แค่ทัวร์นาเม้นต์แรกในระดับอาเซียนของ อเล็กซานเดร กาม่า เฮดโค้ชชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ของทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอล ยู-22 ชิงแชมป์อาเซียน 2019 ที่ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 17-26 กุมภาพันธ์ ก็มีเรื่องให้ปวดหัวกันยกใหญ่

 

 

ไล่ตั้งแต่การที่สมาคมฟุตบอลของประเทศเกาหลีใต้ แจ้งขอยกเลิกส่งทีมชุด ยู-22 เดินทางมาอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทย ชุด ยู-22 ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ที่สนาม ลีโอ สเตเดี้ยม เนื่องจาก เหตุผลด้านการจัดการภายใน ทำให้ต้องปรับตารางการเก็บตัว และเดินทางกลับก่อนกำหนด ทำให้สต๊าฟโค้ชของทีมได้ขอยกเลิกแมตช์ดังกล่าว

ก็ไม่รู้ว่า จริงๆ แล้ว เป็นการกลัวปัญหาฝุ่นพิษอย่างที่มีการลือกันหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือ จะไม่มีเกมอุ่นเครื่องดังกล่าวแล้วแน่นอน ทำให้เหลือเกมอุ่นก่อนทัวร์นาเม้นต์ ยู-22 ชิงแชมป์อาเซียน 2019 แค่เพียงนัดเดียว นั่นคือเกมพบกับ เมโจว ฮากก้า เอฟซี ทีมจาก ไชนีส ลีก วัน ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562

เกมอุ่นเครื่องลดลง นั่นคือปัญหาแรก ปัญหาต่อมา คือ การที่ตัวผู้เล่นที่เรียกมาดันถอนตัวกันระนาว โดยหลังจากที่ กาม่า เรียกตัวในรอบแรกทั้งหมด 38 คน ซึ่งเป็นขอบเขตของตัวผู้เล่นที่เขาวางเอาไว้ใช้งานยาวๆ เพื่อหวังผลลัพธ์สูงสุด แต่กลับมีการถอนตัวถึง 25 คน ซึ่งเหตุผลก็เมคเซ้นส์นะ เพราะไทยลีกกำลังจะเปิดแล้วในอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้า ตัวผู้เล่นที่เป็นตัวหลักของสโมสร ใครจะปล่อยมาเล่น

รายชื่อนักเตะแม่เหล็กของทีมชุดนี้อย่าง ศุภณัฎฐ์ เหมือนตา, สิทธิโชค ภาโส, ศุภชัย ใจเด็ด, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, เอกนิษฐ์ ปัญญา, สหรัฐ สนธิสวัสดิ์, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, รัตนากร ใหม่คามิ, สุภโชค สารชาติ, เควิน ดีรมรัมย์, จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ และชินภัทร ลีเอาะ จึงกลายเป็นหมันบนแผนการเล่นที่ กาม่า คาดหวังจะได้ใช้งาน

ปัญหาเหล่านี้ เป็นปัญหาที่ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก กับเกมอุ่นเครื่อง หรือทัวร์นาเม้นต์เล็กน้อยที่อยู่ดีๆ ก็ผุดขึ้นมา เช่น ยู-22 ชิงแชมป์อาเซียน ที่อยู่ดีๆ ก็กลับมาจัดครั้งแรกในรอบ 14 ปี (จัดครั้งแรกเมื่อปี 2005 แล้วก็หายไปยาวเลย)

เห็นแล้วก็คิดไปถึงทัวร์นาเม้นต์อุ่นเครื่องที่ประเทศเมียนมา ของทีมชุดเตรียมลุยศึกเอเชียนเกมส์ 2018 เมื่อกลางปีที่แล้ว ซึ่งสุดท้าย “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ ต้องจำใจเรียกนักเตะชุดสามก็ว่าได้ โดยเป็นชุดผสมที่แทบไม่ได้ใช้งานจริงในศึกเอเชี่ยนเกมส์เลยด้วยซ้ำ

เราจะจัดการกับเรื่องเหล่านี้อย่างไรดี!

จัดการเรื่องการบริหาร

อันที่จริง รายการ เอเอฟเอฟ ยู-22 แชมเปี้ยนชิพ 2019 นี้ ถูกมองว่าเป็นรายการ “จัดแทรก” ขึ้นมา เพื่อซัพพอร์พให้ประเทศที่ยังมีฟุตบอลลีกไม่แข็งแกร่ง และเด็กอายุไม่เกิน 22 ปี แทบไม่มีเกมเล่น ได้มีทัวร์นาเม้นต์แข่งขัน เพื่อให้ได้เตรียมตัวสู่การแข่งขัน ฟุตบอล ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 รอบคัดเลือก ในเดือนหน้า

และท้ายที่สุด ทีมที่ควรจะได้รับประโยชน์จากรายการนี้ ก็ดันแห่ถอนตัวไปกันอีก ทั้งบรูไน, ลาว และ สิงคโปร์ ทำให้เหลือเพียงแค่ 8 ชาติเท่านั้น ที่จะเดินทางไปประเทศกัมพูชา

ซึ่งเอาจริงๆ ประเทศไทย มีลีกที่ค่อนข้างแข็งแกร่งกว่าชาติอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่แล้ว และเด็กอายุไม่เกิน 23 ปี นั้น ก็ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องในไทยลีก ซึ่งผมก็ไม่สนับสนุนให้เลื่อนเกมไทยลีกออกไปอยู่แล้ว เพราะนอกจากรายการนี้จะไม่ได้สำคัญมากมายแล้ว เรายังมีรายการออฟฟิเชี่ยล เพื่อใช้เตรียมทีมระยะยาวอยู่แล้วอีก 2 รายการเป็นอย่างน้อยให้กับเด็กชุดนี้ ทั้ง ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ที่เราได้สิทธิ์เข้ารอบสุดท้ายแน่นอน เพราะเป็นเจ้าภาพในรอบสุดท้ายของศึก ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 ปีหน้า แถมปลายปีก็มีการแข่งขันฟุตบอลในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ด้วย ผมจึงมีความคิดที่อยากจะให้มีความตั้งใจในการส่งชุดที่เล็กกว่า “ไปแบกอายุ” เลยครับ

เอาชุด ยู-18 ที่เตรียมแข่ง ยู-18 ชิงแชมป์อาเซียน และรอบคัดเลือก ยู-19 ชิงแชมป์เอเชียในปีนี้ ไปแข่งเลยครับ ผมว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อตัวนักเตะมากกว่า โดยอาจจะผสมชุดอายุ 20-21 ปีบ้าง เพื่อทดลองตัวว่าดีพอแค่ไหน

ไม่เช่นนั้น สุดท้ายเราก็ต้องส่งทีมแบบกั๊กอายุแบบนี้ไปอีกอยู่ร่ำไป

จัดการเรื่องนักเตะ

ตารางเวลาการแข่งขันของไทยลีกก็ออกมาสักพักแล้วว่าจะเริ่มต้นแข่งขันในช่วงวันเดือนปีไหน และรายการ ยู-22 ชิงแชมป์อาเซียน 2019 เอง ก็มีโปรแกรมออกมาสักพักแล้วเหมือนกัน (แม้จะเปลี่ยนแปลงบ้าง เนื่องจากมีทีมถอนตัว)

ฉะนั้น ผมจึงเชื่อว่า เราสามารถจัดการเรื่องขอบเขตในการเรียกตัวนักเตะได้ก่อนล่วงหน้าว่า จะใช้ชุดไหน และเมื่อรู้อยู่แล้วว่า เราไม่สามารถใช้ชุดเอบวกในทัวร์นาเมhนต์นี้ได้ เราก็ควรมีแผนสำรองไปเลย ดีกว่าต้องมาดูว่า ถอนกี่คน แล้วจะเรียกมาเพิ่มกี่คน

จัดการเรื่องความคิด และเป้าหมาย

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป้าหมายและความคาดหวังของแฟนบอล ในการลงเล่นทัวร์นาเม้นต์ใดก็ตาม และรุ่นอายุไหนก็ตาม บนแผ่นดินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทุกคนมองไปถึงสิ่งที่เรียกว่า “แชมเปี้ยนเท่านั้น”

แต่ในทางกลับกัน หากมองการพัฒนาระยะยาวแล้ว บางครั้ง เราอาจจะต้องเปลี่ยนความคิด และเป้าหมายบ้าง โดยละเว้นการมุ่งเป้าไปที่การเป็นแชมป์อย่างเดียว และหันกลับมามองว่า แต่ละทัวร์นาเม้นต์ขนาดเล็ก เราจะได้อะไรกลับมา นอกจากแค่ถ้วยรางวัล

ประสบการณ์, การได้ทดลองตัวผู้เล่น, การได้ทดลองระบบ, การที่เด็กจะได้ลงสนามแบบแบกอายุ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งแวดล้อมที่มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้เท่ากับการเป็นแชมป์ แต่เป็นบันไดที่จะต่อยอดให้มีการพัฒนา

เพราะบางครั้ง ไม่เห็น ไม่ได้แปลว่า ไม่มี….

“จอน”

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports