สัปดาห์ที่ผ่านมา ฟุตบอลอังกฤษ นอกจากจะเข้มข้นแล้ว ยังมีประเด็นให้คิดกันพูดกันอย่างมากมาย โดยเฉพาะจังหวะน่ากังขาหลายๆ ครั้งในเกม ซึ่งมันเป็นจังหวะที่เปลี่ยนเกมทั้งสิ้น แต่โชคร้ายไปหน่อย ที่ฟุตบอลอังกฤษในฤดูกาลนี้ ยังไม่มีการใช้วีเออาร์ ในการแข่งขันจริง ทำให้ต้องยกประโยชน์ให้จำเลยกันไปก่อน

นอกเหนือจากนั้น เราเอามาเล่าให้กันฟังเหมือนเดิมครับ กับ 5 ประเด็นต่อไปนี้เลย

 

ลิเวอร์พูล รักษาโอกาสที่จะกลับมาได้เปรียบไว้ได้

(Peter Byrne/PA via AP)

ถึงแม้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่ได้ยิงเลยสักประตูในเกมที่พลพรรค “หงส์แดง” เอาชนะ เบิร์นลี่ย์ ได้ 4-2 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เขาก็มีส่วนกับเกมค่อนข้างมาก ในชัยชนะสำคัญนัดนี้

3 คะแนนที่ แอนฟิลด์ ไม่ใช่แค่ทำให้พวกเขารักษาระยะห่างกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้เหลือ 1 คะแนนเท่าเดิมเท่านั้น แต่มันยังเปิดโอกาสให้พวกเขา มีโอกาสแซงกลับ เนื่องจากในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ พรีเมียร์ลีก จะมีลงสนามเตะกันแค่ 5 คู่ เพราะบรรดาทีมที่ยังไม่ตกรอบใน เอฟเอ คัพ มีคิวลงเตะกัน

นั่นทำให้ “เรือใบ” ไม่ได้ลงสนามในนัดนี้ ผิดกับ ทีมผู้ตามอย่าง ลิเวอร์พูล

จะว่าไป นี่เป็นเหมือน ทุกขลาภ จากการตกรอบ เอฟเอ คัพ ก็ว่าได้ หาไม่ ลิเวอร์พูล จะไม่มีโอกาสแซงนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ก่อนได้ง่าย ๆ เลย หรือ ถ้านำได้ ก็อาจจะไม่เกินสัปดาห์ เพราะมีคิวเตะไม่เสาร์ ก็ อาทิตย์ สลับกัน

แต่การที่ ซิตี้ ต้องลงเล่นในเอฟเอ คัพ เปิดช่องให้ลิเวอร์พูล แซงนำไปก่อนในสัปดาห์นี้ และถ้าพวกเขาเก็บชัยชนะได้เรื่อย ๆ ทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ จะเป็นฝ่ายขึ้นไปอยู่หัวตารางนับจากนี้ไปจน สิ้นเดือน เมษายน เมื่อ ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะได้กลับมาเล่นเกมตกค้าง

แต่กว่าจะถึงวันนั้น ซิตี้ ต้องเล่นเพื่อไล่ตามลดช่องว่าทุกนัดไป และจะไม่มีทางขึ้นมารั้งจ่าฝูงได้เลย ถ้าลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะในสัปดาห์นี้กับฟูแล่มได้สำเร็จ

จนกว่านัดตกค้างกับ เบิร์นลี่ย์ วันที่ 28 เมษายน จะมาถึง ตอนนั้น ก็ไม่แน่ว่า ซิตี้ จะทนแรงกดดันไหว แล้วไม่พังไปก่อน

แต่เหนืออื่นใด “หงส์แดง” ต้องเก็บชัยสัปดาห์นี้ก่อน และ ต้องเก็บชัยให้ได้สม่ำเสมอด้วย ไม่เช่นนั้น พรีเมียร์ลีก อาจจะปิดฉากก่อนวันที่ 12 พฤษภาคมก็ได้

 

ท็อตแน่ม ทำตัวเองให้ลงมาสู่เกมล่าตั๋วแชมป์เปี้ยนส์ ลีก 

(Andrew Matthews/PA via AP)

ความพ่ายแพ้ที่ เชนต์ แมรี่ ของท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ น่าจะเป็นผลการแข่งขันที่ ช็อคที่สุดในสัปดาห์นี้ เพราะใครจะไปคิดว่า “ไก่เดือยทอง” ที่แนวรุกกลับมาฟูทีมครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม จะมีอันเป็นไปไม่ได้เลยสักแต้ม แถม ต้องมาแพ้ทีมหนีตกชั้นอย่าง เซาธ์แฮมป์ตัน อีกต่างหาก

เจมส์ วอร์ด พราวส์ เป็นนักเตะที่ช่วงนี้ฟอร์มฮอตอย่างมาก และมีโอกาสย้ายทีมในช่วงปิดฤดูกาลนี้สูงทีเดียว และฟรีคิกของเขา ก็ทำสเปอร์ส เจ็บแสบสุด ๆ

ความพ่ายแพ้เกมนี้ ถึง ท็อตแน่ม ยังจะรั้งที่ 3 ของตารางต่อไป แต่มันทำให้พวกเขา ต้องมาเล่น “เกมล่าตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีก” กับ อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี จนได้

ดีไม่ดี อาจจะถึงเสีย โควตา แชมเปี้ยนส์ ลีก เลยก็ได้ ถ้าพวกเขายังฟอร์มหลุดกันแบบนี้ เพราะปัจจุบัน ถ้าดูในตารางคะแนนแบบไม่คิดมาก ท็อตแน่ม นำ อาร์เซน่อล อยู่ 1 คะแนน และ นำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 คะแนน รวมไปถึง นำเชลซี 4 คะแนนตามลำดับ

แต่ถ้าดูให้ดี จะเห็นว่า เชลซี มีเกมตกค้างอยู่ 1 นัด จากการที่ไปเล่นใน คาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศมา ทำให้ ถ้าพวกเขาเอาชนะ ไบรท์ตัน ได้ ก็จะมีเพิ่มมาเป็น 60 แต้ม ไล่จี้ ท็อตแน่ม แค่ 1 แต้มเท่านั้น

นอกจากนี้ พวกเขายังมีเกมหนัก ๆ อย่างการไปเยือน ลิเวอร์พูล และ ไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รออยู่ด้วย นั่นหมายความว่า พวกเขาอาจจะเสียไปเลย 6 คะแนนเต็มก็ได้ เพราะเป็นที่รู้กันว่า 2 ทีมนำหัวตาราง เล่นในบ้านได้ฟอร์มแกร่งแค่ไหน

และ 6 คะแนนที่ว่า ก็เพียงพอให้พวกเขา ปลิวออกจากพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ง่าย ๆ เลย

ดังนั้น หลังจากนี้ ทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ต้องสร้างความแตกต่างให้ได้ ไม่เช่นนั้น โอกาสไปเล่นในถ้วย “บิ๊กเอียร์ส” อาจจะหลุดลอยไปก็ได้

 

อาร์เซน่อล กลับมากุมตั๋ว “บิ๊กเอียร์ส” ไว้ในมืออีกครั้ง

(AP Photo/Tim Ireland)

ตรงข้ามกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เพราะ อาร์เซน่อล ที่ปัจจุบัน แซงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นมารั้งอันดับสี่ มีโอกาสสูงกว่าใครเพื่อน ในการคว้าตั๋วไปลุย แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า หลังเอาชนะ “ผีแดง” ได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

สาเหตุที่พวกเขามีโอกาสสูงที่สุดกว่า ท็อตแน่ม, แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี นอกจากที่ว่า โปรแกรมของ “ไก่เดือยทอง” หนักหนาแบบที่ว่าไว้ในข้อที่แล้ว พวกเขายังมีโปรแกรม เบาที่สุด ในบรรดาทีมที่ล่าโควตานี้ทั้งหมดอีกด้วย

เปิดบ้านพบ นิวคาสเซิ่ล, ไปเยือน เอฟเวอร์ตัน, ไปเยือน วัตฟอร์ด, เฝ้าบ้านรับ คริสตัล พาเลช, ไปเยือน เลสเตอร์, เปิดบ้านพบ ไบรท์ตัน, เยือน วูล์ฟส์ และปิดฤดูกาลด้วยการไปเยือน เบิร์นลี่ย์ เหล่านี้คือเกมที่เหลือของ “ปืนใหญ่”

งานหนักสุดคือไปเยือน เอฟเวอร์ตัน กับ เยือน วัตฟอร์ด และ เยือน เลสเตอร์ เท่านั้น

จาก 8 นัดที่เหลือ ถ้าได้เต็ม 24 คะแนน คงจะดีที่สุด และ การันตีการไปยุโรปแน่นอน อันที่จริง 22 ก็น่าจะเพียงพอ คือเสมอ 1 แต่นั้นเป็นการคาดการณ์ทาง ทฤษฏี แต่ในทางปฏิบัติ นักวิเคราะห์มองว่า 20 จาก 24 คะแนน นี่เกินพอ

แต่ไม่ว่าจะได้กี่คะแนน แต่ตอนนี้ต้องยอมรับว่า อาร์เซน่อล ได้กุมชะตากรรมของตัวเองอยู่ ณ ตอนนี้

 

โซลชาร์ กับ แรงกดดันแรกที่ต้องจัดการ

(Martin Rickett/PA via AP)

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เขามารับงานแบบไม่มีอะไรจะเสีย หลังการจากไปของ โชเซ่ มูรินโญ่

แน่นอน ทุกวันนี้ เขากลายเป็นผู้กอบกู้ไปแล้ว แต่ในวันนั้น ไม่มีใครคาดหวังอะไรจากเขา และการทำงานภายใต้ภาวะไร้ความกดดัน ก็ทำให้เขา โชว์ฝีมือได้อย่างเต็มที่ และพาทีมกลับมาอยู่ในจุดที่เหนือความคาดหมายได้อย่างทุกวันนั้น

แต่หลังจากนี้ เขาจะโดนความกดดันเล่นงานอย่างเต็มที่แล้ว ไม่ใช่เพราะเขาแพ้อาร์เซน่อล แต่เป็นเพราะ “เรด อาร์มี่” เริ่มคาดหวังในตัวเขาแล้ว และคาดหวังการได้ไปเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าด้วย

แน่นอนว่า เพราะยังมีหวังนั้นแหละ เลยทำให้ โซลชาร์ ต้องเจอกับแรงกดดัน และไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ แต่การที่แมนฯ ยูไนเต็ด จะจบอันดับที่ 4 นี่ถือเป็นงานยากทีเดียว

อยากที่ได้วิเคราะห์กันไปใน 2 ข้อด้านบนว่า ทีมอันดับที่ 4 ที่มีลุ้นกันตอนนี้ จะเหลือแค่ 4 ทีม กับ 2 โควตา ในอันดับที่ 3 และ 4

อาร์เซน่อล เป็นทีมที่ทางสะดวกที่สุด ถ้าวัดกันตามเนื้อผ้า สเปอร์ส เป็นทีมที่ทางลำบากที่สุด แต่ถือไพ่ดีที่สุดในตอนนี้ จากการที่มีคะแนนนำทีมอื่น ๆ อยู่ ส่วนเชลซี ยังมีเปรียบ เพราะมีเกมในมืออีก 1 นัด นั่นทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูจะเป็นทีมที่ดูเหนื่อยที่สุด

แต่พวกเขายังมีโอกาส ไปตัดแต้มเชลซี จากการที่จะได้เปิดบ้านพบ “สิงห์บลูส์” สิ้นเดือนเมษายน ซึ่งนั่นอาจจะเป็นโอกาสสำคัญในการคว้าตัวแชมเปี้ยนส์ลีกก็ได้

แต่กว่าจะถึงวันนั้น ความกดดันในนัดหน้ากับ วัตฟอร์ด ในช่วงสิ้นเดือนนี้

 

ถึงเวลา “วีเออาร์” กับบอลอังกฤษเสียที

(Martin Rickett/PA via AP)

สองถึงสามสัปดาห์หลัง ความผิดพลาดของกรรมการ มีให้เห็นกันอย่าง จะ ๆ ในพรีเมียร์ลีก ยิ่งตอกย้ำว่า วีเออาร์ เป็นเรื่องที่จำเป็นไปแล้วในฟุตบอลอังกฤษ

แน่นอน ว่า วีเออาร์ จะถูกนำเข้ามาใช้ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน แต่นั่นก็หมายความว่า ในฤดูกาลนี้ เราต้องวัดดวงกันต่อกับการตัดสินของพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นเรื่องช่วยไม่ได้

แน่นอน ถ้ามันไม่มีปัญหาคงจะดี แต่ถ้า มันเกิดมีจังหวะค้านสายตา แล้วส่งผลต่อการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก คงจะไม่ใช่เรื่องสนุก และน่าจะถูกพูดถึงกันไปอีกนาน

โดยเฉพาะเด็กหงส์

จริง ๆ โดยส่วนตัว ผมก็ไม่ใช่แฟนบอลหงส์แดง และยิ่งไม่ใช่แฟนบอลของลีกอังกฤษด้วย แต่ก็อดจะสงสารไม่ได้ ถ้าเกิดกรณีกังขาที่มีผลต่อการลุ้นแชมป์จริง เพราะคิดออกเลยว่า เด็กหงส์จะโดนล้อหนักแค่ไหน

ถ้ามันส่งผลให้ ลิเวอร์พูล ไม่ได้แชมป์ ก็โดนล้อ “แชมป์ว่าว” ถ้ามันส่งผลให้ ลิเวอร์พูลได้แชมป์ ก็จะโดนล้อว่า “ขี้โกง” อีก

แต่สุดท้ายแล้ว ในเมื่อยังไม่มี วีเออาร์ ในฤดูกาลนี้ เราก็คงได้แต่รอดูสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ในช่วง 8 นัดสุดท้ายของพรีเมียร์ลีกกันต่อไป…ก็เท่านั้นครับ

“Mr.BOSTON”

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports