“ชนาธิป สรงกระสินธ์” คือ สตาร์ลูกหนังอันดับหนึ่งของอาเซียน
“ชนาธิป สรงกระสินธ์” คือ นักเตะไทยผู้เข้าไปสั่นสะเทือนวงการลูกหนังแดนปลาดิบ ด้วยผลงานแข้งยอดเยี่ยมของสโมสร พ่วงด้วยการติดทีมยอดเยี่ยมศึกเจลีก 2018
“ชนาธิป สรงกระสินธ์” คือกุญแจสำคัญที่พาทัพ “ช้างศึก” ทะลุเข้าสู่รอบน็อคเอ้าท์ศึกชิงแชมป์เอเชียได้เป็นครั้งแรกในรอบ 47 ปี
และ “ชนาธิป สรงกระสินธ์” คือแรงบันดาลใจของเด็กไทยรุ่นใหม่นับล้าน ที่ฝันจะก้าวไปเล่นในต่างแดนแบบเขา…

นี่ไม่ใช่อินโทรที่ผมพูดเกินจริงแต่อย่างใด หากแต่เป็นผลงานที่เพลย์เมคเกอร์เจ้าของหมายเลข 18 ของ คอนซาโลเล่ ซัปโปโร ได้ฝากไว้เป็นที่ประจักษ์ ชัดเจน แบบไร้ข้อโต้แย้งใดๆ

และนี่ยังเป็นครั้งที่สองที่ผม และทีมงาน TrueID Sports มีโอกาสได้มาพูดคุยกับ เจ ไกลถึงกรุงโตเกียว หนึ่งในมหานครที่มีผู้คนอาศัยอยู่มากที่สุดในโลก ก่อนที่งานแถลงข่าวใหญ่ศึกเจลีก หรือชื่อเต็มๆ ก็คือ 2019 J.League Kickoff Conference จะเริ่มขึ้น

แน่นอน ท่ามกลางสื่อมหาศาลทั้งในเอเชีย และยุโรป ที่เฝ้าเกาะติดวงการลูกหนังแดนอาทิตย์อุทัยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะชายที่ชื่อ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทำให้แข้งเจ้าของฉายา “เมสซี่เจ” รายนี้เนื้อหอมยิ่งกว่าใครในงาน แต่โชคดีที่เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ เจ แบบสุด Exclusive ราวๆ 10 นาที และมันคือ 600 วินาทีที่จะทำให้คุณได้รู้ว่า เป้าหมายของชายผู้นี้ยิ่งใหญ่แค่ไหนก่อนที่ศึกเจลีก ฤดูกาลใหม่จะถือฤกษ์เปิดฉากขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้…

คอนนิจิวะ “ชนาธิป สรงกระสินธ์”

 

TrueID / Supanat Charoenrat

 

จาก 2018 สู่ 2019 “ทุกอย่างต้องดีกว่าเดิม”

เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ปี 2018 คือปีที่มีครบทุกรสชาติของชายที่ชื่อ ชนาธิป อย่างแท้จริง ปัญหาเรื่องความรักตั้งแต่ช่วงต้นปีที่หลายคนกังวลว่าอาจจะรุนแรงจนถึงขั้นทำลายฝันในเจลีกของเจ้าตัว กลับกลายเป็นแรงผลักดันที่ช่วยให้สตาร์หมายเลขหนึ่งของทีมชาติไทยรายนี้รีดฟอร์มเก่งออกมา จนทำให้ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ผงาดขึ้นมาจบในอันดับที่ 4 ถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดของสโมสรนับตั้งแต่ลงเล่นในศึกเจลีกมา

ผลงาน 9 ประตู 3 แอสซิสต์ จาก 31 นัดในทุกรายการ (ปี 2018 : คอนซาโดเล่ ซัปโปโร) คือตัวเลขที่ “คุ้มค่า” เหลือเกินกับความพยายาม และความทุ่มเทของ ชนาธิป ทั้งใน และนอกสนาม หยาดเหงื่อทุกเม็ด เสียงวิจารณ์ คำต่อว่า กำลังใจ หรือจะอะไรก็แล้วแต่ ณ วินาทีนี้ ชนาธิป สามารถเอาชนะทุกอุปสรรคที่เคยขวางกั้นเขาอยู่ได้อย่างไร้ข้อครหา

ที่สำคัญ ผลงานอันเอกอุเช่นนี้ ยังเปรียบเสมือนการทลาย “กำแพงในใจ” ของแฟนบอลญี่ปุ่น และตอกย้ำความเชื่อมั่นถึงคุณภาพของ “นักเตะไทย” ที่พร้อมแปรเปลี่ยนกลายเป็นอีกหนึ่งของส่งออกมากกว่า ผลไม้ และรอยยิ้ม

“เป้าหมายกับการเล่นให้กับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโรในปีนี้ (2019) อย่างแรกเลยคือต้องดีกว่าปีที่ผ่านมา ผมรู้ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องที่ยาก เพราะสิ่งที่เราทำได้ในปี 2018 ถือเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆ แต่ผมยืนยันได้ว่าจะทำให้ดีที่สุด ผมจะพยายามทำให้ได้ โดยเฉพาะการพาทีมไปเล่นในศึกเอเอฟซี (แชมเปี้ยนส์ ลีก) และถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากได้แชมป์เจลีก”

“ผมเชื่อว่า คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ชุดนี้ดีพอที่จะไปถึงตำแหน่งแชมป์ได้ ด้วยพัฒนาการ และองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้าจะให้ชี้ชัดว่าใครคือคู่แข่งตัวสำคัญ ผมขอตอบว่าทุกทีมในลีกแล้วกัน เพราะที่ เจลีก มาตรฐานทุกทีมนั้นอยู่เท่ากันหมด แทบจะไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบใครเลย อยู่ที่ความสม่ำเสมอ และผลงานในสนามที่ต้องคงเส้นคงวาเท่านั้น”

TrueID / Supanat Charoenrat

ขวบปีที่สองกับ “มิไฮโล เปโตรวิช” ผู้ชุบชีวิต #CS18 กับความกดดันในสถานะ “ซูเปอร์สตาร์”

การเข้ามาของ มิไฮโล เปโตรวิช ในช่วงปลายปี 2017 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของทั้ง คอนซาโดเล่ ซัปโปโร และชนาธิป โดยเฉพาะแข้งไทยที่มิอาจรู้ว่าอนาคตการค้าแข้งของตัวเองในแดนปลาดิบนั้นจะเป็นเช่นไร…

ช้อยส์ข้อแรก ชนาธิป อาจจะกลายเป็นส่วนเกินของทีม และเก็บกระเป๋าอำลาเจลีกไปอย่างชอกช้ำ

ข้อต่อมา ชนาธิป ภายใต้การฟูมฟักของ “มิช่า” เจริญเติบโตดุจดอกไม้ที่ได้รับแสงตะวัน ก่อนจะออกดอกบานสะพรั่งกลายเป็นสมบัติอันล้ำค่าของ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร

… ใช่ครับ คำตอบที่ถูกต้องคือ “ข้อสอง”

“การทำงานร่วมกับ มิช่า (มิไฮโล เปโตรวิช) ทุกอย่างราบรื่นดีครับ ผมเองแทบไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรจากซีซั่นที่ผ่านมา เพราะเราเข้าใจ ซึมซับในแทคติกหมดแล้ว แต่ตอนนี้ก็อาจจะมีอะไรติดๆ ขัดๆ นิดหน่อยกับการลงเล่น ฝึกซ้อมร่วมกับเพื่อนร่วมทีมหน้าใหม่ แต่มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนต้องการเวลาในการปรับตัว และผมมั่นใจว่าอีกไม่นานทีมจะลงตัวอย่างแน่นอน”

“ฟอร์มการเล่นที่ดีในฤดูกาลที่ผ่านมา ถามว่าจะกลายมาเป็นความกดดันของผมในปีนี้มั๊ย ผมว่า ไม่กดดันครับ (ยิ้ม) ผมพยายามเปลี่ยนความกดดันนั้นมาแข่งขันกับตำแหน่งตัวเองดีกว่า โดยเฉพาะสมาธิในการฝึกซ้อม ถ้าซ้อมดีเราก็มีโอกาสได้ลงสนามในฐานะตัวจริง แต่ถ้าซ้อมไม่ดี โอกาสตรงนั้นก็จะหายไป ผมต้องโฟกัสตรงนั้นให้เต็มที่ก่อน ผมไม่ได้คิดว่าการขยับขึ้นมาเป็นสตาร์จะสามารถการันตีพื้นที่ตัวจริงได้ เราต้องแสดงความมุ่งมั่นให้ทุกคนเห็น ทั้ง มิช่า, เพื่อนร่วมทีม หรือแม้แต่แฟนบอล”

“ในมุมของผม การมีนักเตะฝีเท้าดีๆ ในทีมเยอะๆ ถือเป็นเรื่องที่ดีครับ เพราะจะทำให้เกิดการแข่งขันภายในทีม ซึ่งมันบีบให้ตัวผมต้องพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิม จะหยุดอยู่กับที่ไม่ได้ ”

มองผ่าน “ชนาธิป” ” … ฟุตบอลไทยยังต้องปรับตรงไหน ?

“จากที่ได้สัมผัสในช่วงพรีซีซั่นก็คือ นอกเหนือจากแทคติกแล้วก็คือ วินัยในเกม นักฟุตบอลบ้านเรายังเดินกันค่อนข้างเยอะ ถ้าเป็นในญี่ปุ่น แล้วคุณลงไปเดิน คุณก็โดนด่า คุณต้องวิ่งไม่ว่าจะเป็นจังหวะที่มีบอล หรือไม่มีบอลอยู่กับตัว ถ้าคุณไม่วิ่ง คุณก็เล่นฟุตบอลในญี่ปุ่นไม่ได้ บวกกับวินัยของตัวนักเตะเอง นี่คือสิ่งสำคัญที่ยังทำให้สโมสรบ้านเรายังไล่ทีมในเจลีกไม่ทัน”

TrueID / Supanat Charoenrat

“Confort Zone” คำอันตรายที่ฉุดรั้งศักยภาพ “นักเตะไทย”

ทุกวันนี้ มีความจริงอันเจ็บปวดอยู่อย่างหนึ่งที่คอยปิดกั้นโอกาส และไม่สามารถฉุดเอาศักยภาพที่มีในตัวนักเตะบ้านเราให้ออกมาเฉิดฉายได้อย่างเต็มที่นั่นก็คือ “Comfort Zone” เพราะขึ้นชื่อว่า การที่คุณอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ได้รับค่าแรงที่เต็มเม็ดเต็มเหนี่ยว ก็อาจจะเพียงพอแล้วในชีวิตการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่เพลย์เมคเกอร์รายนี้เชื่อว่า “ความกล้า” ในการออกมาผจญภัยโลกลูกหนังในต่างแดนต่างหากที่จะเติมเต็มความสมบูรณ์ของคำว่า “นักฟุตบอลอาชีพ” อย่างแท้จริง

“ในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ ผมเองก็เข้าใจว่าบางทีมันเป็นเรื่องของโอกาส โอกาสของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน แต่ถ้าวันหนึ่งคุณได้โอกาสนั้นแล้ว ผมก็อยากให้ทุกคนได้ออกมาสู้กับชีวิตที่สามารถพัฒนาตัวคุณเองได้ แต่ทั้งนี้มันก็ขึ้นอยู่กับคุณด้วยว่าคุณเต็มที่กับโอกาสนั้นแค่ไหน มันยังมีความกดดัน อุปสรรคหลายๆ อย่างที่รอให้คุณผ่านมันไปให้ได้อยู่”

“ถ้าคุณรักฟุตบอลจริงๆ ผมเชื่อว่าความรัก ความศรัทธานั้นมันสามารถทำให้ฝันกลายเป็นจริงได้ ตอนที่อยู่ในไทย ผมก็คิดว่าทีมนี้เก่งแล้ว เราเก่งแล้ว แต่พอผมมีโอกาสได้มาเล่นในเจลีก มันเปลี่ยนความคิดการเตะฟุตบอลของผมทั้งหมด เจลีก กลายเป็นอีกระดับกับที่เคยเล่นอยู่ในไทยไปเลย มันคือความท้าทายที่สามารถเติมเต็มการเล่นฟุตบอลของเรา และช่วยผลักดันให้เราพัฒนาขึ้นมาอยู่อีกสเต็ป”

TrueID / Supanat Charoenrat

ชนาธิป “แรงบันดาลใจ” ของเด็กไทยนับล้าน

ไม่มีเด็กไทยคนไหนที่ไม่รู้จักแข้งเจ้าของฉายา “เมสซี่เจ” ด้วยความคล่องแคล่ว ลีลาการกระชากลากเลื้อยอันน่าตื่นตาตื่นใจ พ่วงด้วยประสิทธิภาพที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขันในสนามทั้งเท้าซ้าย เท้าขวา การตัดสินใจอันเฉียบขาด คิลเลอร์พาสลูกแล้วลูกเล่า บวกกับการจบสกอร์อันหลายหลาย คืออาวุธอันทรงพลังที่ทำให้ชื่อของ ชนาธิป กลายเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจอันแสนทรงพลัง ยิ่งทุกคนได้เห็นการทำลายข้อจำกัดในเรื่องของร่างกาย ที่มักเป็นข้ออ้างว่า คนไทยตัวเล็กๆ จะเอาอะไรไปสู้กับฝรั่งมังค่า หรือคนญี่ปุ่นร่างกายกำยำ อุปสรรคที่ ชนาธิป ได้ก้าวผ่านมาทั้งหมด ยิ่งตอกย้ำให้เด็กๆ เหล่านี้มั่นใจว่า เขาคือแบบอย่างที่เต็มไปด้วยความฝันที่แหกทุกกฎของจินตนาการลงไปได้

“ผมว่าเด็กๆ ทุกคนต้องการโอกาส ตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับโอกาส และก็อยากจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้องๆ ในทุกๆ เรื่อง สิ่งสำคัญที่ผมอยากจะบอกน้องๆ ทุกคนก็คือ น้องๆ ต้องมีความฝัน ความฝันคือตัวตั้งต้นที่สำคัญที่สุด พอเรามีความฝัน สิ่งต่อมาที่เราต้องมีก็คือ ความพยายาม มีความมุ่งมั่นในสิ่งที่น้องๆ อยากจะเป็น อาจจะไม่ต้องเป็นเหมือนพี่ จะเป็นเหมือนคนอื่นก็ได้ จะเป็นกีฬาอะไรก็ได้ หรืออาชีพอะไรก็ได้ที่น้องรู้สึกว่าอยากจะเป็นจริงๆ”

“การทำตามความฝันก็คือ น้องต้องมีใจรักมัน ถ้าเราชอบในสิ่งที่เราทำ เราจะมีความสนุก พอเรามีความสนุก เราก็จะมีความสุขครับ”

“แฟนบอลชาวไทย” พลังอันยิ่งใหญ่ที่หล่อเลี้ยงหัวใจชายที่ชื่อว่า “ชนาธิป”

ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่า “กำลังใจ” เพราะต่อให้คุณจะต้องเผชิญกับยักษ์ตัวใหญ่สูงเสียดฟ้าแค่ไหน แต่ถ้าพลังใจคุณได้ ยักษ์ที่ว่ายืนขวางทางคุณก็อาจจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นดอกหญ้าที่คุณสามารถเดินก้าวผ่านได้อย่างไม่มีปัญหา… นักฟุตบอลอาชีพก็เช่นกัน ด้วยระยะทาง สภาพอากาศ อาหารการกิน ภาษา หรือปัจจัยรอบข้างที่ช่างแตกต่างจากบ้านเรา ฉะนั้น “กำลังใจ” นี่แหละที่เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจให้ ชนาธิป ผ่านพ้นเรื่องราวต่างๆ ไปได้ด้วยดี

“ขอบคุณสำหรับทุกๆ กำลังใจที่ส่งมาให้ผมเสมอไม่ว่าจะเป็นยามที่ผมสวมเสื้อทีมชาติไทยลงสนาม หรือจะเป็นยามที่ผมมาเล่นฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น มันเต็มไปด้วยความอบอุ่น และช่วยเตือนสติผมอยู่เสมอว่าผมไม่ได้สู้อยู่แค่คนเดียว ผมดีใจครับที่ทุกคนช่วยกันเชียร์ผม หรือจะช่วยเชียร์นักเตะไทยคนอื่นๆ ที่มาเล่นในเจลีก เพราะว่าพวกเราคือคนไทยเหมือนกัน ขอบคุณอีกครั้ง ขอบคุณจากใจครับ”

และนี่คือเรื่องราวอันน่าอิ่มเอมใจตลอด 10 นาทีในกรุงโตเกียวที่ผมเชื่อว่า คนไทยจะยังรัก ชนาธิป ไม่เปลี่ยน… ไม่สิ ต้องบอกว่ารักมากขึ้นกว่าเดิม เพราะด้วยความเป็นมืออาชีพทั้งใน และนอกสนาม ผลงาน รางวัล และสถิติต่างๆ ที่ออกมาล้วนแต่บ่งบอกได้ชัดว่า ณ วินาทีนี้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ คือความภูมิใจของวงการลูกหนังไทยอย่างแท้จริง

“ทุกอย่างต้องดีกว่าเดิม” คือคำพูดที่น้องเจบอกกับผม และทีมงาน… ผมมั่นใจครับว่า ปี 2019 จะเป็นอีกปีที่ยอดเยี่ยม และต้องดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน ส่วนจะดีถึงขั้นการผงาดคว้าแชมป์เจลีกได้เลยหรือไม่นั้น ชนาธิป & คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เท่านั้นที่จะเป็นผู้ให้คำตอบ

“บก.เก้น”

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports