หากเอ่ยถึงโอกาสที่นักเตะไทยจะได้ไปโลดแล่นบนเวทียุโรป โดยเฉพาะ “พรีเมียร์ลีก” อังกฤษ คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องยอมรับว่าสถานการณ์ของทีมชาติไทย โดยเฉพาะอันดับโลก หรือ “ฟีฟ่า แรงกิ้ง” ยังคงห่างไกลเงื่อนไขของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ “เอฟเอ” ที่จะอนุญาตให้ใบอนุญาตทำงานในอังกฤษ หรือ “เวิร์ค เพอร์มิต” นั่นเอง

จากการรายงานอันดับโลกล่าสุดของฟีฟ่า เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ทัพ “ช้างศึก” รั้งอันดับ 114 ของโลก ขณะที่ 3 อันดับที่ดีสุดของเอเชียคือ อิหร่าน (21), ญี่ปุ่น (26) และ เกาหลีใต้ (37) ส่วน กาตาร์ แชมป์เอเชียน คัพ ปีล่าสุด รั้งอันดับ 55 ของโลก

อย่างไรก็ดี มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่วาดฝันและหวังจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และออกเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อโอกาสเล่นในลีกยุโรป โดยเฉพาะอังกฤษ หนึ่งในนั้นคือ “เจเจ” ศุภกฤต สถิตธำมรงค์ ซึ่งเติบโตมาจากอคาเดมี่ของ เอฟซี บางกอก ที่หวังจะเจริญรอยตาม “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ไอดอลของเขานั่นเอง

ปัจจุบัน “เจเจ” อายุ 16 ปี เรียนอยู่เกรด 10 ซึ่งเทียบเท่ากับ ม.4 และเป็นนักเรียนทุนด้านฟุตบอลของ แอ็คเวิร์ธ สคูล ในเมืองลีดส์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีฟุตบอลอะคาเดมี่ท็อป 10 ของอังกฤษ ภายใต้การดูแลของ เจมี่ ฟูลเลอร์ตัน อดีตผู้เล่นจาก คริสตัน พาเลซ, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และโบลตัน วันเดอร์เรอร์ส ที่มีดีกรีผู้ฝึกสอนระดับโปรไลเซนซ์ ซึ่งผ่านงานคุมทีมในลีกอังกฤษ และสเปน พร้อมควบคุมการฝึกซ้อม – วางแผนการพัฒนาอย่างใกล้ชิด

“เจเจ” เล่าว่า สาเหตุที่ตัดสินใจมาเรียนที่อังกฤษ เพราะที่นี่มีความเป็นมืออาชีพสูงมาก ขณะที่ฟุตบอลอังกฤษ โดยเฉพาะพรีเมียร์ลีกก็มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก อีกทั้งเคยอ่านเรื่องราวของ “พี่ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ซึ่งเคยมาเรียน และเล่นฟุตบอลที่นี่ในช่วงอายุใกล้เคียงกัน จึงมีความเชื่อและมั่นใจว่าฟุตบอลอังกฤษจะช่วยให้ตัวเองมีความเป็นมืออาชีพ และพัฒนาจนสามารถเล่นในลีกของยุโรปได้

“ทีมของเรามีการฝึกซ้อมตลอดทั้งสัปดาห์ รวมถึงการแข่งขันอุ่นเครื่อง และลีกของนักเรียน ที่นี่จะมีการฝึกซ้อมประจำวันที่ต่างจากบ้านเรา โดยเฉพาะทัศนคติความเป็นมืออาชีพ เพราะแม้จะเป็นการฝึกซ้อม แต่ทุกคนก็ยังใส่กันแทบจะไม่ยั้ง ทุกคนรู้ดีว่าในสนามฝึกซ้อม ทุกคนต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งกันลงสนาม พอได้ลงสนามแต่ละเกม ก็จะมีแมวมองมาดู และเลือกเข้าไปฝึกซ้อมที่อะคาเดมี่ และถ้าทำได้สำเร็จก็จะได้สัญญาเป็นนักเตะฝึกหัด ซึ่งนั่นก็แทบการันตีว่าจะได้เป็นนักบอลอาชีพเต็มตัวแล้ว ทุกคนจึงมุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างหนัก”

นายทวารดาวรุ่งไทย เล่าโปรแกรมการฝึกซ้อมว่า วันจันทร์เช้า ทุกคนจะเข้าเล่นฟิตเนสเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ก่อนที่จะไปเรียนหนังสือ พอช่วงเย็นก็ฝึกซ้อมเบสิคในสนาม จากนั้นวันอังคารก็จะซ้อมแทคติกเพื่อเตรียมทีมแข่งขันในวันพุธ และวันพฤหัสบดีก็ซ้อมเบาๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ ส่วนวันศุกร์ โค้ชก็จะให้ลงฝึกซ้อมในสนามเพื่อแนะนำจุดบกพร่องต่างๆ และเตรียมพร้อมหากมีเกมวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์เช้าก็จะฝึกซ้อม ก่อนที่จะได้พักในช่วงบ่าย

“การที่ผมมาเรียนที่นี่ ยังได้เรียนรู้ในระบบการศึกษาที่แตกต่างจากไทย เพราะที่ไทยก็จะแบ่งสายการเรียน เช่น วิทย์ – คณิตฯ แต่ของที่อังกฤษ นักเรียนสามารถเลือกเรียนวิชาที่ต้องการเรียนได้เอง ซึ่งผมคิดว่าดี เพราะจะช่วยให้เราได้เรียนแบบเจาะลึก และรู้ว่าตัวเองชอบอะไร ก่อนที่จะตัดสินใจหลังจากเรียนจบไฮสคูลว่าจะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย หรือเรียนสายอาชีพไปเลย”

ส่วน เจมี่ ฟูลเลอร์ตัน เผยว่า อุตสาหกรรมฟุตบอลมีข่ายงานมากกว่า 600,000 ตำแหน่ง หลายคนอาจมองว่าเล่นฟุตบอลต้องเป็นนักฟุตบอล หรือโค้ช แต่แท้จริงแล้ว ฟุตบอลยังมีงานที่เกี่ยวข้องซึ่งสามารถต่อยอดไปได้ ขณะที่เด็กเยาวชนหากจบไฮสคูลไป ถ้ามีฝีเท้าดี มหาวิทยาลัยดังๆ ในสหรัฐฯ ก็พร้อมจะให้ทุน และดึงไปร่วมทีม เพราะพวกเขาค่อนข้างเชื่อมั่นนักฟุตบอลในอังกฤษ โดยเฉพาะจากระดับไฮสคูลว่ามีมาตรฐานที่ยอดเยี่ยม ซึ่งถือเป็นโอกาสดีของเยาวชน โดยเฉพาะเอเชีย และประเทศไทย ที่มีการพัฒนาวงการฟุตบอลอย่างก้าวกระโดด และเราเห็นว่าเด็กไทยมีความสามารถที่จะต่อยอดไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และเล่นในลีกยุโรปได้ เช่น เยอรมนี,สเปน, อิตาลี, ฝรั่งเศส ฯลฯ

“แข้งเอเชียหลายคน อาทิ ซน ฮึง มิน, ชินจิ คางาวะ และอีกหลายคน เริ่มแรกมาเล่นในลีกเล็กๆ หรือลีกอื่นที่ไม่ใช่พรีเมียร์ลีกก่อนเพื่อปรับตัว เช่นเดียวกับแข้งทวีปอื่น ทั้ง อเมริกาใต้ เช่น หลุยส์ ซัวเรซ, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เพราะสมัยเป็นดาวรุ่งยังปรับตัวได้ง่ายกว่า และสามารถเรียนรู้ได้เร็ว จะเห็นว่าทีมใหญ่อย่าง แมนฯ ซิตี้, เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้วีธีการซื้อแข้งดาวรุ่งมาเพราะบ่ม ก่อนจะปล่อยให้ทีมอื่นในระดับรองยืมตัวไปใช้งาน เพื่อทดสอบความสามารถ ก่อนดึงกลับหากเด็กคนนั้นฉายแววให้เห็น” เดวิด แพล็ต อดีตทีมสเก๊าต์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยุคเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และอดีตแมวมองของทีมชาติกาตาร์ เผยกับ ทรูไอดี

และนี่คือโอกาสที่ดีของเยาวชนไทยอายุระหว่าง 12-17 ปี อีกครั้ง เพราะ “แอ็คเวิร์ธ สคูล ฟุตบอล อะคาเดมี่” เตรียมมาจัดกิจกรรม “Road to Pro Footballer & Football Industry in the UK” สู่เส้นทางความฝันของนักฟุตบอลอาชีพ และอุตสาหกรรมฟุตบอล ในสหราชอาณาจักร โดยร่วมกับ Pro InterEd ที่เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาด้านการศึกษาต่อต่างประเทศ จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 4 พ.ค.นี้ ที่สนามโปโล ฟุตบอล ปาร์ค ย่านพระราม 4 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป โดยมีผู้ให้ความรู้ทั้ง เจมี่ ฟูลเลอร์ตัน, เมธา คุณาไท อดีตผู้ฝึกสอนเยาวชนทีมชาติไทย รุ่น 15 ปี, 17 ปี และจบการศึกษาระดับปริญญาโท MBA Football Industry จาก University of Liverpool พร้อมกับทดสอบฝีเท้าน้องๆ เยาวชน เพื่อลุ้นทุนการศึกษา ไปเรียนต่อที่ “แอ็คเวิร์ธ สคูล ฟุตบอล อคาเดมี่” ถึงประเทศอังกฤษอีกด้วย

ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร.06-2693-5956 หรือเฟซบุ๊ก Pro InterEd หรือไลน์ @prointered

“เนเน่ เนติ”

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports