ถ้าจะให้พูดถึงสโมสรในประเทศไทย “กิเลนผยอง”เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่ถือว่าเป็นสโมสรยักษ์ใหญ่ของแผ่นดินสยาม เนื่องจากมีบรรดานักเตะดาวดัง ทั้งนักเตะไทย และนักเตะต่างชาติ รวมไปถึงผู้เล่นระดับโลกก็เคยมาสวมชุดกิเลนกันมาแล้ว

วันนี้ทางทีมงานจะพาทุกท่านไปพบกับประวัติความเป็นมา รวมไปถึงเหล่านักเตะในซีซั่น 2019 และบทวิเคราะห์เกี่ยวกับทีมชื่อดังย่านแจ้งวัฒนะ

 

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ฉายา : กิเลนผยอง
ตัวย่อ : MTUTD
ก่อตั้ง : 1989 (ภายใต้ชื่อ “หนองจอกพิทยานุสรณ์”)
สนาม : เอสซีจี สเตเดี้ยม
ความจุ : 15,000
ประธานสโมสร : วิลักษณ์ โหลทอง
หัวหน้าผู้ฝึกสอน : ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก
ผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมา : โตโยต้า ไทยลีก อันดับ 4
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : www.mtutd.tv

 

ประวัติความเป็นมา เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

สโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด ถือกำเนิดก่อตั้งเมื่อปี 1989 ณ ภายใต้ชื่อ “สโมสรฟุตบอลหนองจอกพิทยานุสรณ์” โดยในช่วงนั้นมีประธานคนแรกคือนายวรวีย์ มะกูดีและลงเล่นในระดับดิวิชั่นล่างๆเรื่อยมา 

ต่อมาเมื่อปี 2007 นายระวิ โหลทอง ประธานกลุ่มบริษัท สยามสปอร์ต จำกัด ได้เทคโอเวอร์สโมสรและเปลี่ยนชื่อไปเป็น สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ลงเล่นในศึกดิวิชั่น 2 และย้ายสนามเหย้ามายังศูนย์กีฬาธันเดอร์โดม และพาทีมสามารถเลื่อนชั้นได้ปีต่อปีและขึ้นชั้นได้รวดเร็วที่สุดที่เป็นได้ด้วยการคว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 (2007) และ ดิวิชั่น 1 (2008) พร้อมคว้าสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศเป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังของปีแรกในไทยลีกคือการทำให้ดีที่สุดด้วยการเสริมทัพชั้นดีไม่ว่าจะเป็น ภายใต้หัวหน้าผู้ฝึกสอนใหม่อย่างนายอรรถพล ปุษบาคม อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนของสโมสรบีอีซี เทโร ศาสน ที่เคยนำทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ ลีก มาแล้วเมื่อปี 2002 และในทันทีสโมสรฯ คว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกได้เป็นปีแรกที่ลงทำการแข่งขัน โดยทำสถิติได้คะแนนมากที่สุดในบรรดาทีมที่เคยคว้าแชมป์ลีกก่อนหน้านั้น รวมถึงสถิติยิงประตูมากที่สุดและเสียประตูน้อยที่สุดในลีกเช่นกัน นักเตะที่มีส่วนสำคัญในการนำทีมคว้าแชมป์ในปีนั้นและได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะต่างชาติที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยคือ ซูมาโฮโร่ ยาย่า โดยทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะลูกยิงมหัศจรรย์ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บตัดสินแชมป์ ทำให้ทีมเอาชนะโอสถสภา เอ็ม 150 คว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่

ในปี 2010 เมืองทอง ยูไนเต็ด เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยการปรับปรุงต่อเดิมสนามยามาฮ่า สเตเดี้ยม (ชื่อเรียกในขณะนั้น) ได้เสร็จสมบูรณ์พร้อมและได้มีการติดต่อทาบทามเรเน่ เดอซาเยียร์  เข้ามากุมบังเหียนในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีม การเริ่มต้นของเรเน่เป็นไปอย่างสวยหรูด้วยการคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานประเภท ก. มาครองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วยการชนะแชมป์เอฟเอคัพ อย่างการท่าเรือไทย เอฟซี 2 ต่อ 0 เรื่องราวแห่งความสำเร็จยังต่อเนื่องไปจนถึงการที่ทีมสามารถล้มคู่แข่งแย่งแชมป์อย่างชลบุรี เอฟซี ไปอย่างขาดลอย 4 ต่อ 1 ที่สนามยามาฮ่า สเตเดี้ยม โดยในนัดดังกล่าวได้บันทึกสถิติยอดผู้ชมสูงสุดของลีกขึ้นมาใหม่ด้วยจำนวนผู้ชมกว่า 21,500 คน ในช่วงกลางฤดูกาลสโมสรฯ ได้สูญเสียผู้เล่นหัวใจสำคัญอย่างซูมาโฮโร่ ยาย่าไปให้กับเกงค์ ทีมดังจากลีกเบลเยี่ยมด้วยค่าตัว 25 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของการโยกย้ายนักเตะในประเทศไทย

mooinblack / Shutterstock.com

ในปี 2011 เมืองทอง ยูไนเต็ด ไม่สามารถป้องกันแชมป์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี เป็นฤดูกาลที่ “กิเลนผยอง” เผชิญความยากลำบากอย่างแท้จริง ทั้งผลจากการกรำศึกหนัก 2 ปีติดต่อกันนับตั้งแต่ขึ้นมาต่อสู้บนเวทีสูงสุดของประเทศอย่างไทยพรีเมียร์ลีก, ปัญหาอาการบาดเจ็บของนักเตะตัวหลัก รวมทั้งทีมมีการเปลี่ยนแปลงโค้ชไล่ตั้งแต่ เรเน่ เดอร์ซาเยียร์, คาลอส โรเบอร์โต เดอ คาวัญโญ่ และเอนริเก้ คาลิสโต้ แต่ก็ไม่สามารถเรียกความสามารถที่แท้จริงของทีมออกมาได้

แต่ในอีกด้านหนึ่งพวกเขากลับประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกด้วยการปิดการเจรจาที่น่าเหลือเชื่อในการเซ็นสัญญา ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ นักเตะระดับตำนานของสโมสรชื่อดังอย่างลิเวอร์พูล และทีมชาติอังกฤษ มาเล่นในทวีปเอเชีย ทำให้มีผลกระทบในแง่ดีตามมา ทำให้ทีมได้รับความสนใจในวงกว้างของสังคมและกลายเป็นเรื่อง “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” ของประเทศและทั่วโลกในที่สุด

ปี 2012 การร่วมมือกันทางธุรกิจระหว่างเมืองทอง ยูไนเต็ด และบริษัทเอสซีจี ด้วยการเซ็นสัญญาสนับสนุนทีมเป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่ากว่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐมีการเปลี่ยนชื่อสโมสรใหม่เป็น เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และสนามเป็นเอสซีจี สเตเดี้ยม และใช้โค้ชใหญ่อย่างสลาวิซ่า โยคาโนวิช มาคุมทีมพร้อมนักเตะฝีเท้าระดับโลก มาริโอ ยูรอฟสกี้, รี ควาง ชอน และอันนันดินโญ่ บาราคัต และสโมสรฯ กลับมาคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งอย่างสุดยิ่งใหญ่โดยไม่พ่ายแพ้ให้ทีมใดเลย 34 นัดติดต่อกันตลอดทั้งฤดูกาล เป็นทีมเดียวในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย

 

ความเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขายนักเตะ (ผู้เล่น เข้า-ออก)

ย้ายเข้า

มาริโอ ยูรอฟสกี้ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
วีระเทพ ป้อมพันธ์ (จามจุรี ยูไนเต็ด)
อ่อง ธู (โปลิศ เทโร เอฟซี) *โควตาอาเซียน
ศุภนันท์ บุรีรัตน์ (สมุทรปราการ ซิตี้)
ดัง วาน ลัม (ไฮฟ่อง เอฟซี) *โควตาอาเซียน
โอ บันซอค (อัล วาเซิล) *ยืมตัว

ย้ายออก

ทริสตอง โด (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
นาโออากิ อาโอยามะ (กัมบะ โอซาก้า)
เซลิโอ ซานโตส
พุทธิพงษ์ พรมลี (นครปฐม ยูไนเต็ด)
ไบฮัคกี้ ไคซาน (ตราด เอฟซี)
กิตติศักดิ์ โฮชิน (ไทยฮอนด้า เอฟซี)
ธีราทร บุญมาทัน (โยโกฮามา เอฟ มารินอส)
แจ็คสัน โคเอลโญ่
วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ (ตราด เอฟซี) *ยืมตัว
ญาณฤทธิ์ สุขเจริญ (เกาะขวาง เอฟซี) *ยืมตัว
กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล (ชลบุรี เอฟซี)*ยืมตัว
นนทวัฒน์ กลิ่นจำปาศรี (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ (ตราด เอฟซี) *ยืมตัว
เจนรบ สำเภาดี (ตราด เอฟซี) *ยืมตัว
พิทักษ์พงศ์ กุลสุวรรณ (โปลิศ เทโร เอฟซี)
เสกสิทธิ์ ศรีใส (ตราด เอฟซี)*ยืมตัว

 

รายชื่อนักเตะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2019

ผู้รักษาประตู : ดัง วัน ลัม, ประสิทธิ์ ผดุงโชค, สมพร ยศ

กองหลัง : โอ บันซอค, อดิศร พรหมรักษ์, ศฤงคาร พรหมสุภะ, พัชรพล อินทนี, ชาติชาย แสงดาว, ศุภนันท์ บุรีรัตน์, พิทักษ์ชัย ลิ้มรักษา, วัฒนากรณ์ สวัสดิ์ละคร, ชยพล ทรัพย์มา, วีระวุฒิ กาเหย็ม, สุพร ปีนะกาตาโพธิ์

กองกลาง : สารัช อยู่เย็น, สรวิทย์ พานทอง, อี โฮ, ศนุกรานต์ ถิ่นจอม, สกุลชัย แสงโทโพธิ์, ชาริล ชับปุยส์, พีรพงศ์ ปัญญานุมาภรณ์, วัฒนา พลายนุ่ม, วีระเทพ ป้อมพันธ์, ซัลดี้ วงษ์เดอรี่, มาริโอ ยูโรฟสกี้

กองหน้า : กรวิชญ์ ทะสา, เฮแบร์ตี้, อ่องธู, ธีรศิลป์ แดงดา, อดิศักดิ์ ไกรษร, ฤทธิพร หวานชื่น, ปรเมศย์ อาจวิไล

 

smileimage9 / Shutterstock.com

ทำเนียบแชมป์

ไทยลีก
ชนะเลิศ (4) : 2009, 2010, 2012, 2016
รองชนะเลิศ (3) : 2013, 2015, 2017

ไทยลีก 2
ชนะเลิศ (1) : 2008

ไทยลีก 4
ชนะเลิศ (1) : 2007

ฟุตบอลถ้วยพระราชทานประเภท ก.
ชนะเลิศ (1) : 2010
รองชนะเลิศ (4) : 2011, 2013, 2014, 2016

ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 
ชนะเลิศ (1) : 2017

ไทยลีก คัพ 
ชนะเลิศ (2) : 2016, 2017

แม่โขงคลับ แชมเปี้ยนชิพ 
ชนะเลิศ (1) : 2017

โตโยต้า พรีเมียร์คัพ 
รองชนะเลิศ (1) : 2017

 

mooinblack / Shutterstock.com

รู้จักเฮดโค้ช : ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก

“โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก วัย 51 ปี กุนซือที่ได้ขึ้นชื่อว่าเก่งในเรื่องของการพาทีมหนีตกชั้น สู่การคุมทีมที่มีเป้าหมายชัดเจนคือการคว้าแชมป์ ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายและแปลกใหม่สำหรับกุนซือชาวไทยรายนี้

สำหรับปีที่สร้างชื่อแบบสุดๆ ให้กับ โค้ชเบ๊ คือปี 2015 การรับงานคุมทีม สระบุรี เอฟซี ทีมบ๊วยของตารางไทยลีกที่ใครๆก็บอกว่าพวกเขาตกชั้นแน่นอน และไม่มีทางที่จะรอดได้ เนื่องจากปัญหาต่างๆมากมายในทีมยากที่จะแก้ไข

สุดท้าย “โค้ชเบ๊” ก็ทำเรื่องที่ไม่มีใครคิดว่าเขาจะทำได้ นั้นก็คือพาทีม สระบุรี เอฟซี รอดตกชั้นอย่างเหลือเชื่อ แต่ก็น่าเสียดายที่สระบุรี เอฟซี ไม่สามารถอยู่ต่อในไทยลีกได้เนื่องจากปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางด้านการเงิน รวมไปถึงปัญหาของฝ่ายจัดการแข่งขันที่ทำให้สโมสรตัดสินใจยุบทีม

ปัจจุบัน โค้ชเบ๊ ตัดสินใจรับงานกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พร้อมกับความหวังของแฟนบอลที่ต้องการถ้วยแชมป์ติดไม้ติดมือมาประดับสโมสรในซีซั่นนี้

“ถ้าเราสังเกตนโยบายการทำทีมของสโมสร พูดถึงปัญหาต่างๆ แนวทางในปีนี้จะเห็นว่ามีผู้เล่นอยู่สองกลุ่ม กลุ่มแรกคือนักเตะที่มีสปิริตและเป็นศูนย์รวมจิตใจของทีม กลุ่มที่สองเป็นนักเตะจากอะคาเดมี่ สองกลุ่มนี้ผมดูแล้วว่าถ้านำมาผสมผสานกันดีๆ มีสปิริตนักสู้ มันจะเป็นภาพที่แฟนบอลเมืองทองอยากเห็น ถ้าสองกลุ่มนี้ทำงานร่วมกันได้ดี ผมเชื่อว่าจะเป็นปีที่เมืองทองทำได้ตามเป้าหมาย” 

 

 

Muangthong United FC.

สตาร์เด่น : ธีรศิลป์ แดงดา

“กัปตันมุ้ย”ธีรศิลป์ แดงดา ศูนย์หน้าเบอร์ 1 ของเมืองไทย ซีซั่นนี้กลับมาค้าแข้งกับทัพกิเลนผยองเป็นที่เรียบร้อย หลังจากไปใช้ชีวิต ค้าแข้งที่ประเทศญี่ปุ่นกับสโมสรซานเฟรชเช่ ฮิโรชิม่า เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยฝากผลงานเอาไว้ ทำไป 7 ประตู 3 แอสซิสต์ จากการลงสนามทุกรายการ 37 นัด

“ฟอร์มการเล่นในปีที่ผ่านมา อย่างที่บอกไปข้างต้น บางนัดเราทำได้ดี บางนัดเราเล่นไม่ได้ ไม่สามารถช่วยทีมได้ บางเกมเรายิงประตูได้และชนะ ก็มีความสุข โดยรวมก็มีโอกาสลงเล่นเยอะพอสมควร ทุกครั้งก็พยายามทำให้ดีที่สุดกับการได้รับโอกาสลงไปเล่น สนุกกับการลงไปเล่นทั้งในฐานะตัวจริงและตัวสำรอง รวมถึงบอลถ้วย”

(แมตช์ที่ประทับใจมากสุด) “เป็นเกมนัดแรกของฤดูกาล เพราะเป็นนัดแรกในเจลีกด้วย และก็ทำประตูแรกได้ด้วย สุดท้ายทีมชนะด้วย มันถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีในเจลีกด้วย”

สำหรับผลงานทางด้านทีมชาติไทย ธีรศิลป์ แดงดา ได้ลงเล่นในนามทีมชาติไทย ซึ่งลงโขยกไปแล้ว 99 นัด และยิงไป 43 ประตู รั้งตำแหน่งอันดับ 3 ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทัพ ”ช้างศึก” ต่อจากอันดับ 2 ”ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ซัดไป 65 ประตูในเกมที่ฟีฟ่ารับรอง ส่วนเกมที่ฟีฟ่าไม่รับรองยิงรวมไป 69 ประตู เตรียมตัวลงเล่นนัดที่ 100 ในศึกฟุตบอล 4 เส้า รายการ “กรีน ไชน่า คัพ 2019” ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 18 – 26 มีนาคม 2562

ส่วนในซีซั่นนี้ กิเลนผยอง เพิ่งประกาศแต่งตั้งให้ ธีรศิลป์ รับบทบาทเป็นกัปตันทีมอีกด้วย เรียกได้ว่า เป็นซีซั่นที่น่าจับตามองสำหรับอดีตแข้งซานเฟรชเซ่ ว่าจะระเบิดฟอร์มการเล่นและถล่มประตูได้มากน้อยได้เท่าไร ต้องติดตาม

 

Muangthong United FC.

 

บทวิเคราะห์ 

สำหรับในปีนี้ของทัพกิเลนผยอง น่าจะเป็นปีที่ดีของพวกเขา เนื่องจากว่าได้ผู้เล่นคนสำคัญอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา กลับมาช่วยทีม ในเรื่องของชื่อชั้น และคลาสบอลเป็นสิ่งที่แฟนบอลต่างเชื่อมั่นในตัวศูนย์หน้าเบอร์ 10 ของทีมอยู่แล้ว และการนำประสบการณ์จากเจลีกมาใช้ ผมคิดว่าตำแหน่งดาวซัลโวในปีนี้อาจจะตกเป็นของเขา ในฐานะนักเตะไทยอย่างแน่นอน

ในส่วนของการเสริมทีมผู้เล่นคนอื่นๆ การดึงผู้เล่นในแนวรุกอย่าง อ่องธู ที่ฟอร์มดีในปีที่แล้วกับโปลิศ เทโร มาร่วมทีม รวมไปถึงผู้เล่นคนเก่าเก็บมาเล่าใหม่อย่าง “เกรียนโอ”มาริโอ ยูรอฟสกี้ ถือเป็นนักเตะต่างชาติที่มีเลือดของกิเลนเต็มตัว กลับมาเสริมทีมในปีนี้

มองผู้เล่นในแนวรุก ธีรศิลป์ ยืนหน้าเป้า โดยมี อ่องธู กับ เฮแบร์ตี้ ทำเกมให้บริเวณริมเส้น และมี มาริโอ ยืนเพลย์เมกเกอร์ โดยมี อดิศักดิ์ ไกรษร และ กรวิชญ์ ทะสา คอยเป็นแนวรุกตัวทีเด็ดมาสอดแทรกในตำแหน่งต่างๆ

สำหรับผู้เล่นในแนวรับการไม่น้อยหน้า สโมสรจัดการช็อปผู้รักษาประตูดีกรีแชมป์อาเซียน ดัง วัน ลัม นายด่านเวียดนามมาเฝ้าเสา รวมไปถึงดึงตัว โอ บันซอค กองหลังทีมชาติเกาหลีใต้เป็นสมาชิกใหม่ และแบ็คจอมบู๊ ศุภนันท์ บุรีรัตน์ อีกคน

ผมคิดว่าปีนี้ขุมกำลังของกิเลนผยองค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว บวกกับมีกุนซือที่ทำงานค่อนข้างละเอียดอย่าง โค้ชเบ๊ เมืองทอง ปีนี้น่าจะสร้างความยากลำบากให้กับทีมยักษ์ใหญ่ในไทยลีกด้วยกันได้อย่างแน่นอน

 

“Arm Phukrit”

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019


อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports