ผ่านพ้นไป 4 เกมแรกของศึก ไทยลีก 2019 ที่เปิดซีซั่นมาแล้วกว่า 1 เดือน เรียกได้ว่า “สนุก สูสี คู่คี่ และเข้มข้นใช้ได้เลยทีเดียวสำหรับฤดูกาลนี้”

ผมเองก็ได้ติดตามชมเกมการแข่งขันอยู่ในทุกสัปดาห์ ทั้งจากหน้าจอโทรทัศน์, หน้าจอโทรศัพท์ รวมถึงเดินทางไปชมเกมแบบชิดติดขอบสนาม และทั้งหมดทั้งมวล ผมได้เห็นอะไรบ้างที่แตกต่างกว่าเดิม ดีขึ้นกว่าเดิม หรือแย่กว่าเดิม จากศึกไทยลีก 2019 ครั้งนี้ ลองมาติดตามกัน…

 

ตารางคะแนนกำลังบอกอะไรบางอย่าง

ผ่านมา 4 เกมแรก ปรากฏว่าจ่าฝูง คือ “พีที ประจวบ เอฟซี” ทีมจอมเซอร์ไพรส์ที่เก็บชัยชนะได้ 3 นัด และแพ้ 1 นัด ทำให้มี 9 แต้ม ในขณะนี้ ตามมาด้วย “แชมป์เก่า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับทีมลุ้นแชมป์จากคลองเตยอย่าง การท่าเรือ เอฟซี ที่มีทีมละ 8 แต้มจากผลงาน ชนะ กับ เสมอ อย่างละ 2 นัด โดยยังมีอีก 3 ทีมที่มี 7 แต้ม ได้แก่ สมุทรปราการ ซิตี้, นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี และ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

ท้ายตารางก็เซอร์ไพรส์พอกัน เมื่ออดีตแชมป์ไทยลีก 1 สมัยอย่าง “ชลบุรี เอฟซี” เปิดหัว 4 นัด ได้ย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรในศึกไทยลีก ด้วยการเก็บได้แค่ 1 แต้ม จมบ๊วยของตาราง โดยมี ตราด เอฟซี อยู่รองบ๊วย มีอยู่ 2 แต้ม ส่วน ชัยนาท ฮอร์นบิล และ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เป็นสองทีมที่มี 3 แต้มเท่ากัน

ตารางคะแนนเช่นนี้ กำลังจะบอกอะไรเรา…

อย่างแรกเลย คือ ซีซั่นนี้เป็นปีที่มีสโมสรในศึกไทยลีก เพียงแค่ 16 ทีมเท่านั้น ทำให้จะมีเกมลีกทั้งหมดแค่ 30 นัด และตอนนี้ ก็ผ่านไปแล้ว 4 เกม ทำให้เหลืออีกเพียง 26 เกมก็จะจบฤดูกาลแล้ว ซึ่งทำให้การแข่งขันค่อนข้างบีบ และสูสีอย่างมาก

ผ่านไป 4 เกม ยังไม่มีทีมไหนที่มีแต้มแตะเลขสองหลักได้เลย มากที่สุดคือ 9 แต้มจากคะแนนเต็ม 12 แต้ม บ่งบอกว่า ทุกทีมสามารถเสมอ ชนะ และแพ้กันได้หมด ซึ่งก็ไม่มีทีมใดที่แพ้รวดด้วย และนั่นก็ทำให้ ตัวเลขคะแนนตั้งแต่ 1-9 ต่างถูกจับจองกันครบทุกจำนวน

และเมื่อคะแนนติดๆ กันเช่นนี้ นั่นทำให้แต่ละเกมมีความหมายอย่างยิ่งต่อทุกสโมสร ซึ่งชัยชนะ 1 นัด เท่ากับสามแต้ม ก็จะทำให้เกิดการก้าวกระโดดของอันดับอย่างรวดเร็ว

ยังมองไม่ออกเลยว่า ทีมใดจะคว้าแชมป์ ทีมใดจะตกชั้น เป็นปีที่สูสี และคู่คี่จริงๆ ทุกอย่างยังเปิดกว้างสำหรับทุกทีม ในอีก 5-6 เดือนข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา

 

สูสีวัดด้วยสถิติ

สกอร์ 3-0 ในคู่ระหว่าง สุพรรณบุรี เอฟซี ที่เปิดบ้านถล่ม ชลบุรี เอฟซี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเกมที่ชนะกันขาดลอยที่สุดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2019 มา โดยที่ยังไม่มีทีมใดที่สามารถยิงได้ถึง 4 ประตูหรือมากกว่าในเกมเดียวเลยด้วยซ้ำ

และนี่คือสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกว่า ซีซั่นนี้ มีความสูสีกันมากขึ้น ยิงกันยากมากขึ้น เพราะหากเทียบกับปีก่อนๆ เมื่อผ่านมาแล้ว 4 นัดแรกของทุกทีม ก็มีทั้งการถล่มกันเกินกว่า 2 ประตู และยิงกันถึง 4 ประตูกันไปหลายคู่

สำหรับปี 2018 ในจำนวน 4 สัปดาห์แรกนั้น มีทั้งหมด 4 เกมที่เข้าข่ายถล่มกันเกิน 2 ประตู และมีทีมที่ยิงได้แตะหลัก 4 ประตูในเกมเดียว นั่นคือ พัทยา ยูไนเต็ด 4-1 ชัยนาท ฮอร์นบิล, การท่าเรือ เอฟซี 3-0 พัทยา ยูไนเต็ด, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3-0 พีที ประจวบ เอฟซี และสุโขทัย เอฟซี ที่เปิดบ้านชนะ ชัยนาท ฮอร์นบิล 4-2

ส่วนปี 2017 นี่เพียบเลยครับ แค่ 4 เกมแรกก็ถล่มกันเพียบ ยิงกันเกิน 4 ประตูขึ้นไปหลายคู่ เริ่มจาก บางกอกกล๊าส เอฟซี 0-4 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 4-0 ซุปเปอร์พาวเวอร์, อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด 4-1 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, บางกอกกล๊าส เอฟซี 6-0 ศรีสะเกษ เอฟซี, สุโขทัย เอฟซี 5-1 ซุปเปอร์พาวเวอร์, ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 6-2 การท่าเรือ เอฟซี, ไทยฮอนด้า 1-5 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ชลบุรี เอฟซี 0-3 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

 

ใช้ต่างชาติไม่เต็มโควตา

น่าแปลกใจพอสมควรในเรื่องโควตาต่างชาติที่ถูกใช้งานจริงของแต่ละสโมสรในศึกไทยลีก 2019 เพราะซีซั่นนี้ เป็นซีซั่นที่มีการเปิดโอกาสให้ใช้โควตาต่างชาติถึง 7 คนลงสนามพร้อมกัน ในสูตรตัวเลข (3+1+3) หรือต่างชาติ 3 คน เอเชีย 1 คน และ อาเซียน 3 คน

แต่พอเอาเข้าจริง แต่ละทีมก็ไม่ได้ส่งต่างชาติลงสนามครบโควตาเลยสักทีม แถมบางทีมยังใช้โควตาต่างชาติจริงๆ เพียงแค่ 1 หรือ 2 คนเท่านั้น อย่างเกมบิ๊กแมตช์เมื่อวานที่ผ่านมา ระหว่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็มีโควตาต่างชาติอยู่ในสนามพร้อมกันเพียงแค่ 7 คนเท่านั้น (ต่างชาติ 4 + เอเชีย 1 + อาเซียน 2)

สิ่งที่เป็นนัยยะสำคัญที่เกิดขึ้นจากจำนวนโควตาต่างชาติที่ถูกใช้งานลดลงก็คือ ปัจจุบันนักเตะไทย ได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาพอสมควร และกลายเป็นตัวเลือกที่ดีให้สโมสร และเมื่อต่างชาติที่มีค่าเหนื่อยสูงกว่า ไม่สามารถทำผลงานได้แตกต่างไปจากนักฟุตบอลไทยอย่างมากก็ยากที่จะสอดแทรกเข้ามาอยู่ในทีมชีตได้

รวมถึง ในกรณีที่นักฟุตบอลอาเซียนที่ใครหลายคนกังวลว่าจะมาแย่งงานนักฟุตบอลไทยด้วย เพราะถึงเวลาจริง ก็มีจำนวนแข้งอาเซียนไม่มากนักที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในแต่ละทีม

 

VAR ยังไม่เต็มสูบ

น่าจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ฝ่ายจัดการแข่งขัน โตโยต้า ไทยลีก 2019 ทำให้เกิดคำถามมากที่สุด เพราะก่อนหน้านี้ ได้มีการประชาสัมพันธ์ว่า ไทยลีก 2019 จะมีการใช้ VAR ครบทุกคู่ทุกสนาม แต่พอเอาเข้าจริง เมื่อผ่านไป 4 นัด ก็มีเพียงแค่บางสัปดาห์เท่านั้นที่มีการใช้เทคโนโลยี VAR ครบทุกคู่ทุกสนาม และบางนัด ไม่มีเลย โดยบางนัด ก็มีแค่บางสนามเท่านั้น

เมื่อไม่กี่วันก่อน ก็มีข่าวว่า สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ “ฟีฟ่า” พร้อมตัวแทนจาก คณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ หรือ IFAB ได้เดินทางมาร่วมให้ความรู้แก่ผู้ตัดสินชาวไทย เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี VAR ในการช่วยทำหน้าที่ รวมถึงมาเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี VAR ในประเทศไทย ให้มีมาตรฐานที่ FIFA และ IFAB ต้องการ

นั่นหมายถึง มาตรฐาน VAR ที่ใช้อยู่นั้น ยังไม่ผ่านแบบ 100% จากฟีฟ่า หรือไม่อย่างไร
การพัฒนาเทคโนโลยี VAR ในประเทศไทย จะสิ้นสุดได้มาตรฐานตอนไหน
และเมื่อไรกันที่ศึกไทยลีก จะมี VAR ใช้งานครบทุกคู่ทุกสนาม อย่างที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เคยได้กล่าวเอาไว้

 

ค่าเฉลี่ยคนดูมากขึ้น ลีกแข็งแรงขึ้น

Nakhonratchasima FC

จำนวนผู้ชมในสนามของลีกฟุตบอลอาชีพ คือ รากฐานสำคัญที่ทำให้ลีกแข็งแกร่ง และทำให้สโมสรเดินหน้าอย่างแข็งแรงในระยะยาวแบบยั่งยืน เพราะแฟนบอลคือผู้สนับสนุนที่สำคัญที่สุดของสโมสร

สำหรับค่าเฉลี่ยผู้ชมในสนามต่อเกมของศึกไทยลีก 2019 ที่ผ่านมาแล้ว 4 นัด จนถึงขณะนี้ นับว่าสูงมากจริงๆ โดยมีจำนวนสูงถึง เฉลี่ย 7,102 คนต่อนัด จากทั้งหมด 32 นัด ที่มีจำนวนผู้เข้าชมในสนามรวมทั้งสิ้น 227,257 คน โดยแมตช์ที่มีผู้ชมมากที่สุด คือ นัดที่ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดบ้านสนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา แพ้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 1-2 ที่มีจำนวนทั้งหมด 17,215 คน

ซึ่งค่าเฉลี่ยเกินกว่า 7,100 คนนี้ มากกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 4-5 พันคนโดยประมาณ ซึ่งมีแค่ปี 2015 เท่านั้น ที่ไทยลีก มีค่าเฉลี่ยผู้ชมในสนามต่อเกมแตะหลัก 6,200 คน โดยประมาณ

น่าลุ้นน่าเชียร์ให้ตัวเลขเหล่านี้ยังเสถียรแบบนี้ไปเรื่อยๆ นะครับ หรืออย่างน้อย ก็จบฤดูกาลด้วยการทำลายสถิติของปี 2015 เพราะนี่คือสิ่งที่ตอบได้เป็นอย่างดีว่า “ศึกฟุตบอลไทยลีก” ยังเป็นลีกฟุตบอลคุณภาพที่ยังมีแฟนบอลไทยให้การติดตาม เข้าชมเกมในสนาม มากกว่าค่ามาตรฐานที่ เอเอฟซี กำหนดเอาไว้ และมีแนวโน้มที่จะมากขึ้นเรื่อยๆ อีกต่างหาก

 

“จอน”

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports