หากย้อนกลับไปเมื่อสักราวทศวรรษที่ผ่านมา หรือแม้กระทั่ง 5 ปีที่แล้ว เรายังไม่มีนักเตะไทยคนไหนที่สามารถยกระดับฝีเท้า ก้าวข้าม “Confort Zone” เพื่อออกไปค้าแข้งในเวทีเจลีกได้แม้แต่คนเดียว

ทุกอย่างดูไกลเกินไขว่คว้า…
“เจลีก” คือฝันที่ “ยากเกินไป” สำหรับนักเตะไทย
หรือมาตรฐานลูกหนังแดนสยาม ยังมิอาจทัดเทียม หรือเทียบเคียงกับฟุตบอลญี่ปุ่นได้

 

TrueID / Supanat Charoenrat

 

สารพัดความคิดเหล่านี้ ล้วนแต่กลายเป็น “กำแพง” ที่ตั้งตระหง่านยืนขวางทางปิดกั้นไม่ให้นักเตะไทยผ่านพ้นไปง่ายๆ หลายคนคิดว่าการออกไปค้าแข้งยังต่างประเทศ คืออันตรายที่อาจทำลายชีวิตการเล่นฟุตบอล… นี่คือกรอบความคิดชุดหนึ่งของนักเตะบางส่วน

ดูเหมือนว่าจากกำแพงยักษ์ที่ว่ายากแก่การข้าม ตอนนี้ได้พัฒนากลายเป็น “กับดักทางความคิด” ไปซะแล้ว

แต่ด้วยกฎของธรรมชาติ พวกเขามักจะผลักดันให้มนุษย์ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองอยู่เสมอ มันคือสัญชาตญาณที่ขับเคลื่อนให้มนุษย์พัฒนา และคงไว้ซึ่งอารยธรรมของตัวเองได้… ฟุตบอลไทยก็เช่นกัน

ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา และธีราทร บุญมาทัน คือสามแข้งจากลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาชุดแรกที่เข้าไปสร้างชื่อกระฉ่อนในแดนปลาดิบ ความมุ่งมั่น ผลงาน ความสามารถ และวินัย ได้กลายเป็นใบเบิกทางชั้นดีที่ทำให้นักฟุตบอลไทยมีพื้นที่ในเวทีลูกหนังที่ว่ากันว่าดีที่สุดในเอเชีย แต่ด้วยมาตรฐานที่สูงลิบ การจะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย คุณต้องมี “ความฝัน” เป็นตัวนำ ฝันที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็นในฐานะนักเตะไทยที่ออกมาค้าแข้งยังต่างแดน…

วันนี้ผมมีโอกาสดีที่จะได้พบปะพูดคุยกับอีกหนึ่งมิดฟิลด์ระดับแถวหน้าของเมืองไทย ผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวบนเส้นทางสายลูกหนังมาอย่างโชกโชน การประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย อาการบาดเจ็บหนัก ความผิดหวัง น้ำตา ความกดดันในฐานะการเป็นลูกชายตำนานทีมชาติ สู่การคืนฟอร์มพาทีมจากเมืองเหนือกวาดโทรฟี่แชมป์ พร้อมรับบทบาทตัวคุมเกมที่ดีที่สุดของทีมชาติไทยในยุคนี้ การร่วงตกชั้นกับต้นสังกัดยักษ์ใหญ่แบบพลิกความคาดหมาย เสียงวิจารณ์ที่ถาโถมเข้าใส่อย่างหนักทั้งใน และนอกสนาม กระทั่งทะยานขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งนักเตะไทยในเวทีเจลีก ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้สีเสื้อ โออิตะ ทรินิตะ ที่กลับคืนสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง นับตั้งแต่ปี 2013 บวกกับการจะได้ลงเล่นในรังเหย้าที่เคยผ่านเวทีฟุตบอลโลก 2002 มาแล้วอย่าง “โออิตะ แบงค์ โดม” (โออิตะ บิ๊ก อายส์ สเตเดี้ยม)

คอนนิจิวะ “ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์”

TrueID / Supanat Charoenrat

มาไกลเพราะ “ความฝัน” & “ความอดทน”

ทีมงาน TrueID Sports และนิวนัดเจอกันที่ Bellesalle Tokyo NIhonbashi ใจกลางกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวศึกเมจิ ยาสุดะ เจลีก ฤดูกาล 2019 ภายใต้ชื่องาน 2019 J.LEAGUE Kickoff Conference แม้นี่จะเป็นการเดินทางมาร่วมงานดังกล่าวเป็นครั้งที่สอง แต่วันนี้ สิ่งหนึ่งที่ผมกับนิวต่างมีคล้ายๆ กันนั่นก็คือ “ความตื่นเต้น” ที่กำลังจะได้เป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมลูกหนังที่มีมาตรฐานสูงที่สุดในเอเชียอย่าง เจลีก

ในบรรยากาศที่พูดคุยกันอย่างสบายๆ นิว ยืนยันกับผม และทีมงานตั้งแต่ต้นว่า “ความฝัน” และ “ความอดทน” คือสองกุญแจสำคัญที่ทำให้เจ้าตัวเดินทางมาถึงจุดนี้ได้

“ผมเองฝันมาตลอดครับว่าอยากจะมาค้าแข้งต่างประเทศให้ได้สักครั้งในชีวิต ก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่ามันจะเกิดขึ้นจริง วันนี้มันเหมือนฝันเลยนะ (ยิ้ม) เพราะว่าผมกำลังจะเดินทางไปร่วมงานแถลงข่าวเจลีก 2019 ในแง่ความรู้สึก ณ วินาทีนี้ ก็คงดีใจมากๆ ที่ตัวเองสามารถทำตามความฝันที่วางไว้ได้สำเร็จ”

“แต่จริงๆ แล้วความสำเร็จครั้งนี้ยังมีอีกหลายๆ คนที่เป็นเบื้องหลังคอยสนับสนุน ผลักดัน ให้กำลังใจ เช่นเดียวกับสโมสรโออิตะ ทรินิตะ ที่มอบเชื่อมั่นในตัวผม ต่อจากนี้ไปคงเป็นการบ้านของผมเองที่จะต้องทำทุกย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่า ผมดีพอกับการลงเล่นให้กับสโมสรในฐานะนักเตะตัวหลัก และพาทีมไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ นั่นคือการรอดตกชั้น”

“ประเทศญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ทำให้ผมได้พบเจอกับวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่ต่างจากประเทศไทยโดยสิ้นเชิงไม่ว่าจะเป็น ระเบียบวินัย กฎ หรือเพื่อนร่วมทีม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับผมมากในการมาค้าแข้งต่างแดนฤดูกาลแรก”

TrueID / Supanat Charoenrat

คำแนะนำจาก เจ & อุ้ม

“ผมพยายามติดต่อกับทั้ง 2 คน (เจ และ อุ้ม) มาบ้างแล้ว ก่อนที่ผมจะรู้ข่าวว่าต้องมาเล่นที่ญี่ปุ่น หลักๆ ก็คงจะเป็นวิชาชีวิตเบื้องต้น อย่างเรื่องการใช้ชีวิต ภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้นที่มันต้องนำมาใช้จริงๆ ตลอดจนการฝึกซ้อม ในช่วงแรกๆ ที่ผมมาอยู่กับทีม ผมยังโทรศัพท์หา  เจ (ชนาธิป) อยู่เลยว่า เจ ทำไมที่นี่ซ้อมหนักจังวะ (หัวเราะ) เจ ก็บอกผมว่า กูบอกมึงแล้วว่าที่นี่เขาซ้อมกันหนัก จริงจัง และเต็มที่ในทุกๆ ครั้ง ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วครับว่าที่ ญี่ปุ่น เค้าซ้อมหนักกว่าที่ ไทย มากจริงๆ”

เจลีก ที่สุดของความเป็น “มืออาชีพ”

ขึ้นชื่อว่าเป็น “Made in Japan” ย่อมการันตีได้ว่า สิ่งๆ นั้นต้องมีมาตรฐานที่สูง ดี และมีคุณภาพ ลีกฟุตบอลของ ญี่ปุ่น ก็เช่นเดียวกัน ความสำเร็จของทีมชาติญี่ปุ่น – นักเตะญี่ปุ่นในเวทีระดับทวีป หรือระดับโลก ล้วนแต่มีรากฐาน และเป็นผลพวงสำคัญมาจากความเป็นมืออาชีพของ เจลีก ทั้งสิ้น

“แม้ผมจะเดินทางมาอยู่กับ โออิตะ ทรินิตะ ได้ไม่นาน แต่เราสัมผัสได้ถึงความเป็นมืออาชีพที่ต่างกับบ้านเราแบบคนละขั้วเลยครับ เพราะที่นี่ระเบียบวินัยคือ เป๊ะมาก อย่างเรื่องการนัดประชุมทีม ทุกคนจะต้องมารอ ณ ที่ประชุมกันก่อนอย่างน้อย 5 นาที ส่วนเรื่องการฝึกซ้อม พวกเราจะต้องมารอก่อนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ผมเองยอมรับว่าก็ต้องปรับตัวเยอะเหมือนกัน เพราะตอนอยู่ที่ประเทศไทยอาจจะไม่ได้เคร่งเท่านี้ แต่พอได้มาอยู่ที่นี่เราต้องทำตามกฎระเบียบของเขา”

“ผมพยายามทุกวิถีทางเพื่อซึมซับในกฎระเบียบพวกนี้ มันเป็นความตั้งใจส่วนตัวของผมอยู่แล้วที่อยากจะเก็บรายละเอียดดีๆ เหล่านี้ไปบอกกับรุ่นน้องต่อไปว่า ถ้าเราอยากพัฒนาให้เทียบเท่า หรือใกล้เคียงกับเขา เราต้องมีระเบียบวินัยก่อน”

TrueID / Supanat Charoenrat

บทบาทของ ฐิติพันธ์ ในสีเสื้อ โออิตะ ทรินิตะ

แฟนบอลไทยต่างรู้ดีว่า นิว นั้นมีจุดเด่นในเรื่องของพละกำลัง ความฟิต และเซ้นส์บอลที่รู้ว่าควรพาตัวเองไปอยู่ตรงจุดไหน ณ เวลาใด กับบทบาทที่ โออิตะ เจ้าตัวเผยว่าตำแหน่ง “มิดฟิลด์ตัวเชื่อมเกม” คือสิ่งที่ทางสต๊าฟได้วางไว้ให้ และเชื่อว่านี่คือบทบาทที่เหมาะสมกับ นิว มากที่สุด

“จริงๆ ผมยังได้เล่นในตำแหน่งกองกลางเหมือนเดิม โดยมีหน้าที่หลักก็คือ การเชื่อมเกม แต่อาจไม่ได้วิ่งเยอะเท่าที่ไทย ที่ โออิตะ ถือว่ามีรูปแบบการเล่นค่อนข้างเป็นระบบกว่าบ้านเรา และมีแบบแผนที่ซับซ้อนมากขึ้น ในช่วงแรกผมค่อนข้างสับสนกับการเล่นของตัวเองอยู่เหมือนกัน แต่พอมาอยู่ได้ 2 อาทิตย์ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองสามารถปรับตัวได้มากขึ้น บวกกับทางเฮดโค้ช และสต๊าฟเองได้เข้ามาติวเข้มว่าผมต้องเล่นแบบไหน ทำให้ผมปรับตัวได้เร็วกว่าที่คิดไว้”

ชีวิตค้าแข้งในแดนปลาดิบ ต้องมีสมาธิ และจดจ่ออยู่กับ “ฟุตบอล” เท่านั้น

“การที่ได้มาอยู่ที่ญี่ปุ่นคนเดียว ทำให้ผมเองโฟกัสที่ฟุตบอลได้เต็มที่ แต่ก็เป็นโชคดีของผมนะครับที่มีล่ามมาอยู่เป็นเพื่อนด้วย ไม่อย่างนั้นผมคงเหงาแย่ (หัวเราะ) ถือว่าดีครับที่อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนคุยด้วย ส่วนเรื่องฟุตบอล แน่นอนว่าการเดินทางครั้งนี้มันคือการเดินทางมาทำงาน มาเล่นฟุตบอลจริงๆ สมาธิ ความจดจ่อ ความสนใจของผมทั้งหมดมันมุ่งตรงไปที่ฟุตบอลเพียวๆ ตั้งแต่การฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ หลังโภชนาการ ผมเองได้รับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์จริงๆ รวมถึงการพักผ่อนอย่างเต็มที่เพื่อให้ร่างกายคืนสภาพโดยเร็วที่สุด ปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ดีที่เราได้มาใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น”

TrueID / Supanat Charoenrat

อย่าหลงระเริงกับความสำเร็จ

นอกจากฝีเท้าอันอุกอาจแล้ว นิว เป็นอีกหนึ่งเคสตัวอย่างที่น่าสนใจมากในแง่ของ “หัวจิตหัวใจอันแข็งแกร่ง” ด้วยความที่มิดฟิลด์รายนี้ เคยประสบความสำเร็จเร็วมากๆ ตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเตะเยาวชน ก่อนจะต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บหนักจนเกือบจะพรากเอาอนาคตการค้าแข้งอันสดใสไปด้วย แม้โลก ณ ขณะนั้นจะหมองหม่นเพียงใด แต่สุดท้ายนิวก็สามารถผงาดกลับมาเป็นนักฟุตบอลแถวหน้าระดับประเทศได้อีกครั้ง แถมยังมาไกลถึงการมาค้าแข้งในเจลีกอีกด้วย

“จริงๆ แล้วบ้านเรามีนักเตะเก่งๆ เยอะมากครับ ผมเองถือว่าโชคดีที่มีโอกาสดีๆ แบบนี้เข้ามา ชีวิตการค้าแข้งของผมอาจประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วตั้งแต่อายุยังน้อยก็จริง แต่เราห้ามหลงระเริงเด็ดขาดว่าเราอยู่บนจุดสูงสุดแล้ว และต้องอย่าลืมว่าการเล่นฟุตบอลเราต้องเข้าปะทะ ซึ่งอาจทำให้เราพบเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บ มันมีหลายๆ อย่างที่ทั้งเดาได้ และไม่ได้ บางคนอาจจะกลับมาแล้วฟอร์มดีขึ้น หรือบางคนอาจจะหาฟอร์มเก่งของตัวเองไม่เจออีกเลย คนเก่งต้องพยายามรักษามาตรฐานของตัวเองให้ได้ตลอดเวลา อย่าคิดว่าเราเก่งแล้วเราพอแล้ว ถ้าวันดีคืนดีฟอร์มของเราตกขึ้นมาจะไม่มีใครยอมรับเราเลย มันเลยเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพนะ”

“หลังจากที่หายจากอาการบาดเจ็บ ผมพยายามฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้ตัวเองมีความพัฒนาทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ ผมโฟกัสไปแค่การทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ผลลัพธ์ของความพยายามทำให้ผมได้กลับมาติดทีมชาติไทยอีกครั้ง และที่สำคัญมันทำให้ผมได้ทำตามความฝันกับการค้าแข้งในต่างแดนอย่าง เจลีก ได้สำเร็จ”

TrueID / Supanat Charoenrat

ความคาดหวังใน “เจลีก 2019” ของ ฐิติพันธ์

“จริงๆ คือ ผมอยากจะมาพัฒนาตัวเองในเจลีก ก็อยากได้รับโอกาสจากโค้ช อยากเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของโค้ชเลือกใช้งาน ผมพยายามเต็มที่ในทุกๆ การฝึกซ้อมเพื่อทำให้ผลงานมันออกมาดีที่สุด ก็หวังว่าความทุ่มเทในทุกๆ อย่างนี้ จะช่วยให้ผมมีโอกาสพาตัวเองไปติดอยู่ใน 11 ผู้เล่นตัวจริงของ โออิตะ ทรินิตะ”

“แน่นอนว่าเป้าหมายของทีมในปีนี้คือ การอยู่รอดในเจลีกต่อไปให้ได้ แต่นอกเหนือจากเป้าหมายหลัก ส่วนตัวผมอยากทำให้ได้มากกว่านั้นคือ การพา โออิตะ ทรินิตะ จบอันดับที่ดีที่สุดในเจลีก 1 จากที่ทีมเคยทำได้ (อันดับ 4 ในปี 2008)

TrueID / Supanat Charoenrat

4+4 = เลขนำโชคของ “นิว”

“หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าทำไมผมถึงเลือกเบอร์ 44 คือโดยส่วนตัวผมเป็นคนชอบเบอร์ 8 ตั้งแต่ที่ผมเปลี่ยนมาใส่เบอร์ 8 ผมรู้สึกว่าฟอร์มการเล่นของผมดีขึ้น เรียกว่าเป็น ลัคกี้นัมเบอร์ของผมก็ได้ แต่ที่ โออิตะฯ เสื้อหมายเลข 8 นั้นมีคนใส่ไปแล้ว (ทาคุระ มารุทานิ) ผมเลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นเอาเลขอะไรก็ได้ที่รวมกันแล้วได้ 8 ซึ่งก็เหลือเบอร์ 44 ที่รวมกันแล้วได้ 8 และยังเป็นเบอร์ที่ว่างอยู่ ผมจึงตัดสินใจเลือกเบอร์นี้ ก็หวังว่า 44 จะเป็นอีกหนึ่งหมายเลขนำโชคของผมใน เจลีก ซีซั่นแรกในชีวิตผมครับ”

เหลือเชื่อว่าเมื่อมาถึงตรงนี้ นิว เพิ่งจะอายุเพียงแค่ 25 ปีเท่านั้น… ถือเป็นเบญจเพสที่เต็มไปด้วยจุดเปลี่ยนที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง ผมได้แต่หวัง และเอาใจช่วยให้เจ้าตัวประสบความสำเร็จกับเส้นทางฝันอันยิ่งใหญ่อย่างการออกมาค้าแข้งยังลีกฟุตบอลที่ดี และมีมาตรฐานสูงที่สุดในเอเชียอย่าง เจลีก เพื่อที่ความสำเร็จ บวกกับการต่อสู้ของ นิว ในวันนี้ จะได้เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ ที่สำคัญ และปลุกไฟความมุ่งมั่นให้กับแข้งเยาวชนไทยอีกหลายหมื่นหลายแสนคนที่มีความฝันเช่นนี้

ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร เรารู้แค่ว่า เราต้องลงมือทำ มุ่งมั่น และตั้งใจเพื่อไปให้ถึงฝัน เหมือนกับที่ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ลงมือทำอยู่…

ชีวิตที่ โออิตะ ทรินิตะ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีกับในชีวิตต่างแดนของ นิว อย่างแน่นอน พี่มั่นใจ เพราะความฝัน และความอดทน ไม่เคยทำร้ายคนที่รัก หรือตั้งใจกับมันจริงๆ

“บก.เก้น”

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports