แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประตูขึ้นนำเร็วตั้งแต่ช่วง 10 นาทีแรก จากจังหวะผิดพลาดของ เลสเตอร์ ซิตี้ ทางด้าน ปอล ป็อกบา จ่ายบอลต่อไปให้กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงเข้าไปเป็นประตูโทนในเกมนี้ ช่วยทีมชนะ 1-0

AP Photo/Rui Vieira

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 25 คู่ระหว่าง “จิ้งจอกสยาม”เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยวันนี้ เจ้าบ้านจิ้งจอกสยามมาในระบ 4-5-1 ผู้เล่นใหม่อย่าง ยูริ ติเลอม็องส์ ยังไม่ได้รับโอกาสลงเป็นตัวจริง ส่งทางด้าน ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ลงสนามเป็นตัวจริง ส่วนทางด้าน ปีศาจแดง มาในระบบ 4-5-1 โดยวันนี้มี ปอล ป็อกบา ลงสนามเป็นตัวจริง

เริ่มเกมมาในนาทีที่ 8 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสลุ้นทำเกมจากลูกโหม่งของ มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่บอลลอยข้ามคานออกไป

AP Photo/Rui Vieira

 Goal!!!!! นาทีที่ 9 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาศัยจังหวะผิดพลาดจาก ริคาร์โด้ เปเรร่า จ่ายบอลพลาดไปเข้าทาง ปอล ป็อกบา กระดกไปให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด เอาบอลลงและยิงเข้าไปพาทีมขึ้นนำไปก่อน 1-0

นาทีที่ 25 เลสเตอร์ ซิตี้ มีจังหวะจบจากลูกที เจมส์ แมดดิสัน พาบอลมาหน้าบริเวณกรอบเขตโทษเห็นช่องและลองยิงแต่บอลไปเข้าซองของ ดาบิด เด เคอา

นาทีที่ 26 เดมาราย เกรย์ พาบอลมาทางฝั่งซ้ายได้ยิงเต็มข้อ แต่บอลไปติดทางศรีษะของ เอริค ไบญี่ สกัดออกไปได้

AP Photo/Rui Vieira

นาทีที่ 38 เจมส์ แมดดิสัน เปิดลูกเตะมุมมาให้ทาง จอนนี่ อีแวนส์ ขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มแฉลบออกหลังไป

นาทีที่ 43 เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ฟรีคิก เจมส์ แมดดิสัน เปิดเข้าไปถูกสกัดออกมาบอลเข้าทาง น็องปาลีส เมนดี้ ไหลใส่พานไปให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ได้ยิงปั่นโค้งๆ แต่บอลหลุดออกหลังไป

นาทีที่ 45 เลสเตอร์ ซิตี้ เสียบอลกันกลางสนามอีกครั้ง ไปเข้าทาง มาร์คัส แรชฟอร์ด พาบอลเลี้ยงจี้ขึ้นมาแล้วยิงไปเข้ามือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

AP Photo/Rui Vieira

เริ่มเกมมาในช่วงครึ่งหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ โหมบุกใส่ทีมเยือน โดย เจมส์ แมดดิสัน เลี้ยงฝ่าแผงหลังยูไนเต็ดไปทางฝั่งขวาและยิงไปเข้าหน้าต่างของปีศาจแดง

นาทีที่ 58 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำเกมขึ้นมาอย่างดุดันต่อบอลไปา สุดท้าย มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้จบแต่บอลไม่เข้ากรอบ

นาทีที่ 59 เนมานย่า มาติช ทำฟาวล์ เจมี่ วาร์ดี้ หน้ากรอบเขตโทษ และเป็น เจมส์ แมดดิสัน รับหน้าที่สังหารบอลไปติดกำแพงลอยมาเข้าทาง เจมี่ วาร์ดี้ หวดวอลเลย์เต็มๆ ดาบิด เด เคอา รับเอาไว้บอลกระฉอกแต่ตามไปคว้าได้ทัน

AP Photo/Rui Vieira

🔼🔽 นาทีที่ 61 เลสเตอร์ ซิตี้ เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรกส่ง ราชิด เกซซาล ลงมาแทน เจมส์ แมดดิสัน ท่ามกลางเสียงโห่ของแฟนเจ้าบ้าน

🔼🔽 นาทีที่ 66 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรกส่ง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงมาเล่นแทน อเล็กซิส ซานเชซ

🔼🔽 นาทีที่ 73 เลสเตอร์ ซิตี้ ส่งผู้เล่นคนที่สอง ส่งเอา ชินจิ โอกาซากิ ลงมาแทน เดมาราย เกรย์

นาทีที่ 76 จากจังหวะฟรีคิกของ เลสเตอร์ ซิตี้ ราชิด เกซซาล รับหน้าที่ยิงบอลพุ่งแรง ดาบิด เด เคอา ต้องบินไปปัดทิ้งออกไป เลสเตอร์ ได้เพียงรูปเตะมุม

AP Photo/Rui Vieira

🔼🔽 นาทีที่ 77 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนผู้เล่นคนที่สองส่งเอา โรเมลู ลูกากู ลงมาแทน มาร์คัส แรชฟอร์ด

นาทีที่ 80 จากจังหวะฟรีคิกของเลสเตอร์ ราชิด เกซซาล เปิดบอลมาให้กับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ โขกชงไปให้ทาง จอนนี่ อีแวนส์ ได้ยิงแต่เตะวืดพลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดาย

🔼🔽 นาทีที่ 83 เลสเตอร์ ซิตี้ ส่งผู้เล่นคนสุดท้าย ส่ง เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ลงมาแทน น็องปาลีส เมนดี้ ที่โดนใบเหลืองแก่ๆ

นาทีที่ 86 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำเกมขึ้นมาไหลให้ โรเมลู ลูกากู ได้ยิงเสาแรกแต่ไม่ผ่านมือของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล พุ่งตัวปัดทิ้งไปได้

AP Photo/Rui Vieira

นาทีที่ 87 เลสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสลุ้นจากจังหวะที่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ พาบอลหลุดมาทางซ้าย เปิดกลับไปให้ เจมี่ วาร์ดี้ ยิงด้วยซ้ายแต่เบาไปเข้ามือ ดาบิด เด เคอา

🔼🔽 นาทีที่ 88 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย ส่งเอา ฟิล โจนส์ ลงมาแทน เจสซี่ ลินการ์ด

นาทีที่ 90+3 เลสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสลุ้นจากลูกเปิดของ ราชิด เกซซาล มาเข้าทาง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ได้วอลเลย์แต่บอลออกหลังไป

ทดเวลาการแข่งขันในครึ่งหลัง 4 นาที และไม่มีประตูเพิ่มจบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 รักษาสถิติไม่แพ้ใคร 10 นัดติดต่อกันในทุกถ้วยทุกรายการ

AP Photo/Rui Vieira

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีม

เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, ริคาร์โด้ เปเรยร่า, จอนนี่ อีแวนส์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, เบน ชิลเวลล์, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์, วิลฟรีด เอ็นดีดี้, น็องปาลีส เมนดี้ (เคเลชี่ อิเฮียนาโช่, น.83), เดมาราย เกรย์ (ชินจิ โอกาซากิ น.73), เจมี่ วาร์ดี้, เจมส์ แมดดิสัน (ราชิด เกซซาล, น.61)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, แอชลี่ย์ ยัง, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, เอริค ไบญี่, ลุค ชอว์, อันเดร์ เอร์เรร่า, เนมานย่า มาติช, เจสซี่ ลินการ์ด, ปอล ป็อกบา, อเล็กซิส ซานเชซ (อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล น.66), มาร์คัส แรชฟอร์ด (โรเมลู ลูกากู น.77)

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019


อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports