เบ็ดเสร็จที่จำนวน 11 คนพอดีเป๊ะ ซึ่งสามารถจัดทีมฟุตบอลลงสนามได้เลย สำหรับรายชื่อนักเตะที่ถอนตัวจากทีมชาติไทย จากทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ และ ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งมีภารกิจสำคัญช่วง “ฟีฟ่า เดย์” ปลายเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

สำหรับ “ช้างศึก ชุดใหญ่” ภายใต้การนำทัพของ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย และ “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ จะมีคิวทำศึก ไชน่า คัพ 2019 ที่ประเทศจีน โดยจะพบกับทีมชาติจีน ในวันที่ 21 มีนาคม ที่จะถึงนี้เวลา 19.00 น. ซึ่งตอนนี้ ก็ได้บินไปถึงประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วน “ช้างศึก จูเนียร์” ของ อเล็กซานเดร กาม่า ก็มีคิวทำศึกฟุตบอล ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 รอบคัดเลือก กลุ่ม เค ที่ประเทศเวียดนาม โดยจะประเดิมนัดแรก พบ อินโดนีเซีย แชมป์อาเซียนทีมล่าสุดของรุ่นนี้ ในวันที่ 22 มีนาคม ที่จะถึงนี้

ทั้งสองรายการดังกล่าว ต่างลงเล่นในช่วงฟีฟ่าเดย์ แต่จนแล้วจนรอด ภายหลังการประกาศตัวนักเตะออกมา จากเฮ้ดโค้ชทั้งสองรุ่น ปรากฏว่า ก็ได้มีการถอนตัวของนักฟุตบอลรวมถึง 11 คนด้วยกัน ไล่ตั้งแต่ สรานนท์ อนุรินทร์ กับ มิก้า ชูนวลศรี ที่ถอนตัว เนื่องจากอาการบาดเจ็บตั้งแต่การประกาศ 30 คนแรกของทีมชาติไทย ชุดใหญ่ แล้ว

เป็น 11 คนที่สามารถจัดตัวผู้เล่นลงสนามได้ 1 ทีมพอดิบพอดี แม้ตำแหน่งของบางคนจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ขัดมากนัก ซึ่งผมก็ขออนุญาตจัดตัวผู้เล่นกันในระบบ 4-4-2 เลยละกันนะครับ สำหรับ 11 คนที่ตัดสินใจถอนตัวไป

ผู้รักษาประตู : สรานนท์ อนุรินทร์ (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด, ชุดใหญ่, สาเหตุ เจ็บ)
แบ็คขวา : ศศลักษณ์ ไหประโคน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ชุดใหญ่, สาเหตุ เจ็บ)
แบ็คซ้าย : กรกช วิริยะอุดมศิริ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ชุดใหญ่, สาเหตุ ป่วย)
เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ : มิก้า ชูนวลศรี (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด, ชุดใหญ่, สาเหตุ เจ็บ)
เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ : รัตนากร ใหม่คามิ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ชุด ยู-23, สาเหตุ เจ็บ)
ปีกซ้าย : เควิน ดีรมย์รัม (การท่าเรือ เอฟซี, ชุด ยู-23, สาเหตุ เจ็บ)
ปีกขวา : เอกนิษฐ์ ปัญญา (เชียงใหม่ เอฟซี, ชุด ยู-23, สาเหตุ เจ็บ)
กองกลาง : สรรวัชญ์ เดชมิตร (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด, ชุดใหญ่, สาเหตุ ป่วย)
กองกลาง : สุมัญญา ปุริสาย (การท่าเรือ เอฟซี, ชุดใหญ่, สาเหตุ เจ็บ)
กองหน้า : ธีรศิลป์ แดงดา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, ชุดใหญ่, สาเหตุ เจ็บ)
กองหน้า : สุรชาติ สารีพิมพ์ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, ชุดใหญ่, สาเหตุ เจ็บ)

Supakit Wisetanuphong / Shutterstock.com

ต้องขอออกตัวก่อนว่า ผมเข้าใจอย่างเต็มเปี่ยมนะว่า นักฟุตบอลทุกคนที่ถอนตัวต่างมีเหตุผล ทั้งเรื่องอาการบาดเจ็บ และป่วย ซึ่งก็เคารพการตัดสินใจของทุกคนเป็นอย่างดี เนื่องจาก ทุกคนได้ทำตามหลักการการถอนตัวจากทีมชาติ ในเกมฟีฟ่าเดย์ อย่างเคร่งครัด จากระเบียบของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) นั่นคือ การมีใบรับรองแพทย์ และมีการยินยอมจากทั้งสามฝ่าย ทั้ง นักฟุตบอล, สโมสรต้นสังกัด และ ทีมชาติไทย ภายใต้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

เพราะฉะนั้น บทความนี้ ผมไม่ได้กำลังจะบอกว่า ใครป่วยจริง ใครป่วยหลอก ใครเจ็บจริง หรือใครเจ็บหลอก เพราะผมเชื่อว่า ทุกคนต่างก็มีเหตุผลที่แท้จริง และดีพอสำหรับการถอนตัวทั้งสิ้น โดยที่คงไม่มีใครที่ไม่อยากจะเล่นให้ทีมชาติไทยหรอก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า การถอนตัวค่อนข้างเยอะจนสามารถจัดทีมได้ 1 ทีมเต็มๆ นั้น จะสามารถแก้ไขอะไรได้หรือไม่ หรือแท้จริงแล้ว เกิดจากอะไรบางอย่างที่เราสามารถร่วมกันแก้ไขได้หรือไม่

เริ่มต้นกันที่ “อาการป่วย” ซึ่งในลิสต์ผู้เล่นที่ถอนตัวทั้งหมดนี้ มีคนที่มีอาการป่วยอยู่ 2 คน นั่นคือ กรกช วิริยะอุดมศิริ กับ สรรวัชญ์ เดชมิตร สำหรับ “เจ้ามิงค์” กรกช นั้น เขาไม่ได้ลงสนามให้กับ บุรีรัมย์ มาหลายเกมแล้ว จุดนี้ก็พอเข้าใจได้ แต่อย่าง สรรวัชญ์ นั้น เพิ่งลงสนามให้กับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ในเกมใหญ่ที่เปิดบ้านแพ้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทว่าก็มีอาการป่วยขึ้นมาหลังเกม จนต้องเข้ารับการแอดมิทที่โรงพยาบาล ซึ่งผมเชื่อว่า “เจ้าแคมป์” ป่วยจริง เพียงแต่ ก็ได้มีคำถามในใจว่า อาการป่วยนั้น เกิดก่อนลงสนาม หรือ เกิดขึ้นระหว่างเกมที่ ทรู สเตเดี้ยม กันแน่

Sanrawat Dechmitr

เพราะเกมในวันนั้น นอกจากจะเป็นเกมที่เต็มไปด้วยความกดดันแล้ว ยังต้องเล่นท่ามกลาง ฝุ่น PM2.5 ที่มีค่าเกินมาตรฐานไปพอสมควร (ประมาณ 130-150 ไมโครกรัม ต่อ ลูกบาศก์เมตร)

ฉะนั้น หากอาการป่วยของนักฟุตบอล ที่เป็นไข้หวัดกันบ่อยมากๆ ในช่วงหลัง เกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่ย่ำแย่ของประเทศไทยในช่วงนี้ ก็อาจจะต้องมีมาตรการอะไรบางอย่างหรือไม่จากฝ่ายจัดการแข่งขัน เพราะช่วยเซฟสุขภาพของนักฟุตบอล เพราะอย่างในเกมที่ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดบ้านพ่ายให้กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 2-3 ก็มีค่าฝุ่นสูงถึง 321 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเลยทีเดียว ซึ่งก่อนแข่ง พวกเขาก็ต้องลงซ้อม หรือวอร์ม ในสภาพอากาศที่ย่ำแย่แบบนี้มาต่อเนื่องหลายวัน และผมมองว่า จะเป็นอันตรายต่อนักกีฬาฟุตบอลอาชีพอย่างมาก อาจจะมองไม่เห็นในระยะสั้นหรอก แต่ระยะยาว หากไม่มีการแก้ไข คิดว่าคงมีนักฟุตบอลที่ป่วยเพิ่มมากขึ้นอีกแน่นอน

อย่างต่อมา “ถอนตัว เพราะอาการบาดเจ็บ” …. ผมขออนุญาตตัดรายชื่อนักเตะที่ค่อนข้างบาดเจ็บอย่างชัดเจน ทั้ง สรานนท์ อนุรินทร์, มิก้า ชูนวลศรี, รัตนากร ใหม่คามิ, เอกนิษฐ์ ปัญญา และ สุมัญญา ปุริสาย ที่มีอาการบาดเจ็บมาสักพัก จนไม่ได้ลงสนามให้กับต้นสังกัด รวมถึง สุรชาติ สารีพิมพ์ ที่มีอาการเข่าบวม จนต้องนั่งข้างสนามในเกมล่าสุดกับ “บีจี พียู” ที่สนามบุณยะจินดา ของ โปลิศ เทโร เอฟซี และก็ทำให้พลาดการติดทีมชาติไทยอีกครั้งในรอบ 7 ปี

อีกสามราย ซึ่งทั้งหมดผ่านการลงสนามในเกมไทยลีก สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับ ต้นสังกัด ทั้ง ศศลักษณ์ ไหประโคน ที่โชว์ฟอร์มได้ดี กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตามด้วย เควิน ดีรมย์รัม จากการท่าเรือ เอฟซี ที่ยิงได้ 1 ประตู พร้อมรับตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ จากเกมที่ “สิงห์เจ้าท่า” เปิดบ้านเสมอกับ “พลังเพลิง” 1-1 และคนสุดท้าย “เทพมุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ที่เพิ่งทำได้ 1 ประตูให้กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในเกมบุกไปชนะ “กว่างโซ้งมหาภัย” 3-2

ผมเชื่อว่า ทั้งสามคนมีอาการบาดเจ็บจริง เพียงแต่ผมกำลังคิดว่า ส่วนประกอบที่สำคัญที่ทำให้นักเตะมีอาการบาดเจ็บเมื่อถึงเวลาที่ต้องลงเล่นทีมชาติไทย ก็คือ การกรำศึกหนักมายาวนาน และ การที่ฟุตบอลไทยลีก มีการเล่นหนักมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน

ในเรื่องของการกรำศึกหนักมายาวนานนั้น จะเห็นได้ชัดเลยว่า นักเตะบางคน มีอาการกรอบอย่างหนัก โดยเฉพาะในรายของ ศศลักษณ์ และ ธีรศิลป์ ที่ติดทีมชาติไทย ในชุด เอเชี่ยนคัพ 2019 และเล่นให้กับต้นสังกัดอย่างต่อเนื่องมาตลอดในช่วงต้นซีซั่น ความกรอบสะสม บวกการกัดฟันสู้ลงสนาม นั่นทำให้พวกเขามีความฟิตที่ไม่ถึง 100% เมื่อถึงเวลาที่ถูกเรียกมาใช้งานในนามทีมชาติไทย

การท่าเรือ เอฟซี Port FC

ส่วนในรายของ เควิน ดีรมย์รัม ที่มีจังหวะถูกเข้าบอลหนักในเกมลีกล่าสุด ที่พบกับ พีทีที ระยอง จนทำให้กล้ามเนื้อตึง โดยเขาเพิ่งหายเจ็บกลับมาลงสนามให้กับต้นสังกัดได้ หลังจากหายจากทีมชีตไป 1 นัด ซึ่งผมมองว่า ด้วยตำแหน่งของ เควิน ที่ต้องมีจังหวะสปีดพาบอล และลากเลื้อย พอเจอบอลหนักๆ เข้าไป ก็อาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บขึ้นได้

การกรำศึกหนักมายาวนานของนักเตะบางราย ทำให้สภาพร่างกายบอบช้ำ และไม่ฟิตเพียงพอ เมื่อถึงเกมฟีฟ่าเดย์ เป็นเรื่องที่น่าขบคิดกันว่า เราควรมีมาตรการอะไรหรือไม่อย่างไร ให้นักฟุตบอลมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์เพียงพอในการทำงานกับทั้งสโมสร และทีมชาติไทย ตลอดทั้งปี

หรือจะปล่อยให้แต่ละช่วงฟีฟ่าเดย์ ต้องมีคนบาดเจ็บ ที่ไม่ใช่เจ็บจากการปะทะ แต่เป็นการเจ็บ หรือ กล้ามเนื้อตึง เนื่องจากการลงสนามต่อเนื่องเป็นเวลานานแบบนี้ไปอีกเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ…..

 

“จอน”

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports