เสมอ ชลบุรี เอฟซี 2-2 (เหย้า, ไทยลีก)
เสมอ สุพรรณบุรี 0-0 (เยือน, ไทยลีก)
แพ้ อูราวะ เร้ด ไดมอนส์ 0-3 (เยือน, เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี)

ขอบคุณภาพ : BURIRAM UNITED

เก็บชัยชนะไม่ได้เป็นครั้งแรกใน 2 นัดแรกของศึกไทยลีก นับตั้งแต่ลงเล่นไทยลีก ภายใต้ชื่อ บุรีรัมย์
เก็บแต้มได้น้อยที่สุดจาก 2 เกมแรกของศึกไทยลีก นับตั้งแต่อยู่ภายใต้ชื่อ บุรีรัมย์
เก็บชัยชนะไม่ได้เลยในสามเกมแรกของฤดูกาล รวมทุกถ้วยทุกรายการ หากไม่นับฟุตบอลถ้วย ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ และยิงไม่ได้ 2 เกมติดต่อกัน ทั้งไทยลีก และ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแชมป์ ไทยลีก 6 สมัย ใน 3 เกมแรกของซีซั่นนี้
ปราสาทสายฟ้า กำลังเจอความยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่ง

“ในซีซั่นที่พวกเขาหวังคว้าแชมป์ทุกถ้วยในประเทศ รวมถึงคาดหวังที่จะไปได้ไกลกว่าที่เคย หรืออย่างน้อยก็เท่าที่เคยสัมผัสมาในศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ไม่มีอะไรที่ง่าย และเป็นไปตามคาดอย่างที่คิด”

และนี่คือปัญหาของพวกเขา ที่ต้องเร่งแก้โดยด่วน

ขอบคุณภาพ : BURIRAM UNITED

#คิดถึงดิโอโก้

คำว่า “คิดถึงดิโอโก้” น่าจะเป็นวลีที่เข้าใจง่าย และถูกใจแฟนบอลของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพราะการปล่อย ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ไปสู่ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ทีมในลีกมาเลเซีย ได้ทำให้ความวูบวาบในเกมรุกของพวกเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ยิงประตูไม่ได้สองเกมติด และยิงได้แค่ 2 เม็ดจาก 2 เกมแรกในลีก ซึ่งเป็นการทำประตูจาก สุภโชค สารชาติ ทั้งสองลูก น่าจะตอบคำถามได้ดีว่า เปโดร จูเนียร์ กับ มาดิโบ ไมก้า ยังไม่ “ถึง” ในสิ่งที่เคยจับต้องได้จาก ดิโอโก้

ฉะนั้น การคิดถึง ดิโอโก้ ในไทยลีก และการคิดถึงคู่หู “ดิโอโก้ แอนด์ เอ็ดการ์” ในศึก เอซีแอล ของเหล่าพลพรรคเซราะกราว จึงเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ ตราบใดที่ตัวต่างชาติในแนวรุกยังผลิตประตูได้ไม่เป็นไปตามคาดหวัง

ขอบคุณภาพ : BURIRAM UNITED

#ต่างชาติไม่เกินเลเวล

การใช้นักเตะต่างชาติในศึกไทยลีก ในสมัยนี้ ต้องยอมรับว่า ต้องค้นหาแข้งต่างชาติที่เกินเลเวลของแข้งไทยจริงๆ ถึงจะมีสิทธิสร้างความแตกต่างในเกมได้

ฉะนั้น การเลือกใช้งานเพียงแค่ อันเดรส ตูเญซ และเปโดร จูเนียร์ ในลิสต์ต่างชาติบนทีมชีตตัวจริงของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เกมบุกเยือน อูราวะ เร้ด ไดมอนส์ นั้น แสดงให้เห็นถึงว่า มาดิโบ ไมก้า และเลือง ซวน เชือง ที่อยู่บนม้านั่งสำรองนั้น ยังไม่ได้ดี หรือได้รับความไว้ใจไปกว่านักเตะไทยเลยด้วยซ้ำ ส่วน ฮาจิเมะ โฮโซไก มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติญี่ปุ่น และอดีตนักเตะจากบุนเดสลีกา เยอรมัน ก็ยังคงไม่ฟิต ทั้งที่ถูกคาดหวังไว้มากพอสมควรในยามที่คว้าตัวเข้ามา

และสุดท้ายมันก็จะกลับมาที่จุดเริ่มต้นว่า บุรีรัมย์ ที่เปลี่ยนแปลงทีมค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะในเรื่องของดาวเตะต่างชาตินั้น พวกเขาคิดถูกหรือไม่ และจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกไหม เมื่อถึงช่วงตลาดนักเตะรอบที่สอง และหากมีการเปลี่ยนแปลงอีก ก็จะต้องมีช่วงเวลาที่รอให้พวกเขาปรับตัวอีกหรือไม่ ?

ขอบคุณภาพ : BURIRAM UNITED

#ยังไม่ถึงเวลาของการแบกอายุค่อนทีม

นอกจากการส่งนักเตะไทยลงสนาม 9 คนแล้ว ในเกมกับ อูราวะ เร้ด ไดมอนส์ ทางด้าน บุรีรัมย์ ได้ตัดสินใจส่งผู้เล่นอย่าง ศศลักษณ์ ไหประโคน, รัตนากร ใหม่คามิ, สุภโชค สารชาติ และศุภชัย ใจเด็ด ลงสนามในแดนกลางช่วยกันทำเกม เคลื่อนเกม และตัดบอล อยู่ด้านหลังกองหน้าตัวเป้าชาวบราซิล อย่าง เปโดร จูเนียร์

ทั้งสี่คน ไม่มีใครอายุเกิน 23 ปี และสามรายหลังนั้น อายุเพียงแค่ 20-21 ปีด้วยซ้ำ การต้องแบกอายุพร้อมกัน โดยไม่มีตัวเก๋าๆ คอยคอนโทรล จึงเป็นเรื่องที่ยากมากๆ หากต้องการผลที่ดีกว่าความพ่ายแพ้กับทีมที่แข็งแกร่งกว่าอย่างชัดเจน

ขอบคุณภาพ : BURIRAM UNITED

#ป้องกันแชมป์กดดันเสมอ

สิ่งหนึ่งที่ผมได้เห็นจากสีหน้า และภาษาร่างกายของนักเตะบุรีรัมย์ในซีซั่นนี้ คือ ขณะที่อยู่บนช่วงเวลาแห่งความยากลำบากของเกม ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่กำลังหมดลงๆ ในเกมที่ยังบุกไปยิง สุพรรณบุรี เอฟซี ไม่ได้ หรือเกมเมื่อวานที่ถูก อูราวะ ขึ้นนำ นั่นคือ สีหน้าแห่งความกดดัน และแบกรับอะไรสักอย่าง

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุดของไทยลีกยุคนี้ และเป็นทีมที่ไปได้ไกลที่สุดของประเทศไทยในศึกฟุตบอลถ้วยเอเชีย นับตั้งแต่เข้าสู่ยุคฟุตบอลอาชีพเต็มตัว

ไม่ใช่แค่ 1 หรือ 2 หรือ 3 ทีม แต่เป็นทุกทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์ไทยลีก ต่างก็อยากล้มพวกเขา และอยากลากพวกเขาลงมาจากบัลลังก์ ความยิ่งใหญ่ของบุรีรัมย์ในทุกๆ ปีนั้น เป็นเสมือนเงาตามตัว ซึ่งได้สร้างความกดดันให้พวกเขา “ล้มไม่ได้” ในปีต่อไป แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่ใครเขาก็พูดถึง

“การคว้าแชมป์ มันยาก
แต่การรักษาแชมป์ และฟอร์มการเล่น คือ สิ่งที่ยากกว่า”

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังเหลืออีกถึง 28 เกมในศึกไทยลีก ซึ่งมีอีก 84 แต้มให้ไขว่คว้า และการตามหลังกลุ่มผู้นำแค่ 4 แต้ม ในไทยลีก ก็ยังมีโอกาสพลิกผันได้เสมอ ส่วนในฟุตบอลถ้วย เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ยังเหลืออีก 5 นัด ซึ่งมีเกมในบ้านเต็มจำนวน 3 นัด ให้ลงเล่น และล่าแต้ม

ยังมีเวลา ยังมีโอกาส ยังเป็นแชมป์ไทยลีกอีกสมัยได้ ยังเข้ารอบน็อคเอ้าท์ เอซีแอล ได้
แต่ปัญหาของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มองเห็นจากช่วงต้นฤดูกาลต้องได้รับการแแก้ไข

และช่วงเวลานี้แหละ จะเป็นจุดวัดความเก่งกาจของผู้บริหารสโมสรบุรีรัมย์อีกครั้ง เพราะที่ผ่านมา ไม่ว่าจะล้มลงแค่ไหน

พวกเขาก็กลับมาลุกได้เสมอ…

“จอน”

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports