หลายคนที่ติดตามดูฟุตบอลรายการคิง เพาเวอร์ คัพ ที่ผ่านมา อาจจะมีคำถามในใจว่าชายฝรั่งที่เดินถือกระดาษและปากกาอยู่ข้างสนาม เขาเป็นใครมาจากไหน? ทำหน้าที่อะไรในฟุตบอลรายการนี้ วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ มิสเตอร์ วิลเลี่ยม จอห์น วอลล์ หรือ บิลล์ วอลล์ หัวหน้าสเก๊าต์ อะคาเดมี่ ของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้

บิลล์ วอลล์ เป็นหัวหน้าสเก๊าต์ อะคาเดมี่ ของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประเทศอังกฤษ ใช้เวลาทำงานดูฟอร์มนักฟุตบอลมาแล้วเกือบๆ ทั่วโลกกว่า 40 ปี ผลงานที่โดดเด่นของเขา  ชายผู้นี้เป็นคนพา เบน ชิลเวลล์, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ รวมไปถึง ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้ เข้ามาแจ้งเกิดกับจิ้งจอกสยาม

สำหรับหน้าที่ของเขาในครั้งนี้ เขาต้องเฟ้นหาผู้เล่นที่มีฝีเท้าดีจากฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี รายการ คิง เพาเวอร์ คัพ 2018 จำนวน 33 คน เพื่อมาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมที่กิเลน วัลเล่ย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา และประกาศตัดตัวเหลือ 10 คนสุดท้าย ไปฝึกทักษะฟุตบอลแบบมืออาชีพ ที่สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 2 ปีครึ่ง ภายใต้โครงการ “ฟ็อกซ์ ฮันท์” รุ่นที่ 4

“ผมไปๆ มาๆ ระหว่างอังกฤษ กับ ประเทศไทย เป็นระยะเวลา 4 ปี ก็นานพอที่ทำให้ผมรู้ว่า วงการฟุตบอลที่ประเทศไทยเขาทำงานกันอย่างไร ทั้งในเรื่องคุณภาพ และการดำเนินการ ผมเคยพูดไว้เมื่อ 2 ปีก่อนว่า ผมประทับใจมากที่ได้ยืนอยู่ในวงการฟุตบอลไทย และผมมีความเชื่อว่า วัฒนธรรมไทยเป็นสิ่งที่ดี เด็กๆ ก็มีทักษะฟุตบอลที่ดี แต่ผมจะเปลี่ยนทักษะที่ดีเหล่านั้นให้กลายเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม และนี่คือความท้าทายของผมอย่างมาก ที่ได้มาทำงานในเมืองไทย”

“ในเรื่องของสภาพร่างกาย เด็กไทยถูกเข้าใจผิดมาตลอดว่า พวกเขาไม่มีความแข็งแรงพอ แต่ผมกลับเห็นว่า พวกเขามีความแข็งแกร่ง และมีเทคนิคอันยอดเยี่ยม ดูได้จากนักเตะในแคมป์ฟ็อกซ์ ฮันท์ รุ่นที่ 4 พวกเขาทำผลงานได้ดี แต่สิ่งที่ท้าทายสำหรับเยาวชนไทย คือ ความเป็นหนึ่งเดียวกัน และการเล่นเป็นทีม”

“ทุกๆ ปีที่ผมมา ผมประทับใจในความเป็นมืออาชีพที่มากขึ้น ผมเคยให้สัมภาษณ์ในการแข่งขัน คิง เพาเวอร์ คัพ ว่า ผมประทับใจมากที่เด็กๆ มีความกระหาย โค้ชมีความเป็นมืออาชีพ รวมถึงผู้จัดงาน ผมรู้สึกพอใจมากที่ได้เห็นการจัดงานในระดับนี้ ตั้งแต่ได้ดูฟุตบอลมาตลอดชีวิต 40 ปีในการทำงานเป็นสเก๊าต์ ผมได้เห็นเด็กไทย ผมได้เป็นแมวมองมาเฝ้ามองพวกเขาในลักษณะเช่นนี้ ผมคิดว่า นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีในการก้าวขึ้นไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ซึ่งถ้าเป็นเด็กอังกฤษในอะคาเดมี่ ผมจะตัดพวกเขาออกจากอะคาเดมี่ หากทำงานอย่างไม่มีความกระหาย ทุกคนต้องมีความพยายาม เพื่อให้ตัวเองได้เล่นในระดับสูงสุด และผมเห็นสิ่งนี้จากเด็กไทย”

“สำหรับนักเตะไทย ผมมองว่า พวกเขามีความตั้งใจ และทำงานหนัก แต่คุณจำเป็นที่จะต้องพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ และควรมีความเข้าใจ ผมบอกเสมอว่า วัฒนธรรมไทยเป็นวัฒนธรรมที่ดีที่สุดในโลกเท่าที่ผมเคยเห็นมา ผู้คนเปิดรับ และเป็นมิตรมาก แต่เมื่อคุณก้าวเข้ามาสู่อาชีพนักฟุตบอล มันไม่ใช่แค่การเปิดรับ และความเป็นมิตร มันคือการแข่งขัน คุณต้องปรับเปลี่ยนความเข้าใจว่าวัฒนธรรมรอบตัว กับวัฒนธรรมฟุตบอลมันคนละอย่างกัน”

นอกจากนี้ บิลล์ วอลล์ คุณครูลูกหนังจากอังกฤษ ก็ได้เปิดเผยถึงการสอนเพรสซิ่ง ซึ่งเป็นบทเรียนแรกๆ ที่เขาเน้นเป็นพิเศษ

“ทำไมเพรสซิ่งจึงมีความสำคัญใช่ไหม? เด็กๆ ต้องเข้าใจว่า พวกเขาต้องทำงานหนัก ต้องเข้าใจว่าช่วงเวลาไหนที่ต้องเข้าเพรส ต้องรู้ว่าเวลาที่บอลมาอยู่ที่ตัวเขา มันมีความกดดันมากแค่ไหน ทำไมทุกๆ คนถึงกล่าวว่า ฟุตบอลสเปน คือ ฟุตบอลที่ออกบอลได้อย่างสวยงาม กุญแจสำคัญก็คือพวกเขาต้องรู้จักการเพรส พวกเขาต้องเรียนรู้เวลาอยู่กับบอลแล้วโดนเพรส ต้องเรียนรู้ว่าผลกระทบมันเป็นยังไง ฟุตบอลเป็นเกมที่ตัดสินแค่ในช่วงพริบตา ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องให้เด็กๆ เรียนรู้ถึงความกดดัน เพื่อเอาตัวรอดและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเพรสซิ่งจึงสำคัญ”

“ผมนำวัฒนธรรมของอังกฤษมาใช้ที่ไทยเพื่อยกระดับในด้านนี้ โดยเรื่องการฝึกซ้อมจะเป็นหน้าที่ของ สตีฟ ฮีลี่ย์ (หัวหน้าผู้ฝึกสอนของ ฟ็อกซ์ ฮันท์) ส่วนผมจะดูเรื่องสภาพจิตใจ เรื่องการตัดสินใจ ดูว่าทำไมเขาถึงมีปฏิกิริยาแบบนั้น เด็กๆ ทำอย่างไรได้บ้างภายใต้ความกดดัน ผมดูความเป็นไปได้ว่า เขาจะเข้ากับทีมที่อังกฤษได้ไหม มีหลายอย่างที่คุณต้องมอง หลายอย่างมากๆ”

“แน่นอนคิง เพาเวอร์ เป็นบริษัทที่ใหญ่มากในประเทศไทย ทุกคนต้องสนับสนุนสิ่งที่คิง เพาเวอร์ กำลังทำอยู่ เพราะนี่คือหนทางที่ดี ที่จะทำให้นักเตะได้ไปเล่นในรายการใหญ่ระดับชาติ หรือฟุตบอลโลก และได้สร้างเกียรติให้กับประเทศชาติ เห็น แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ไหม? ดูสิว่าตอนนี้เขาเป็นอย่างไร”

“คิง เพาเวอร์ คือ สิ่งที่มหัศจรรย์ พวกเขาไม่ใช่เพียงแค่นักลงทุน มีเรื่องราวมากมายที่คิง เพาเวอร์ ได้สร้างอะไรให้กับเลสเตอร์ นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมผมจึงมีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่ และต้องเดินหน้าต่อ เมื่อลงสนามคุณต้องมีหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่ง คุณต้องเล่นเพื่อเอาชนะ ทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด เชื่อฟังคำสั่งของโค้ช และรักษาวินัยของตัวเอง เริ่มจากก้าวเล็กๆ ไต่ระดับขึ้นไปสู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ ผมเชื่อว่าเด็กไทยทำได้”

เด็กไทยในสายตาของฝรั่งเราก็ได้เห็นกันแล้วว่า เขาก็ยอมรับในฝีเท้าและทักษะของเราอยู่ไม่น้อย ที่เหลือก็อยู่ที่ตัวของเด็กๆ ทุกคนแล้วที่จะรักษามาตรฐานการเล่นของตัวเอง และระเบียบวินัยทั้งในและนอกสนามเอาไว้ได้หรือไม่

“มุ่งมั่น ตั้งใจ รักษาวินัย อดทน”

ในเมื่อโอกาสมากองอยู่ตรงหน้า……คุณจะไม่คว้าเอาไว้เชียวหรือ

แล้วพบกันที่อังกฤษ ฟ็อกซ์ ฮันท์ รุ่นที่ 4

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports