูจน์ว่า “นักเตะเลือดสยาม” ก็มีของดี

และทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ อีกครึ่งปีต่อมา ธีราทร บุญมาทัน และ ธีรศิลป์ แดงดา สองนักเตะกำลังหลักแห่งทีมชาติไทย ได้เดินทางตามรอยเท้ารุ่นน้องรายนี้ ไปพิสูจน์ตัวเองเช่นกันในเวที เจ ลีก เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

ซึ่งทั้งคู่ ก็ทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม โดย “โก๋อุ้ม” ได้โอกาสลงสนามเกินกว่า 30 เกม ทุกถ้วยทุกรายการให้กับ วิสเซิ่ล โกเบ ส่วน “มุ้ยซัง” ก็ซัดไป 6 ประตู จาก 32 เกมในลีก (ตัวจริง 13 นัด ตัวสำรอง 19 นัด) ให้กับ ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า โดยที่ทีมสามารถจบอันดับรองแชมป์ได้อีกด้วย

daykung / shutterstock

และที่สำคัญที่สุด ก็คือฟอร์มของ “คนต้นทาง” อย่าง ชนาธิป ที่ปลดปล่อยพลังในปี 2018 ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์อย่างแท้จริง จนถูกซื้อขาดจากทีมดังแห่งฮอกไกโด ด้วยสัญญาที่เหมาะสมกับฝีเท้าระดับติดทีมยอดเยี่ยม เจ ลีก ญี่ปุ่น แห่งปี 2018 โดยปี 2018 เรียกได้ว่าเป็นปีทองของนักเตะหมายเลข 18 รายนี้เลย เพราะถูกเสนอชื่อให้เข้าชิงนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีประจำเจ ลีก 2018 แถมยังติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกอีกด้วย

สรุปผลงานแบบรวมๆ แล้ว 3 นักเตะไทย ได้ลงเล่นทุกถ้วยทุกรายการที่ประเทศญี่ปุ่น กับทีมในลีกสูงสุด เมื่อปี 2018 รวมกันแตะหลัก 100 นัด เลยทีเดียว

“มันเป็นสิ่งที่เกินคาดมากๆ สำหรับคนดูฟุตบอลไทยมาเกินกว่า 20 ปีอย่างผม”

และในปีนี้ ซีซั่น 2019 ก็มีนักเตะไทยอย่างน้อย 3 รายเช่นเคยในลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น ให้พวกเราได้ติดตามเชียร์กัน เริ่มจาก ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองต่อเนื่อง หลังสัญญาซื้อขาดของเขากับสโมสร คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ตามด้วย ธีราทร บุญมาทัน ที่ยังคงได้ฉายฟอร์มความเป็น “บุญจัง” อยู่ เพียงแต่ต้องโยกย้ายจาก วิสเซิ่ล โกเบ มาอยู่กับ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ทีมใกล้เมืองหลวง ในสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

และคนสุดท้ายก็คือ “เจ้านิว” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ มิดฟิลด์ไดนาโม ที่ได้ย้ายไปอยู่กับทีม โออิตะ ทรินิตะ ทีมน้องใหม่ของ เจ ลีก หลังจากที่โชว์ฟอร์มห้องเครื่องชั้นดีให้กับทีมชาติไทย ในศึกเอเชี่ยนคัพ 2019 ที่ทัพช้างศึก กรุยทางเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ โดยเจ้าตัวเป็นผู้ทำประตูตีเสมอ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-1 ซึ่งเป็นประตูสำคัญที่ทำให้ทีมชาติไทย เก็บได้ 1 แต้มในเกมสุดท้ายของรอบแรก และผ่านเข้ารอบสองในฐานะทีมอันดับที่ 2 ของกลุ่ม เอ

 

 

ซึ่งทั้งสามคนในตอนนี้ ก็ได้อยู่ร่วมทีมในช่วงปรีซีซั่นเรียบร้อยแล้ว โดย ชนาธิป ก็เพิ่งซัดหนึ่งประตูสุดสวย แถมยังสวมปลอกแขนกัปตันทีมให้กับ “คอนซะ” ด้วย ในเกม เจ ลีก ชาลเลนจ์ 2019 ที่บุกมาเอาชนะ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ถึงประเทศไทย ด้วยสกอร์ขาดลอย 5-1

ส่วน ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ก็มีภาพการซ้อมภายใต้ชุดยูนิฟอร์มแปลกตาตามสไตล์เมืองหนาวแห่งเอเชียออกมาให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงกันบ้างแล้วด้วย

“มันเป็นยุคที่พ่อค้าแข้งจากไทย กลายเป็นสินค้าส่งออกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพในลีกญี่ปุ่น ซึ่งถึงแม้จะยังมีจำนวนไม่มากนัก เพียงแค่ 3 คนต่อปี แต่นี่ก็ถือว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมที่จะสานต่อให้มีนักเตะไทย กระจายตัวอยู่ในลีกชั้นนำของเอเชีย ในอนาคต”

และหวังว่า จะไม่หยุดแค่นี้
นักเตะของเราจะต้องก้าวข้ามกำแพงไทยลีก ออกไปผจญลีกที่แข็งแกร่งขึ้น ให้มากกว่านี้
มากกว่าแค่ 1 คน 2 คน หรือ 3 คนอย่างในปีนี้

ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดที่จะสร้างความน่าเชื่อถือ และสร้างความเชื่อใจในความสามารถของนักเตะไทย ก็คือ “คนที่อยู่ต้องโชว์ของออกมาให้มากที่สุด”

ฉะนั้น ก็ต้องขอบอกว่า

สู้ๆ เว้ย เจ สู้ๆ เว้ย อุ้ม สู้ๆ เว้ย นิว….

 

“จอน”

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports