ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีแรงสั่นสะเทือนพอสมควรจากแฟนบอลของสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รวมถึงแฟนบอลไทยทั้งหมดที่คาดหวังเอาไว้สูงกับทีม “แข้งเทพ” หากเทียบกับการลงทุนที่เกิดขึ้น เพื่อแปลงร่าง “บียู เวอร์ชั่น 2019” ให้ “มาแน่” อย่างใจหวัง

แต่ท้ายที่สุด กลับเป็นช่วงเวลา “บีฟอร์ วาเลนไทน์ 2019” ของสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ก็ดูไม่จืดเอาซะเลย เมื่อทีมรองแชมป์ไทยลีก 2018 ต้องกระเด็นตกรอบคัดเลือก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019 ตั้งแต่รอบที่สอง หลังเปิดบ้าน “ทรู สเตเดี้ยม” พ่าย ฮานอย เอฟซี อาคันตุกะจากลีกเวียดนาม ด้วยสกอร์ 0-1 โดยเสียจุดโทษช่วงท้ายเกม ต่อหน้าแฟนบอลบน ทรู แสตนด์ กว่า 5,300 คน

“คาดหวังมาก ก็ผิดหวังมาก และเจ็บช้ำมาก เป็นเรื่องปกติ”

ภาพจำยังชัดเจน เช่น 2 ปีที่แล้ว ที่ “แข้งเทพ” ข้ามไม่ได้แม้กระทั่งทีมจากดินแดนอาเซียนด้วยกัน โดยเมื่อปี 2017 พวกเขาก็แพ้คาบ้านต่อ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม จากลีกมาเลเซีย ในรอบเดียวกันนี้ของศึก “เอซีแอล”

แต่นั่นมันเป็นเรื่องของอดีต เป็นเรื่องของวันวาน ที่หากไม่ลืม หรือไม่เดินหน้าต่อ ชีวิตก็คงได้แต่จมปลักอยู่กับความเศร้า และสิ้นหวัง ฉะนั้น หน้าที่ของ “แข้งเทพ” ในทุกภาคส่วน ทั้งผู้บริหารทีม, เฮ้ดโค้ช และผู้ช่วย, ทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ช, เหล่านักเตะ และแฟนบอลทุกคนต่อจากนี้ คือ การร่วมกันทำงานของตัวเองให้ดีที่สุดต่อไป

เหลือเวลาอีกไม่ถึงสัปดาห์ ก็จะเปิดฤดูกาล 2019 ซึ่งผมยังเชื่อว่า พวกเขายังอยู่ในฐานะทีมเต็งแชมป์ลำดับต้นๆ อยู่ เพราะด้วยขุมกำลังของทีมที่เต็มไปด้วยขุนพลระดับทีมชาติไทย และนักเตะต่างชาติที่มีผลงานชัดเจนในไทยลีกเมื่อปีที่ผ่านมา ทว่าการเป็นแชมป์ไทยลีกที่พวกเขาใฝ่ฝันมานานนั้น มันไม่ใช่แค่คุณเป็นตัวเต็ง และลงเล่นให้ครบตามโปรแกรมเท่านั้น แต่มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างมาประกอบ ไม่ใช่แค่มีนักเตะที่ดี ใช้เงินเสริมทัพมากมาย แล้วจะได้ในสิ่งที่ต้องการทันที

และนี่ คือ สิ่งที่พวกเขาต้องมี หากต้องการหยิบถ้วยแชมป์ไทยลีกมาประดับตู้โชว์สโมสรสักครั้ง

 

  • เกมรับต้องแน่นอน
TrueID / Phukrit Limpaphan

ใครๆ ก็รู้ว่า “มาโน่ โพลกิ้ง” เป็นกุนซือที่แสนซาดิสต์ เพราะมีปรัชญาการเล่นเกมรุกเป็นหลัก ถึงขนาดบุกแบบสุดขีดจนแทบไม่พะวงเกมรับเลย บ่อยครั้งที่เราต้องเห็นการส่งแนวรุกหรือกองกลาง ลงไปเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟด้วยซ้ำ จนกระทั่ง เมื่อเขาคาดหวังกับแชมป์ ความละเอียดในหมากก็ต้องมีมากขึ้น “แข้งเทพ” จึงมีการนำเข้าแนวรับฝีเท้าดีอย่าง มานูเอล ทอม เบียร์ห และ เอเวอร์ตัน เข้ามาในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ส่วนผู้รักษาประตู ก็ได้ ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด เข้ามา ซึ่งก็ทำให้ปีที่แล้ว ในศึกไทยลีก ซีซั่น 2018 พวกเขาเสียประตูไปเพียง 36 ลูก น้อยกว่า ซีซั่น 2017 ถึง 21 ประตู (เสียในเกมลีก ปี 2017 จำนวน 57 ประตู)

ทว่าปี 2019 การเข้ามาของ ทริสตอง โด และ พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา จากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ทำให้ “มาโน่ โพลกิ้ง” จัดการเปิดตำราเกมรุกเต็มสูบอีกครั้ง โดยเลือกใช้ระบบ 3-5-2 เพื่อให้ “โด&บาส” มีพื้นที่เล่นเกมรุกอย่างเต็มที่ แต่นั่นก็มาซึ่งความเสี่ยงในการโดนเจาะ

ผลเกมอุ่นเครื่องที่แพ้ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร 1-5 เป็นเสียงเตือนถึงช่องโหว่ในเกมรับเมื่อใช้ระบบ 3-5-2 แต่ เหมือนมาโน่กลับไม่ได้ยินเสียงเตือนนั้น เขายังคงใช้ระบบดังกล่าว เพื่อจัดการกับ ฮานอย เอฟซี และสุดท้าย ก็เป็น “แข้งเทพ” เอง ที่โดนจัดการในท้ายที่สุด

การกลับมาใช้กองหลังสี่คน โดยที่มีตัวช่วย “โด” กับ “บาส” บริเวณพื้นที่ทางกราบ ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง ที่ไม่ดื้อจนเกินไป เพราะทั้งบาส และ โด เอง ก็เป็นแบ็คที่เล่นในรูปแบบ “หลังสี่” มาเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะกับทีมชาติ หรือ สโมสร

 

  • กองกลางตัวรับธรรมชาติในทีมชีต
TrueID / Phukrit Limpaphan

แอนโทนี่ อำไพพิทักษ์วงศ์, ปกเกล้า อนันต์, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, สรรวัชญ์ เดชมิตร และ ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร คือ 5 มิดฟิลด์ตัวกลาง ที่ “บียู” มีอยู่ ณ ขณะนี้ ซึ่งมีเพียงคนเดียวจริงๆ ที่เป็นกองกลางตัวรับธรรมชาติ นั่นคือ “เจ้าปิง” ทศวรรษ

ทั้งนี้ ทั้ง 5 คนได้ลงสนามในเกมล่าสุด โดยที่ มาโน่ เลือกสามรายแรกลงสนามก่อนในแผงมิดฟิลด์ นั่นคือ แอนโทนี่, ปกเกล้า และ อานนท์ ก่อนจะมีการเปลี่ยน สรรวัชญ์ และ ทศวรรษ ลงมาในครึ่งหลัง

โอเคหล่ะว่า แอนโทนี่ มีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในการรับบทผึ้งงานที่เล่นดีจนน่ายกย่อง แต่เมื่อทีมเปลี่ยนมาใช้ระบบหลังสาม งานของเขาในการตัดเกมก็หนักขึ้น และในวันที่อะไรๆ ก็ไม่เป็นใจ ก็ทำให้ทีมต้องสุ่มเสี่ยงต่อการเสียประตูบ่อยครั้ง จากการโคเวอร์ไม่ครบทุกพื้นที่เกมรับตรงกลาง จนสุดท้าย มาโน่ ต้องเปลี่ยนให้ ทศวรรษ ลงมา

ปกเกล้า ก็เป็นมิดฟิลด์ตัวโฮลดิ้งบอล
อานนท์ ก็เป็นเพลย์เมกเกอร์ ในรูปแบบทะลุทะลวง
สรรวัชญ์ ก็เป็นมิดฟิลด์มันสมอง ถนัดจ่ายบอลแบบคิลเลอร์พาสส์ มากกว่าวิ่งไล่ตัดเกม

ฉะนั้น มองแล้ว ทรู แบงค็อกฯ ก็ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องนำเข้ามิดฟิลด์ตัวรับเข้ามาอีก 1 ราย เพื่อขันน็อตเกมรับในแดนกลางให้มากขึ้น แต่จะมีจริงไหม และจะเป็นใคร อันนี้ต้องอยู่ที่ฝ่ายแมวมอง, ทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ช และผู้บริหารซะแล้ว

 

  • วันเดอร์ต้องมหัศจรรย์ และ เนลสันต้องเป็นคนเดิม
TrueID / Phukrit Limpaphan

วันเดอร์ หลุยส์ กับ เนลสัน โบนีญ่า เป็นสูตรสำเร็จของหน้าคู่สไตล์ละตินอเมริกา ที่ มาโน่ คิดค้นเอาไว้ โดยให้แผงกองกลางเป็นชาวไทยล้วนๆ คอยป้อนบอลให้ ไล่จากซ้ายคือ บาส-พีระพัฒน์ จนไปถึงทางขวา นั่นคือ ทริสตอง โด

แต่เมื่อลงเล่นจริง ทั้งคู่กลับไม่ได้ฉายแววการเป็นสองกองหน้าจอมถล่มประตูได้อย่างที่คาดหวังเอาไว้ ทั้งที่ วานเดอร์ หลุยส์ เองก็มีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมกับทั้ง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด รวมถึงกับ แบงค็อก เมื่อซีซั่นที่แล้ว ที่ทำแอสซิสต์เยอะที่สุด 14 ครั้งร่วมกับ จอห์น บาจโจ้ ของสุโขทัย เอฟซี ส่วน เนลสัน โบนีญ่า ก็ไม่มีอะไรที่น่าสงสัยเลยในตัวเขา หลังจากกดไปถึง 25 ประตูเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกองหน้าที่ไม่ใช่ชาวบราซิลที่ยิงเยอะที่สุดของไทยลีก (รองจาก ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ 34 ประตู และ โชนาธาน รีส กับ เฮแบร์ตี้ ที่ยิงกันไป 26 ประตู)

มันควรจะเป็นการจับคู่กันที่กลมกล่อม ภายใต้การสร้างสรรค์เกมจากนักเตะไทยระดับพระกาฬ แต่เวลานั้น ดูเหมือนว่ามันจะยังมาไม่ถึง และสุดท้าย เราก็ต้องคอยดูกันว่า เมื่อเปิดฤดูกาลจริงๆ แล้ว

“วันเดอร์ จะมหัศจรรย์วันเดอร์เหมือนเคยหรือไม่” และ “เนลสัน จะลั่นคมได้เป็นเนลสัน เช่นเมื่อซีซั่นที่แล้วหรือป่าว”

 

  • ความมั่นใจต้องมี ดีกรีต้องเข้ากัน สิ่งนิรันดร์ คือ ความคงเส้นคงวา
TrueID / Phukrit Limpaphan

การจะเป็นแชมป์ฟุตบอลลีกได้ ไม่ว่าจะลีกไหนบนโลกใบนี้ สโมสรดังกล่าวจะต้องมีปัจจัยขั้นพื้นฐานของทีมอย่าง 3 อย่าง นั่นคือ

1. ต้องเล่นกันได้อย่างมั่นใจ
2. ต้องมีทีมเวิร์ค ไม่มีคิดเล็กคิดน้อย ไม่มีทะเลาะ ไม่มีเบาะแว้ง และต้องเชื่อมั่นกันและกัน
3. ต้องมีความคงเส้นคงวา ไม่ใช่ชนะถล่มทลายนัดนึง แล้วก็มาแพ้อีกเกมนึง

ถ้านักเตะของ “แข้งเทพ” ที่อยู่ในสนามทั้ง 11 คน เล่นได้อย่างมีความมั่นใจในตัวเอง ทุกคนเชื่อมั่นกันและกัน และเป็นแบบนี้ทุกเกม หรืออย่างน้อยก็คงเส้นคงวามากกว่าทีมอื่นๆ

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ก็คงจะ “มาแน่” อย่างที่หวัง
แต่หากทั้งหมดทั้งมวลที่ผมเขียน ไม่มีสิ่งใดมาแน่
ถึงครานั้น ก็เห็นทีจะต้องตัวใครตัวมันกันแล้วแหละครับ…

 

“จอน”

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports