สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสพบกับ นิรุจน์ สุระเสียง อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติไทย ที่ผมชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก และได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวอยู่ราวสิบกว่านาที ณ กิเลน วัลเลย์ เขาใหญ่ ที่มีโครงการ “ฟ็อกซ์​ ฮันท์ ​ไฟน่อล แคมป์” เพื่อเฟ้นหา 10 เยาวชนไทย ที่จะได้ไปฝึกฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษ กับสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นเวลา 2 ปีครึ่ง โดย “พี่ตั้ม” เป็นหนึ่งในคุณครู ที่มาโค้ชชิ่งฟุตบอลให้กับเด็กๆ ในแคมป์

แฟนบอลไทยรุ่นใหม่ อาจจะไม่รู้จัก หรือไม่เคยได้เห็นการเล่นของ “พี่ตั้ม” เมื่อสมัยยังหนุ่ม ก่อนที่ตัวเลขชีวิตจะเดินมาถึงหลักสี่

ฉะนั้น ผมขออนุญาตเล่าให้ฟังคร่าวๆ นะครับ …. นิรุจน์ สุระเสียง เป็นนักเตะในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวตัดเกมเป็นส่วนใหญ่ แต่สามารถเล่นเกมรุก หรือตัวโฮลดิ้งบอลก็ได้ รวมถึงปีกขวาด้วย คิดง่ายๆ ก็ประมาณ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์​ นั่นแหละ

“พี่ตั้ม” โด่งดังมากับสโมสร บีอีซี เทโรศาสน (โปลิศ เทโร เอฟซี ในปัจจุบัน) ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 เขาอยู่ในชุดที่ “มังกรไฟ” คว้าแชมป์ ไทยลีก 2 สมัย และได้ลงตัวจริงในเกมนัดประวัติศาสตร์ รอบชิงชนะเลิศ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2002 กับ อัล ไอน์ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ก่อนจะคว้ารองแชมป์มาครอง ซึ่งเป็นการไปได้ไกลที่สุดแล้วของสโมสรจากไทย ในถ้วยใบใหญ่ของทวีปเอเชีย

จากนั้น “พี่ตั้ม” ก็ย้ายไปค้าแข้งที่ วี ลีก เวียดนาม เกือบ 10 ปี กับหลายสโมสร ส่วนในนามทีมชาติไทย ก็ได้ลงสนามไปมากกว่า 60 เกมในสีเสื้อ “ช้างศึก” โดยเคยได้รับเกียรติสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมชาติไทยในเกมบุกเยือน ทีมชาติญี่ปุ่น ในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย และเคยทำประตูให้กับทีมชาติไทยมาแล้วทั้งในศึก เอเชี่ยนคัพ รอบคัดเลือก รวมถึง ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ด้วย

“ตอนนี้พี่ก็ว่างงานในระดับสโมสรอยู่ครับ ปีที่แล้ว อยู่กับพี่จุ่น (อนุรักษ์ ศรีเกิด) ที่สโมสรขอนแก่น เอฟซี แต่พอหมดสัญญา ก็เปลี่ยนบรรยากาศมาสอนบอลเด็ก มีสองที่ ห้าแยกปากเกร็ด กับสนามที่จังหวัดสุพรรณบุรี ก็ถือว่าความรู้สึกก็เปลี่ยนไปนะ เพราะทำงานกับสโมสรมา 5 ปีเต็ม หลังจากแขวนสตั๊ด ได้อยู่กับเด็กๆ ได้ศึกษาวิธีการสอนเด็กๆ”

 

TrueID / Phukrit Limpaphan

เมื่ออยู่ในแคมป์ของฟ็อกซ์​ ฮันท์ ผมก็ได้ถามถึงความรู้สึกกับโครงการนี้

“พี่ว่าโครงการนี้ ดีมากนะ เปิดโอกาสให้เด็กไทยที่มีฝีมือ ได้ไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ พี่คิดว่า มันยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 อีกนะ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ และไม่ได้มีสำหรับทุกคนด้วย”

“ข้อเสียอย่างเดียวของพี่ สำหรับคนที่ได้ไปอังกฤษ คือ มันอยู่ไกลบ้านเท่านั้นเอง ส่วนอื่นๆ มันได้เยอะมาก มากกว่าแค่เรื่องของฟุตบอล ทั้งเรื่องการศึกษา เรื่องของภาษาอังกฤษ และยังได้ยกระดับตัวเองในเรื่องของความเป็นมืออาชีพเต็มตัวด้วย”

“แม้สุดท้าย น้องบางคนอาจจะไปไม่ถึงฝั่งฝันในเส้นทางฟุตบอล แต่ก็ยังได้เปรียบกว่าคนอื่นในเรื่องของภาษา ก็อาจจะยังทำงานเกี่ยวกับฟุตบอลได้ โดยมีภาษาที่ดีกว่าคนอื่นๆ”

 

TrueID / Supanat Charoenrat

การที่ “พี่ตั้ม” เคยเล่นฟุตบอลที่ต่างประเทศกว่า 10 ปี ในศึก วี ลีก เวียดนาม กับสโมสรชั้นนำอาทิ บินห์ ดินห์ และ ฮอง อันห์ ยา ลาย ผมก็เลยถือโอกาสให้พูดถึง “เจ้านิว” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ นักเตะทีมชาติไทยในตำแหน่งมิดฟิลด์เช่นกัน ที่กำลังค้าแข้งอยู่กับ โออิตะ ทรินิตะ ทีมน้องใหม่ในศึก เจ ลีก 2019 แถมยังได้ลงสนามเป็นตัวจริงครบทั้งสามเกมแรกอีกด้วย ซึ่งพี่ตั้มเอง ก็ถือว่าเป็นรุ่นพี่ในทีมบางกอกกล๊่าส เอฟซี ของเจ้านิวด้วย แม้จะไม่เคยได้เล่นร่วมกันมาก่อนก็ตาม

“ก็ดีใจกับน้อง และครอบครัวเจ้านิวด้วยนะ ที่ได้โอกาสไปเล่นที่เจ ลีก ลีกที่แข็งแกร่งที่สุดของเอเชียเลยก็ว่าได้ ก็อยากให้น้องทำให้เต็มที่กับโอกาสนี้ พี่เคยไปเล่นอยู่ที่เวียดนาม 10 ปี ก็จริง แต่มันยังไม่เท่ากับ เจ ลีก ความแตกต่างของฟุตบอลมันแตกต่างโดยสิ้นเชิง ฉะนั้น นี่คือโอกาสที่ดีมากๆ ของเจ้านิว เกี่ยวเก็บประสบการณ์ รักษาฟอร์ม รักษาร่างกายของตัวเองให้ดีๆ ถ้าเป็นไปได้ ก็พยายามเล่นไปเลยหลายๆ ปี ไม่จำเป็นไม่ต้องรีบกลับครับ”

 

TrueID / Phukrit Limpaphan

สำหรับ “พี่ตั้ม” นิรุจน์ สุระเสียง ก็เป็นอีกหนึ่งในนักเตะที่เคยเกือบได้เล่นฟุตบอลลีกอาชีพที่ประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว เมื่อสมัยค้าแข้งกับสโมสรมังกรไฟ

“มีครั้งนึง พี่เคยไปเล่นให้ ทีมชาติไทย ยู-23 เกมปรีโอลิมปิก ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แข่งกับทีมชาติญี่ปุ่นนี่แหละ แล้วก็มีแมวมองของ เวอร์ดี้ คาวาซากิ มาดูฟอร์ม และก็ได้คุยกันหลังจบเกม แต่สุดท้าย สองสโมสรตกลงรายละเอียดไม่ได้ อีกอย่าง พี่ต้องเล่น เอซีแอล รอบชิงชนะเลิศด้วย เลยไม่ได้ไป”

“จากนั้น พี่ก็ไปอยู่เวียดนาม 10 ปี พี่ก็อยากใช้ประสบการณ์ตรงนั้น สอนทั้งเจ้านิว รวมถึงนักฟุตบอลไทยที่กำลังค้าแข้งอยู่ต่างประเทศว่า สิ่งสำคัญอย่างแรกที่ต้องทำเลย คือ เรื่องการปรับตัว ตามด้วยความมุ่งมั่น อย่าง “เจ้านิว” น่าจะไม่มีปัญหาอะไรมาก เพราะการเล่นที่เจลีก คือความใฝ่ฝันของเขาอยู่แล้ว และเขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม นี่คือข้อดีของเขา ถ้าปรับตัวได้ และมุ่งมั่นเต็มร้อย ต้องเกินร้อยด้วยซ้ำ ทั้งการซ้อม ทั้งการแข่ง และมีความเป็นมืออาชีพที่สุด ทุกครั้งที่มาสนามซ้อม ทุกอย่างก็จะดีเองครับ”

“ขอให้เจ้านิวเรียนรู้ให้มากที่สุด เพราะการได้เล่นเจลีก มันหาซื้อไม่ได้นะ มันจะถูกจดจำไปชั่วชีวิตของเจ้านิวแน่นอน ก็ขอให้เขาโชคดีครับ”

 

TrueID / Phukrit Limpaphan

สุดท้ายนี้ นอกจากคำแนะนำที่มีต่อ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ รวมถึงนักเตะดีกรีทีมชาติไทยที่ได้ค้าแข้งต่างประเทศแล้ว ผมยังให้ “พี่ตั้ม” ฝากถึงเด็กๆ นักเตะเยาวชนไทย ทั้งที่จะได้ไปเล่นฟุตบอลที่อังกฤษ ในฐานะ ฟ็อกซ์ ฮันท์ รุ่นที่ 4 รวมถึงยังเล่นฟุตบอลอยู่ในไทยด้วย

“ผมบอกเสมอ การเล่นฟุตบอลต่างถิ่น สิ่งแรกที่ต้องทำเลยสำหรับ ฟ็อกซ์ ​ฮันท์ ที่จะได้ไปอยู่อังกฤษ ในรุ่นที่ 4 คือ ต้องรู้จักการปรับตัว ทั้งเรื่องวัฒนธรรมของอังกฤษ เรื่องภาษา เรื่องสไตล์การซ้อม เรื่องสไตล์การเล่น ที่ต้องปรับใหม่หมด ถ้าทำไ้ด้ โอกาสจะกลายเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ดีในอนาคต มีแน่นอน ปรับตัวเก่ง ปรับตัวได้เร็ว มันก็ไปเร็ว”

“อีกอย่างที่ต้องมาพร้อมการปรับตัว คือ ทัศนคติ ซึ่งจุดแข็งของเด็กไทย คือ เบสิค กับ เทคนิค ค่อนข้างดี พี่สัมผัสฝรั่งมานะ เด็กๆ ของเขา อายุ 14-15 ปี ยังเล่นสู้เราไม่ได้เลย แต่จุดอ่อนของเด็กเรา คือ การใช้ชีวิต และความเป็นมืออาชีพทั้งใน และนอกสนาม พออายุ 17-18 ปี ฝรั่งเค้าไปไกลขึ้น และเรากลับอยู่กับที่ ความแตกต่างก็คือ เรื่องของทัศนคตินี่แหละสิ่งที่เราสู้เขาไม่ได้”

“ถ้าเราคิดได้นะ เราเก่งขึ้นแน่นอน ดูอย่าง เจ (ชนาธิป สรงกระสินธ์) เบสิคดี เทคนิคดี แล้วพอมีทัศนคติดี กับมีความเป็นมืออาชีพเข้ามาด้วย ก็ไปได้ไกล อยากไปได้ไกล ต้องปรับตัวเร็ว และมีทัศนคติที่ดี”

 

“จอน”

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports