ทัพนักเตะทีมชาติไทย สู้อย่างสุดความสามารถ ทว่าไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่งของ ทีมชาติอุรุกวัย ไหว พ่ายไป 0-4 พร้อมคว้าตำแหน่งอันดับ 2 ในศึกไชน่า คัพ 2019 ไปครอง

ทีมชาติไทย อุรุกวัย

ในที่สุดการแข่งขันไชน่า คัพ 2019 รอบชิงชนะเลิศ ที่ กว่างซี สปอร์ต เซ็นเตอร์ , นครหนางหนิง ก็เดินทางสู่บทสรุป เมื่อผู้ท้าชิง ทีมชาติไทย ในชุดสีแดง ที่ยังคงใช้ผู้เล่นชุดเดิมในเกมที่พบกับทีมชาติจีน ลงสนามฟาดแข้งกับแชมป์เก่าอย่าง ทีมชาติอุรุกวัย ที่นำโดยกัปตันทีมแห่งทัพตราหมี ดิเอโก้ โกดิน

นกหวีดดังปุ๊ปได้ลุ้นปั๊ป! เริ่มเกมได้เพียง 5 นาที ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ครองบอลได้ดีก่อนโดน ผู้เล่นอุรุกวัย ตัดฟาล์วเสียฟรีคิกบริเวณ 20 หลา และเป็นทางฝั่งทีมชาติไทย ฉวยโอกาสเล่นลูกสูตรจ่ายบอลสั้นไปถึง ธีราทร บุญมาทัน ได้ตบบอลเข้าไป ทว่าเสียงนกหวีดดังขึ้นเป็นจังหวะที่ ผู้เล่น “ช้างศึก” ไปผลัก ดิเอโก้ โกดิน เสียฟาล์วไปก่อนทำให้ทีมชาติไทย ชวดลุ้นจังหวะขึ้นนำ

Goal ! ในนาทีที่ 6 ทีมชาติอุรุกวัยได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะโขกเหน่งๆ ของ มาติอัส เวซิโน่ จากการเปิดมุมทางฝั่งซ้ายของ นิโคลัส โลเดโร่ บอลเข้าเสาแรก ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน หมดสิทธิ์เซฟ

ทีมชาติไทย อุรุกวัย

แน่นไปหมด! เข้าสู่ช่วงนาทีที่ 15 ทีมชาติไทยพยายามสร้างสรรค์เกมจากแนวรับสู่แดนกลาง แต่ยังหาช่องเจาะ อุรุกวัย ไม่เข้า

เกือบไป! มาถึงครึ่งทางของช่วงครึ่งเวลาแรก โจวานี่ กอนซาเลซ โชว์ความจี๊ดจ๊าดด้วยจังหวะการลากบอลขึ้นมาจากแดน และเล่นชิ่งหนึ่งสองกับนาฮิตัน นานเดส ก่อนได้โอกาสตบเข้าไปในกรอบเขตโทษทว่าไม่มีเพื่อนร่วมทีมอยู่เลย ทำให้ ทีมชาติไทย รอดพ้นจากการเสียประตู

หวิดยิงทีมระดับโลก! หลังจากนั้นไม่ถึง 1 นาที “ช้างศึก” เกือบได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะเก็บตกของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ แล้วได้เลี้ยงจึ้แนวรับอุรุกวัย เข้ามายังบริเวณหน้าหัวกะโหลกก่อนได้ลองสับไก ทว่าบอลตกพื้น และปลิ้นเปลี่ยนทางออกนอกกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

ทีมชาติไทย อุรุกวัย

Goal! ในนาทีที่ 38 อุรุกวัย ได้ประตูนำห่าง 2-0 จากจังหวะขึ้นเกมทางฝั่งซ้ายที่ นิโคลัส โลเดโร่ ทำชิ่งกับ คริสเตียน สตูอานี่ ได้หลุดเข้าไปเลี้ยงจี้ และจ่ายบอลเข้าในให้ แกสตัน เปเรโร่ ได้แท็ปอินเข้าไปง่ายๆ

ช่วง 5 นาทีสุดท้ายก่อนหมดครึ่งเวลาในแรก “จอมโหด” ยังแสดงศักยภาพถึงการเป็นทีมชั้นนำของโลกด้วยการไล่ต้อน “ช้างศึก” อยู่ฝ่ายเดียวจนแทบไม่ได้พักหายใจ

หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก ถือเป็นเกมที่ยากลำบากสำหรับทีมชาติไทย ที่โดน ทีมชาติอุรุกวัย ไล่กดดันตลอด 45 นาที และตามหลังอยู่ 2-0

เสียงนกหวีดในช่วงครึ่งเวลาหลังดังขึ้นได้เพียง 5 นาที แชมป์เก่าได้โอกาสเปิดลูกเตะมุมทางฝั่งขวาจาก จอร์เจียน เด อาร์ราสกาเอต้า ตัวสำรองที่เพิ่งลงมา และเป็นด้าน ดิโอโก้ โกดิน ได้ขึ้นโขก ทว่าบอลข้ามคานออกไป

เกือบเสียประตูที่ 3! กระทั่งในนาทีที่ 53 มาร์ติน กาเซเรส เลี้ยงบอลขึ้นมาจากกลางสนามตะลุยเข้าไปถึงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจ่ายบอลสั้นๆ ไปให้กับทางด้าน คริสเจียน สตัวอานี่ ได้ยิงแต่บอลไปติดเซฟ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน บอลชนเสา ทีมชาติไทย รอดพ้นจากการเสียประตูที่ 3 ไปอย่างหวุดหวิด

ทีมชาติไทย อุรุกวัย

Goal! ในนาทีที่ 58 อุรุกวัย ได้ประตูหนีห่างออกไปเรื่อยๆ จังหวะเปิดมุมทางกราบขวาโค้งเข้าไปหาศีรษะของ คริสเตียน สตูอานี่ อย่างแม่นยำ และเต็มแรง สกอร์ในตอนนี้ “จอมโหด” 3 “ช้างศึก” 0

ช้างศึก ยังบุกไม่ขึ้น! เข้าสู่ช่วง 20 นาทีสุดท้ายของการแข่งขันยังคงเป็นทีมชาติจากทวีปอเมริกาใต้ ได้บุก และแย่งบอลคืนจากทีมชาติไทย มาครองได้

ต่อเนื่องมาจากเตะมุมในนาทีที่ 75 มาร์เซโล่ ซารัคคี่ ไปตัดฟาล์ว ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก่อนที่ ธีราทร บุญมาทัน ได้ลองเปิดบอล แต่กลับเป็นจังหวะกิ่งยิงกิ่ง และมีน้ำหนักที่แรงพอสมควร กดดันให้ โชเซ่ มาเรีย ฆิมิเนซ ต้องเคลียร์บอลออกไป

หลังจากนั้นเพียง 3 นาที แนวรับทีมชาติไทย สกัดบอลออกมาจากจังหวะเตะมุมทางกราบซ้าย ทว่าบอลไปเข้าทางของ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ ได้ส่องไกลด้วยฮาล์ฟวอลเล่ย์จากแถว 2 ทว่าบอลไปตรงตัวของ ฉัตรชัย บุตรพรม ที่ลงมาแทน ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

ทีมชาติไทย อุรุกวัย

ได้โอกาสจบสกอร์อย่างต่อเนื่องสำหรับทางด้านแชมป์เก่า ในนาทีที่ 83 มักซิมิเลียโน โกเมซ แปะบอลชิ่งกับเพื่อนร่วมทีมในกรอบเขตโทษ และได้ลองซัด แต่น้ำหนักบอลเบาเกินไป ฉัตรชัย บุตรพรม เซฟได้ไม่มีปัญหา

5 นาทีสุดท้ายทีมชาติไทย เกือบได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ ธีราทร บุญมาทัน แทงช่องขึ้นมาให้กับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ป้ายบอลเรียด และเป็นด้าน พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี ยิงตามน้ำ บอลติดปลายมือของ เฟอร์นานโด มุสเลร่า

ทีมชาติไทย อุรุกวัย

Goal!  นาที 88 ทีมชาติไทย โดนบีบเร็วจนเสียบอล ทำให้ฝั่ง อุรุกวัย โต้กลับและเป็น มักซิมิเลียโน่ โกเมซ ได้ซัดหน้ากรอบเขตโทษ บอลไปแฉลบ สุพรรณ ทองสงค์ ทำให้ ฉัตรชัย ผู้รักษาประตูที่ลงมาเป็นตัวสำรองหลงทาง บอลกลิ้งเข้าประตูไปให้ แชมป์โลก 2 สมัยหนีเป็น 4-0 

สิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายใน กว่างซี สปอร์ต เซ็นเตอร์ ทีมชาติอุรุกวัย แสดงศักยภาพความเป็นระดับโลกด้วยการเอาชนะ ทีมชาติไทย ไปได้แบบขาดลอย 4-0 พร้อมคว้าแชมป์ไชน่า คัพ 2019 ไปครองได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 2

 

รายชื่อ 11 ผู้เล่นทั้งสองทีม
ทีมชาติอุรุกวัย
: เฟอร์นานโด มุสเลร่า, มาร์ติน กาเซเรส, ดีเอโก้ โกดิน, โชเซ่ มาเรีย ฆิมิเนซ, โจวานนี่ กอนซาเลซ, มาติอัส เวซิโน่, เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้, นาฮิตัน นานเดส, นิโคลัส โลเดโร่, แกสตัน เปเรโร่, คริสเตียน สตูอานี่

ทีมชาติไทย : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, ทริสตอง โด, นัสตพล มาลาพันธ์, อดิศร พรหมรักษ์, สุพรรณ ทองสงค์, ธีราทร บุญมาทัน, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, สารัช อยู่เย็น, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, อดิศักดิ์ ไกรษร

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports