ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เวลาที่ผมนึกถึง “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก กุนซือของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีไร ผมก็จะคิดถึง ครั้งหนึ่งที่ “โค้ชเบ๊” เคยให้สัมภาษณ์เปรียบเปรยลูกทีมสมัยกุมบังเหียน สุโขทัย เอฟซี ว่า

“ขึ้นต้นเป็นล้ำไม้ไผ่ พอเหลาลงไป กลายเป็นบ้องกัญชา”

และตอนนี้ ดูเหมือนว่า กุนซือร่างผอมรายนี้จะมีปัญหาอีกครั้ง ภายใต้สโมสรใหม่ ที่ใหญ่กว่า ดังกว่า และมีประวัติศาสตร์ของการเป็นแชมป์ไทยลีกที่มากกว่าที่เขาเคยคุมมา

“เมื่อกิเลนที่ดูแข็งแกร่ง น่าเกรงขาม กลับไม่ได้แข็งแรงทั่วแผ่นอย่างที่เขาคิด”

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คือ สโมสรปัจจุบันที่ “โค้ชเบ๊” เซ็นสัญญาเข้ามาคุมทีมตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา และกว่า 3-4 เดือน ที่เขาเตรียมทีมมานั้น แน่นอน เป้าหมายก็คือ การทวงสัญลักษณ์แห่งความเป็นแชมป์คืน พร้อมคว้าความสำเร็จให้ได้อีกครั้งภายใต้คอนเซ็ปต์ FOOTBALL’S COMING HOME

แต่ก็ไม่รู้ว่า ฟุตบอลจะได้กลับบ้านจริงๆ อย่างที่หวัง หรือ จะกลายเป็น “โค้ชเบ๊” ที่ต้องกลับบ้านก่อนกันแน่

2 เกมผ่านไปในศึกไทยลีก 2019 “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดตัวด้วยผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดของเมืองไทย เมื่อปี 2009 หลังพ่ายแพ้ทั้งสองเกมเปิดหัวต่อ พีที ประจวบ เอฟซี 0-1 และ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 0-1

– แพ้ 2 นัดแรก เป็นครั้งแรก
– เก็บแต้มไม่ได้เลยในสองเกมแรก ศึกไทยลีก เป็นครั้งแรก
– ยิงไม่ได้สักประตู จาก 2 เกมแรก เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ โดยห่างจากครั้งแรกถึงรอบ 8 ปี (ปี 2011 เปิดหัวเสมอ บางกอกกล๊าส เอฟซี 0-0 และ แพ้ อาร์มี่ ยูไนเต็ด 0-3)

ผมได้เดินทางไปชมเกมนัดล่าสุด ที่บุกไปแพ้ “แข้งเทพ” ณ ทรู สเตเดี้ยม, ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และต้องบอกตามตรงว่า ปัญหาของ “กิเลนผยอง” นั้น มีค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ซึ่งดูเหมือนว่า จะมีเพียงแค่ตำแหน่งเดียวเท่านั้น ที่ยังดูโอเคอยู่ นั่นคือ ดัง วาน ลัม ผู้รักษาประตูชาวเวียดนาม ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ด้วยฟอร์มการเล่น ระบบการเล่น และแทคติกแล้ว ก็ไม่แปลกใจเลยที่ แฟนบอลเมืองทอง จะเริ่มส่งเสียงให้สโมสรตัดสินใจอะไรบางอย่างออกมา

 

True Bangkok United

#กองหลังและแบ็คสองข้าง

การตัดสินใจปล่อยตัว ทริสตอง โด และ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา แบ็คขวากับแบ็คซ้าย ไปอยู่ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พร้อมทั้งปล่อยยืม ธีราทร บุญมาทัน สู่เจ ลีก ญี่ปุ่น และนำ ศุภนันท์ บุรีรัตน์ กับ วีระวุฒิ กาเหย็ม สองอดีตเด็กปั้นกลับคืนสู่ทีม

สิ่งเหล่านี้ ได้เริ่มเห็นผลตั้งแต่เพียงนัดที่สองเท่านั้น เพราะอย่างเกมล่าสุด การเสียประตูก็เกิดจากช่องโหว่ในพื้นที่ของแบ็คซ้าย ที่ปล่อยให้ วานเดอร์ หลุยส์ เปิดบอลจากด้านข้างให้กับ เนลสัน โบนีญ่า โขกเข้าไปได้ แถมในเกมดังกล่าว “เจ้าบาส” และ “ทริสตอง โด” ต่างก็เล่นดีกันทั้งคู่ ทั้งเกมรุก และ เกมรับ ซึ่งทั้งคู่เล่นวิงแบ็ค รับผิดชอบคนเดียวทางด้านข้างของ “แข้งเทพ” ซึ่งก็กำราบการเติมเกมรุกของ “เจ้าเซฟ” และ “เจ้าดล” ซะอยู่หมัด

ส่วนในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ความจริงนั้น อดิศร พรหมรักษ์ และ โอ บัน ซอก นับเป็นคู่กองหลังที่น่าสนใจ แต่หลังจากนี้ อีกสามสัปดาห์ “กิเลนผยอง” จะมีปัญหาแน่ๆ เนื่องจาก กองหลังดีกรีทีมชาติเกาหลีใต้ มีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า และอาจจะต้องใช้ ศฤงคาร พรหมสุภะ เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ คู่กับ “เจ้าเก่ง” ซึ่งนับเป็นคู่กองหลังที่ตัวเล็กทั้งคู่ และอาจจะถูกโจมตีจากลูกกลางอากาศแน่นอน

 

True Bangkok United

#หัวใจแดนกลางไม่เหมือนเดิม

สารัช อยู่เย็น, อี โฮ และ วัฒนา พลายนุ่ม คือ สามตัวเลือกในแดนกลางของ “กิเลนผยอง” ในเกมล่าสุด ก่อนที่ครึ่งหลัง ชาริล ชัปปุยส์ จะได้ลงสนามมาเล่นกองกลางตัวโฮลดิ้งบอล หลัง โอ บัน ซอค เจ็บและถูกเปลี่ยนตัวออก โดยถอย อี โฮ ลงไปเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟแทน ส่วน อ่อง ธู ก็ได้ลงมาตอนท้ายเกมหลังจากโดนนำไปแล้ว

ส่วนในเกมแรกที่แพ้ ประจวบ 0-1 นั้น เป็น อ่อง ธู, สารัช และ อี โฮ ได้ลงเล่นในแดนกลาง ก่อนจะมีการเปลี่ยนเอา มาริโอ ยูรอฟสกี้ ลงมาแทน ตัวรุกชาวเมียนมา

ดูจากรายชื่อที่ผมเขียนมาทั้งหมด หากยังไม่ได้ลงสนาม ก็ต้องบอกว่า มีแต่ดาวดังล้วนๆ ที่พิสูจน์ตัวเองมาได้แล้วในไทยลีก รวมถึงในนามทีมชาติไทย

แต่ที่เห็นคือ ช่างเป็นสามแดนกลางที่ดูติดขัดไปหมด แถมไร้ครีเอทีฟในการสร้างสรรค์เกมรุก ตัวรุกชาวต่างชาติอย่าง อ่อง ธู กับ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ก็ไม่เหมือนเดิมอย่างที่เคยทำได้ ส่วน สารัช, วัฒนา และ ชัปปุยส์ ต่างก็อยู่ในฟอร์มที่ห่างจากที่เคยขึ้นถึงจุดพีคจนติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่

และนั่นก็ทำให้ กองกลางที่เคยเป็นเสน่ห์ของพวกเขา ไม่ได้ดูน่าเกรงขามเหมือนเคยอีกแล้ว

 

True Bangkok United

#สามประสานสามหัวหอกที่ยังเป้าสะอาด

เมื่อคุณเป็นเฮ้ดโค้ชแล้วมีคนเหล่านี้ให้ใช้งาน ทั้งดาวซัลโวของฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนคนล่าสุด ทั้งอดีตดาวซัลโว ฟุตบอลชิงแชมป์เอเซียน 3 สมัยที่เพิ่งยิงประตูใน เจ ลีก ญี่ปุ่น มา 6 ลูกเมื่อปีที่ผ่านมา รวมทั้งหัวหอกชาวบราซิเลี่ยนที่กดไปแล้วเกิน 100 ประตูในศึกไทยลีก

คุณจะทำอย่างไร??

สำหรับ “โค้ชเบ๊” เขาเลือกที่จะส่งทั้ง อดิศักดิ์ ไกรษร, ธีรศิลป์ แดงดา และ เฮแบร์ตี้ เฟร์นานเดซ ลงสนาม และนั่นคือส่วนประกอบที่เขาคิดว่า ผลงานออกมาจะต้อง “กลมกล่อม” รสชาติละมุนลิ้น ช่วยกันดาหน้ายิงเป็นกอบเป็นกำ แต่ที่ไหนได้ ผ่านมาสองนัด ดูทั้งสามคน กลับเล่นได้ไม่เข้าขากันสักเท่าไร

“เทพมุ้ย” ถูกฉีกออกด้านข้าง แต่เขาไม่ได้ปราดเปรียวเหมือนเคย แถมยังต้องลงมาล้วงบอลเองบ่อยครั้ง
“กอล์ฟ AK9” ได้เล่นทั้งด้านข้างฝั่งขวา และกองหน้าตัวเป้า แต่ดูแล้วเก้ๆ กังๆ ยังไม่เข้ากับระบบเท่าไร
“เฮแบร์ตี้” ก็เหมือนจะหมดพิษสงไปดื้อๆ ไม่ใช่คนเดิมอย่างที่เราเคยเห็น ไม่ว่าจะจังหวะซัดไกล หรือยิงฟรีคิกที่เคยเป็นทีเด็ดก็ตามที

….. ถ้าตามเกณฑ์ที่ “โค้ชเบ๊” เคยลั่นวาจาไว้ นั่นคือเขาจะพิจารณาตัวเอง หากผ่านไป 5 เกมแรก แล้วผลงานในลีกของ “กิเลนผยอง” ไม่ดีพอ แต่การพ่ายแพ้ทั้งสองเกมแรก แบบยิงประตูไม่ได้เลย ในสองเกมแรก ก็น่าจะอยู่เหนือความคิดของทุกคนที่เกี่ยวข้อง

และหากเกมในบ้านที่จะเปิดบ้านพบกับ เชียงใหม่ เอฟซี ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ สถานการณ์ของ “กิเลนผยอง” ยังไม่ดีขึ้น ก็ไม่แน่ว่า “โค้ชเบ๊” อาจจะต้องเก็บของกลับบ้าน ก่อนที่ ฟุตบอลจะคัมมิ่งโฮม เป็นแน่แท้

 

“จอน”

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports