ทีมที่ขึ้นชื่อว่า มีแฟนบอลที่สามารถสร้างรังเหย้าให้กลายเป็น “นรกทีมเยือน” ได้มาแล้ว โดยเกมที่ยังติดอยู่ในความทรงจำเป็นเกมอีสานดาร์บี้แมตช์กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยวันนั้นแฟนบอลเข้ามาในสนามประมาณ 33,000 คน

และสำหรับในปีที่แล้ว พวกเขายังสร้างสถิติใหม่ของสโมสรด้วยการพาทีมจบอันดับที่สูงที่สุด คืออันดับที่ 7 ในตารางโตโยต้า ไทยลีก ลีกสูงสุดของประเทศไทยได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

วันนี้ เราจะพาทุกท่านมารู้จักกับทีมประตูแห่งภาคอีสาน ลูกหลานย่าโม “สวาทแคท”นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

ฉายา : “เจ้าแมวพิฆาต” (SWATCAT)
ตัวย่อ : NRMFC
ก่อตั้ง : 1999 (20 ปี)
สนาม : สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวา 2550
ความจุ : 25,000
(อดีต)ประธานสโมสร : เทวัญ ลิปตพัลลภ
ผู้จัดการทีม : ปราบต์ เธียรเชาว์
หัวหน้าผู้ฝึกสอน : มิลอส โจซิค
ผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมา : โตโยต้า ไทยลีก อันดับ 7
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : www.facebook.com/swatcatofficial

 

ประวัติความเป็นมา นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

สมัยก่อนทีมฟุตบอลโคราชที่แข่งโปรลีกฯ มี ฉายาว่า “สตริงเรย์” เหตุเพราะสมัยก่อน กองบิน 1 มีรถถังคอมมานโด สติงเรย์ หรือเรียกอีกชื่อในวงการทหารว่า “เจ้ากระเบนธงจู่โจม” จำนวนมาก และกองทัพบก นำเข้าประจำการมา 106 คัน และ ทีมงานที่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลสมัยนั้น โดยส่วนใหญ่เป็นทหารอยู่ในกองทัพ จึงได้เลือกใช้ชื่อว่า “นครราชสีมา สตริงเรย์” ต่อมาได้เปลี่ยนโลโก้และฉายาใหม่ ชื่อว่า “สวาทแคท” หรือ “เจ้าแมวพิฆาต” ซึ่งแต่เดิมนั้นโลโก้นครราชสีมาเป็นรูปรถถัง และได้เปลี่ยนเป็นรูปแมวสีสวาดซึ่งเป็นสัตว์ประจำท้องถิ่นโคราช มาจนถึงปัจจุบัน

 

ความเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขายนักเตะ (ผู้เล่น เข้า-ออก)

ย้ายเข้า

อมาดู อ็อตตาร่า (ราชนาวี)
เฮนรี่ ดุมเบีย (ชัยนาท ฮอร์นบิล)
ชิตชนก ไชยเสนสุรินธร (คิอัสโซ)
ราชัน ประสิทธิ์ทอง (โปลิศ เทโร เอฟซี)
นนทวัฒน์ กลิ่นจำปาศรี (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

ย้ายออก

เนบอยซ่า มารินโควิช
ชาห์เรล ฟิกรี *หมดสัญญายืมตัว PKNP
วิทยา หมัดหลำ *หมดสัญญายืมตัวบีจี ปทุม ยูไนเต็ด
เอกชัย ฤทธิพันธุ์ (ชลบุรี เอฟซี)
ทศพร ศรีเรือง (ตราด เอฟซี)
อันโตนิโอ พีน่า (โปลิศ เทโร เอฟซี)
นิพนธ์ คำทอง (อาร์มี่ ยูไนเต็ด)
ไพฑูรย์ นนทะดี (สุโขทัย เอฟซี)
กีรติ เขียวสมบัติ (โปลิศ เทโร เอฟซี)

 

Page : Nakhonratchasima FC

 

รายชื่อนักเตะ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ฤดูกาล 2019

ผู้รักษาประตู : ชัยณรงค์ บุญเกิด, พัชรพงษ์ ประทุมมา, ประภาส กอบแก้ว, แซมมวล ป. คันนิงแฮม

กองหลัง : นพพล เกิดแก้ว, วราดร อุ่นอาจ, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว (กัปตันทีม), เอกณัฏฐ์ คงเกตุ, อี วอน แจ, ราชัน ประสิทธิทอง, เดชา สร้างดี, ประลอง สาวันดี, กันตภณ สมพิทยานุรักษ์, ณัฐพงษ์ สายริยา

กองกลาง : กิตติภัทร วงศ์สมบัติ, เมธี ทวีกุลกาญจน์, อรรถพงศ์ หนูพรหม, นฤพล อารมณ์สวะ, ชนัตพล สิกขะมณฑล, กิตติกร ปังขุนทด, ยายาร์ คูนาธ, นนทวัฒน์ กลิ่นจำปาศรี, กฤษดา เหมวิพัฒน์, โรมรัน รอดวินิจ

กองหน้า : เลอันโดร อัสซัมเซา, ชิตชนก ไชยเสนสุรินธร, เบอร์นาร์ด เฮนรี่ เซดริก ดุมเบีย, วีรพงษ์ ครยก, จักรกฤษ นิยมสุข, อมาดู อ็อตตาร่า

 

ผลงานที่ดีที่สุด

ไทยลีก : อันดับ 7 ฤดูกาล 2018
เอฟเอ คัพ : รอบก่อนรองชนะเลิศ ฤดูกาล 2009
ลีก คัพ : รอบรองชนะเลิศ ฤดูกาล 2013, 2014, 2018

 

Page : Nakhonratchasima FC

รู้จักเฮดโค้ช : มิลอส โจซิค

กุนซือร่างท้วมชาวเซอร์เบีย วัย 50 ปี ถือเป็นกุนซือมากประสบการณ์ผ่านการทำงานคุมทีมในเมืองไทยทั้ง ราชประชา ไทยแลนด์ เอฟซี (2011) , เมืองทอง ยูไนเต็ด (2011) , ภูเก็ต เอฟซี (2012) , ประธานเทคนิค ปตท.ระยอง (2013) , บางกอก เอฟซี (2014) พัทยา ยูไนเต็ด (2016) และนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ตั้งแต่ปี 2016 จนถึงปัจจุบัน

ในช่วงแรกที่เข้ามาคุมทีมกุนซือวัย 50 ปี ถือว่าเป็นกุนซือที่ใช้ทรัพย์กรบุคคลในสโมสรได้ดี โดยเขาจะดูที่สไตล์ผู้เล่น และแท็คติกให้ลงตัวกันมากที่สุด เราจะสังเกตุได้ว่า มี 2 ฤดูกาลก่อน สวาทแคท เป็นทีมที่คอ่นข้างจะเล่นเกมรับเป็นส่วนใหญ่ และจะอาศัยการโต้กลับโจมตีคู่ต่อสู้ จนทำให้รูปเกมออกมาน่าเบื่อในสายตาของแฟนบอล แต่ในเรื่องผลการแข่งขันต้องชื่นชมว่าเขาทำได้ดี ในกรณีนี้มีตัวอย่างที่ชัดเจนมาจากปีที่แล้ว ที่ผ่านทีมสร้างประวัติศาสตร์จบอันดับที่สูงที่สุดในตารางไทยลีก จบอันดับ 7

ส่วนในปีนี้ มิลอส โจซิค ออกมากล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัวสโมสรว่า “เรามีความมุ่งหวัง ที่อยากจะทำอันดับให้ดีกว่าอันดับ 7 จากปีที่แล้ว เราได้เติมสิ่งที่ขาดหายไป คือผู้เล่นในแนวรุก ผมคิดว่าผู้เล่นของเรามีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะต่อกรกับคู่แข่งได้อย่างแน่นอน ทุกคนจะได้เห็นความรวดเร็ว ความดุดัน ในเกมรุกของเราเพิ่มขึ้น”

“ตลอดการปรีซีซั่นช่วงที่ผ่านมา เราได้ทดลอง ได้ทดสอบ ทั้งด้านตัวผู้เล่น และแท็คติกวิธีการเล่น เพื่อให้ทีมมีความสมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งผมคิดว่าเราพร้อมแล้วสำหรับฤดูกาลใหม่ จึงอยากเชิญชวนแฟนบอลมาติดตามเชียร์พวกเราให้เต็มในสนามทุกๆเกม”

 

Page : Nakhonratchasima FC

สตาร์เด่น : เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว

“กัปตันบอล” หรือชื่อที่แฟนบอลคุ้นเคย “กัปตันเหลิม” ปราการหลังดีกรีทีมชาติไทยของทีม ถือเป็นกำลังหลักของทีมในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โชว์ฟอร์มได้ดี จนได้รับโอกาสจาก มิโลวาน ราเยวัช (กุนซือทีมชาติไทยในขณะนั้น) เรียกไปติดทีมชาติ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ที่ทีมชาติไทยลงสนามเสมอกับ ยูเออี 1-1  เกมนี้เป็นการลงรับใช้ชาติครั้งแรกของเขา

จนเมื่อช่วงปลายซีซั่น 2018 มีข่าวลือออกมาหนาหูว่า เฉลิมพงษ์ ได้รับความสนใจจากทีมยักษ์ใหญ่ของไทยลีก จำนวนหลายทีมและอาจจะย้ายทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019 แต่สุดท้าย เขาก็ตัดสินใจอยู่กับทีมต่อไปในซีซั่นนี้ โดยทางนายใหญ่สวาทแคท ออกประกาศต่อสัญญา เฉลิมพงษ์ ยาวออกไปอีก 3 ปี เป็นที่เรียบร้อย

ทางด้าน “กัปตันเหลิม” ได้ออกมาเปิดใจว่า “จริงๆก็เป็นไปตามคาดครับ ผมไม่ได้อยากย้ายไปไหนอยู่แล้ว หลังจากที่คุยเรื่องรายละเอียดสัญญาจบ ก็ตัดสินใจทันทีเลย ก็ดีใจครับที่ได้อยู่ทำหน้าที่กับทีมต่อไป”

“เหตุผลสำคัญ ผมรู้สึกว่าทิ้งทีมไม่ได้ ถ้าไปแล้ว ก็เป็นห่วงทีม  อีกอย่าง ผมอยู่มานาน ก็รู้สึกผูกพันกับทีม และปัจจัยเรื่องแฟนบอล ก็มีส่วนมากๆ

“ทุกคนสนับสนุนผมมาตลอด บางครั้งก็ทำกับข้าวมาให้กิน ไปไหนมาไหน ก็รู้สึกว่า เหมือนเป็นลูกหลานชาวโคราชคนหนึ่ง”

นอกจากนี้ “กัปตันเหลิม” ยังกล่าวถึงกระแสข่าวก่อนหน้าด้วยว่า “ยอมรับว่ามีทีมใหญ่ๆ ติดต่อมาเหมือนกัน แต่ที่ผมไม่ไป ก็เพราะผมมีความสุขกับที่นี่อยู่แล้ว อีกอย่าง ถ้าไป ก็ไม่รู้ว่าต้องเจออะไรบ้าง ไม่ใช่ว่า ผมไม่ชอบความท้าทาย”

“ผมรู้สึกว่า ในเมื่อที่ตรงนี้อบอุ่น และ ดีอยู่แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่ผมต้องไป และถ้าวันหนึ่ง ผมมองย้อนกลับมา ก็ไม่เสียดายครับ เพราะตัดสินใจดีแล้ว”

“ขณะที่เป้าหมาย เบื้องต้นที่คุยกับสโมสร ก็หวังไว้ท็อปไฟว์เหมือนกัน แน่นอนหลายคนอาจคิดว่า สูงเกินไปหรือเปล่า แต่ผมว่าเราต้องเล่นแบบมีเป้าหมาย ไม่ใช่ว่าต้องหนีตกชั้นแบบปีต่อปี ส่วนฟุตบอลถ้วย ก็หวังให้ไกลกว่าเดิม เพราะปีนี้ เราก็เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ในโตโยต้า ลีก คัพ”

 

Page : Nakhonratchasima FC

บทวิเคราะห์

สำหรับ “ทัพสวาทแคท” ในปีที่แล้วถือเป็นการจบด้วยผลงานที่ดีที่สุดตั้งแต่ทำทีมมา โดยจบอันดับที่ 7 ของตารางไทยลีก ภายใต้การคุมทีมของ มิลอส โจซิค กุนซือชาวเซอร์เบีย ด้วยการเล่นเกมรับและโต้กลับเป็นส่วนใหญ่ แถมยังเป็นการเน้นผลการแข่งขัน ทำให้รูปเกมอาจจะดูน่าเบื่อ แต่ผลงานที่ได้มามันคุ้มค่ากับสิ่งที่ทำลงไป

สำหรับในปีนี้ ทางด้านผู้บริหารสโมสรรวมไปถึงตัวกุนซือเอง ออกมายืนยันกับแฟนบอลเจ้าแทวพิฆาตเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ในปีนี้ทุกคนจะได้เห็นรูปแบบการเล่นใหม่ๆ การเปิดเกมรุกโดยอาศัยผู้เล่นที่มีความเร็วที่เพิ่งเสริมทัพเข้ามาใหม่ อาทิ เบอร์นาร์ด เฮนรี่ เซดริก ดุมเบีย, อมาดู อ็อตตาร่า ปีกสายความเร็วที่เข้ามาร่วมทัพ ร่วมไปถึง เลอันโดร อัสสัมเซา ที่ได้รับการต่อสัญญาจากสโมสรกลายเป็นตัวหลัก 3 ประสานในแนวรุกของทีม

ส่วนผู้เล่นตัวหลักในปีที่แล้วก็ยังอยู่กันครบครัน อาทิ แซมมวล ป. คันนิงแฮม, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว,เดชา สร้างดี, นฤพล อารมณ์สวะ, ชนัตพล สิกขะมณฑล, ยายาร์ คูนาธ

แถมปีนี้ยังเสริมทัพในส่วนของผู้เล่นดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่าง นนทวัฒน์ กลิ่นจำปาศรี กองกลางดาวรุ่ง จาก “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เข้ามาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล รวมไปถึง ราชัน ประสิทธิทอง แข้งดาวรุ่งดีกรีฟ็อกซ์ ฮันท์ รุ่นที่ 1 ที่เคยไปฝึกทักษะฟุตบอลกับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ มาเป็นระยะเวลา 2 ปีครึ่ง

แถมยังมีการดันดาวรุ่งจากทีมอะคาเดมี่ พัชรพงษ์ ประทุมมา ผู้รักษาประตู และ โรมรัน รอดวินิจ กองกลาง ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปีนี้ด้วย

ผมคิดว่าขุมกำลังของ สวาทแคท ในปีนี้ค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว ทั้งผู้เล่นตัวหลัก และผู้เล่นสำรองน่าจะสามารถทดแทนกันได้ และน่าจะเป็นอีกทีมที่ขับเคี่ยวกับทีมใหญ่ของไทยลีกได้อย่างสนุก

รวมไปถึงบรรยากาศการเชียร์ของแฟนบอลเจ้าแมวพิฆาตก็เป็นไปอย่างสนุกสุดมันส์ หากใครอยากสัมผัสประสบการณ์การเชียร์บอลที่เรียกว่าเป็น นรกทีมเยือน ต้องลองไปเชียร์สวาทแคทได้ที่สนามกันดูครับ

 

“Arm Phukrit”

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports